20 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Thailand’s Concern” ภายในงาน NATION FORUM 2027: Thailand’s Agenda ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “BUILT FOR THE INTELLIGENCE ECONOMY” ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยนำเสนอทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center ของประเทศไทย พร้อมเผยความคืบหน้าของร่างแผน AI แห่งชาติ ซึ่งผ่านความเห็นชอบในระดับกรอบหลักการแล้ว มุ่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สร้างความเชื่อมั่น พัฒนากำลังคน และต่อยอดอุตสาหกรรม AI เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าการเป็นเพียงฐานรองรับการลงทุน Data Center

ดร.อภิวดี กล่าวว่า ร่างแผน AI แห่งชาติกำหนดกรอบการขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1) Infrastructure การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านอธิปไตยทางดิจิทัลของประเทศ 2) Trust การสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแล และการสื่อสารกับประชาชน 3) Human Capital การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะพร้อมรองรับอุตสาหกรรม AI ผ่านความร่วมมือของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะบุคลากรสายอาชีพและผู้ปฏิบัติงานที่สามารถนำทักษะไปใช้ได้จริง และ 4) Value Creation การสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สำหรับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดร.อภิวดี อธิบายว่า อุตสาหกรรม AI ประกอบด้วยโครงสร้างสำคัญ 5 ระดับ ได้แก่ Energy, Chip, Data Center, AI Model และ Applications ซึ่งเชื่อมโยงกันตั้งแต่พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI และแอปพลิเคชันสำหรับใช้งานจริง โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าการดึงดูดการลงทุน Data Center และมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนา AI Model และ Applications ที่มีศักยภาพแข่งขันในระดับสากล เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรม AI ของโลกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการลงทุน Data Center ต้องดำเนินควบคู่กับการกำกับดูแลอย่างรอบด้าน โดยมีคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ผังเมือง สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม และการบูรณาการข้อมูล เพื่อกำกับดูแลการลงทุนให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ ทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการทรัพยากร และผลกระทบต่อชุมชน พร้อมส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการใช้สินค้าและบริการภายในประเทศ เพื่อกระจายประโยชน์จากการลงทุนสู่ภาคเศรษฐกิจไทย

ในประเด็นข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับ Data Center ทั้งการใช้น้ำ พลังงาน การจัดเก็บเชื้อเพลิง เสียงรบกวน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดร.อภิวดี เน้นย้ำว่า การกำกับดูแลต้องยึด มาตรฐานสากล ควบคู่กับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะการวางผังเมืองและการพิจารณาระยะห่างจากพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และศาสนสถาน รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารมาตรการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ทั้งนี้ ดร.อภิวดี ชี้ว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI โดยโจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่คือ การพัฒนาและบริหารจัดการ Data Center ให้มีความปลอดภัย เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างแท้จริง ภายใต้ความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ของประชาชน

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแห่งชาติ (National Data Backbone) ควบคู่กับการพัฒนา ThaiLLM เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ของไทย ตลอดจนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่การสร้างนวัตกรรม บริการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน
Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI






