Page 19

AI

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

5 เหตุผลที่องค์กรชั้นนำเลือก BDI เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะ Big Data และ AI
ในยุคที่ทุกองค์กรต้องการ Data และ AI แต่ไม่ใช่ทุกการอบรมที่จะสร้างผลลัพธ์ได้จริง  ปัจจุบันคำว่า Big Data, AI, Data Analytics, Data Governance หรือ Digital Transformation กลายเป็นคำที่ทุกองค์กรคุ้นเคย แต่ความท้าทายสำคัญกลับไม่ใช่การเข้าถึงเทคโนโลยี หากเป็นการพัฒนาคนให้สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้สร้างผลลัพธ์ได้จริง  หลายองค์กรเคยส่งบุคลากรไปอบรม แต่เมื่อกลับมาทำงานจริงกลับพบว่า เนื้อหาไม่ตรงกับบริบทขององค์กร ตัวอย่างที่ใช้เรียนไม่เกี่ยวข้องกับงานจริง หรือผู้เรียนไม่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ทันที  นี่คือเหตุผลที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนชั้นนำจำนวนมากเลือกใช้บริการฝึกอบรมจาก สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute: BDI) เพราะเราไม่ได้มองว่าการอบรมคือการถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้องค์กรผ่านข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม  จุดเด่นที่ทำให้ BDI แตกต่างจากผู้ให้บริการฝึกอบรมทั่วไป  1. เข้าใจทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะเราเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานร่วมกับทั้งสองภาคส่วน  BDI เป็นองค์การมหาชนภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีภารกิจส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่และ AI เพื่อพัฒนาประเทศ  ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BDI ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้เราเข้าใจความแตกต่างของบริบท ข้อจำกัด และความท้าทายของแต่ละองค์กรอย่างแท้จริง  เมื่อออกแบบหลักสูตร เราจึงสามารถเชื่อมโยงเนื้อหากับสถานการณ์จริงขององค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำกับดูแลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ การพัฒนา Data-Driven Organization หรือการนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  2. ผู้สอนคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้าน Big Data และ AI  BDI มีบุคลากรมากกว่า 200 คน โดยกว่า 60% เป็น Technial People เช่น Data Scientist, Data Engineer, Programmer และผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI ที่มีประสบการณ์ทำงานจริงกับโครงการระดับประเทศและองค์กรขนาดใหญ่  ผู้เรียนจึงไม่ได้รับเพียงความรู้เชิงทฤษฎี แต่ยังได้รับประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริง ปัญหาจริง และแนวทางแก้ไขที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร  ไม่ว่าจะเป็น  ทุกหลักสูตรถูกถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในสนามจริงของวงการ Data และ AI  3. Customize หลักสูตรให้ตรงกับโจทย์ขององค์กร  หนึ่งในจุดแข็งที่ลูกค้าหลายองค์กรประทับใจ คือ BDI ไม่ได้ใช้หลักสูตรสำเร็จรูปเพียงแบบเดียวกับทุกองค์กร  ก่อนการอบรม ทีมงานจะร่วมพูดคุยกับหน่วยงานเพื่อทำความเข้าใจ  จากนั้นจึงออกแบบเนื้อหา กรณีศึกษา Workshop และกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร  เพราะเราเชื่อว่า “การอบรมที่ดี ต้องตอบโจทย์งานจริงของผู้เรียน”  4. เรียนจากข้อมูลจริงขององค์กร ไม่ใช่ข้อมูลตัวอย่างทั่วไป  จุดเด่นสำคัญที่หาได้ยากจากผู้ให้บริการรายอื่น คือ BDI เปิดโอกาสให้หน่วยงานนำข้อมูลจริงขององค์กรมาใช้ใน Workshop  โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน  ผู้เรียนจะได้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลจากชุดข้อมูลที่ใช้งานจริงภายในองค์กรของตนเอง  ผลลัพธ์คือ เมื่อจบการอบรม ผู้เรียนจะไม่ได้เพียงความรู้ แต่ยังได้ Dashboard หรือ Prototype ที่สามารถนำกลับไปพัฒนาต่อยอดใช้งานได้ทันที แตกต่างจากการอบรมทั่วไปที่ใช้ข้อมูลตัวอย่างซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ต่อในงานจริงได้  5. มีทีม TA ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเรียน  การเรียนด้าน Data และ AI มักมีรายละเอียดทางเทคนิคค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหลักสูตร Workshop หรือ Hands-on Training  BDI จึงจัดให้มีทีม Teaching Assistant (TA) คอยดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิดตลอดการอบรม  ไม่ว่าจะเป็น  ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  หลักสูตรของ BDI ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงสายเทคนิค  BDI ออกแบบหลักสูตรให้รองรับผู้เรียนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริหาร ผู้จัดการ ทีมงานด้านข้อมูล ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิศวกรข้อมูล  โดย BDI มีหลักสูตรที่แนะนำสำหรับกลุ่มผู้เรียนต่าง ๆ ดังนี้  สำหรับผู้บริหาร   สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้าง Data Governance  สำหรับผู้ใช้งานข้อมูลและนักวิเคราะห์  สำหรับสาย Data Science  สำหรับสาย Data Engineering  สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะ AI  นอกจากนี้ BDI ยังมีบริการ In-House Training, Public Training, Online Training และ On-the-Job Training ที่สามารถออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละองค์กรได้อีกด้วย  มากกว่าการอบรม คือการสร้างความพร้อมให้องค์กรก้าวสู่ Data-Driven Organization  สิ่งที่ BDI ภาคภูมิใจไม่ใช่จำนวนผู้เรียนหรือจำนวนหลักสูตร แต่คือความสำเร็จขององค์กรที่สามารถนำความรู้ด้าน Big Data และ AI ไปใช้ยกระดับการทำงานได้จริง  เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงองค์กร และการเปลี่ยนแปลงองค์กรคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ  หากองค์กรของคุณกำลังมองหาพันธมิตรด้านการพัฒนาบุคลากรที่เข้าใจทั้ง Data, AI และบริบทการทำงานจริงขององค์กร BDI พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของทีมงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิทัล  ดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://bdi.or.th/training  สอบถามข้อมูลหลักสูตรติดต่อได้ที่ Line OA BDI Service: https://lin.ee/X5ugXVr หรือโทร. 02-480-8833 ต่อ 9579 
22 July 2026

บทความ

BDI เดินหน้าหารือ Thai PBS ผนึกกำลังขับเคลื่อน ThaiLLM สร้างโมเดล AI ภาษาไทยของประเทศ ด้วยข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะ
20 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และคณะทำงาน BDI เข้าหารือร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) นำโดย รศ. ดร.ธีรภัทร สงวนกชกร กรรมการนโยบายฯ พร้อมด้วย นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และคณะผู้บริหาร Thai PBS ณ อาคาร A Thai PBS ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะในการพัฒนาโมเดล AI ที่เข้าใจภาษาไทย วัฒนธรรม และบริบทของประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นของประเทศไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน Startup และ SME สามารถนำโมเดลไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมและบริการใหม่ได้ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านค่าลิขสิทธิ์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ “ประเทศไทยควรมี AI ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย และเข้าใจบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่มีข้อมูลคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ จะช่วยยกระดับศักยภาพของ ThaiLLM ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของการให้บริการประชาชน การวิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” ศ. ดร.ธีรณี กล่าว ในการหารือครั้งนี้ BDI ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับ Thai PBS ในการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนชุดข้อมูล (Dataset Contributors) อาทิ ข่าว บทความ วิดีโอ และข้อมูลสาธารณะที่สามารถนำมาใช้พัฒนาโมเดล AI ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) พร้อมทั้งหารือถึงการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง สำหรับงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การจัดการภัยพิบัติ การตรวจสอบข่าวปลอม การให้ข้อมูลด้านสุขภาพ และด้านกฎหมาย นอกจากนี้ BDI ยังเสนอความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรม เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ภายในองค์กร รวมถึงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลและสาระสำคัญของ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้านคณะผู้บริหาร Thai PBS ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้ข้อมูล อาทิ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ลิขสิทธิ์ของเนื้อหา คุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตลอดจนความรับผิดชอบในการนำโมเดล AI ไปใช้งานในอนาคต ซึ่ง BDI ยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาลข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองหน่วยงานจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะเริ่มต้นความร่วมมือจากข้อมูลที่มีความพร้อมและสามารถเปิดเผยได้ (Open by Nature) รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลด้านภัยพิบัติ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่การเตรียมข้อมูลและการพัฒนา AI ในสาขาอื่น ๆ ผ่านการหารือเชิงเทคนิคในลำดับถัดไป การหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง BDI และ Thai PBS ในการนำข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะมาสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย เพื่อผลักดัน ThaiLLM ให้เป็นโมเดล AI ภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถต่อยอดการใช้งานเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน พร้อมยกระดับขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ สร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองได้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
20 July 2026

บทความ

BDI ลุยต่อภูมิภาคที่สอง ปักหมุด ‘สงขลา’ เปิดงาน BDI Roadshow 2026 ผสานพลังภาคใต้ ขับเคลื่อนความพร้อม AI และ Big Data สู่การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจแห่งอนาคต
20 กรกฎาคม, จังหวัดสงขลา– สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลจัดงานBDI Roadshow 2026 สงขลา “เปิดโลก AI และ Big Data สู่อนาคต” อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนงานโรดโชว์อย่างต่อเนื่องเป็นจังหวัดที่สอง ต่อยอดจากครั้งแรกที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึง โดยมุ่งเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ เยาวชน และนักศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ Big Data และ AI ทั้งในด้านการทำงาน การดำเนินธุรกิจ การศึกษา รวมไปถึงการร่วมพัฒนาเมือง อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพกำลังคน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้สู่อนาคตอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ BDI มุ่งเน้นย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานหลักของประเทศที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาประยุกต์ใช้สำหรับการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในโครงสร้างการบริหารงานภาครัฐและภาคการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความแม่นยำและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัล หาดใหญ่ สะท้อนถึงความพร้อมและความร่วมมืออันแข็งแกร่งของทุกภาคส่วนในการผลักดันการใช้ข้อมูลและ AI เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของภาคใต้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การคมนาคม และการศึกษาของภาคใต้ อีกทั้งยังมีศักยภาพโดดเด่นในด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และธุรกิจบริการ ซึ่งการนำ AI และ Big Data มาประยุกต์ใช้จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาเมืองควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า BDI Roadshow 2026 สงขลา จะเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงองค์ความรู้ด้าน AI และ Big Data ผ่านนิทรรศการเชิงโต้ตอบ เวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ และการถ่ายทอดประสบการณ์จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาและภาคใต้สู่การเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า “AI และ Big Data ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพของเมือง องค์กรและกำลังคน BDI จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเสริมสร้างศักยภาพกำลังคน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภูมิภาค” “การจัดงาน BDI Roadshow 2026 สงขลา ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายองค์ความรู้ด้าน AI และ Big Data มาสู่ภาคใต้ โดย BDI มุ่งพัฒนาความร่วมมือกับจังหวัดสงขลา ภาคธุรกิจ เครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่ และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันผลักดันการใช้ข้อมูลและ AI เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคใต้ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ผ่านการนำผลงาน นวัตกรรม และแพลตฟอร์มด้านข้อมูลของ BDI มาถ่ายทอดสู่หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ ภาคการศึกษา และประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดด้านการพัฒนาเมือง การบริการ การท่องเที่ยว การพัฒนาธุรกิจ และการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากที่เราได้ร่วมขับเคลื่อนและขับเน้นการตื่นตัวด้านดิจิทัลในครั้งแรกที่จังหวัดขอนแก่น” รองผู้อำนวยการ BDI กล่าวทิ้งท้าย ขณะที่ คุณนวพร ชัวชมเกตุ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ กล่าวว่า “ปัจจุบันข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยว เพราะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านสัญชาติ วัตถุประสงค์ของการเดินทาง และพฤติกรรมการใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการตลาดและออกแบบสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย โดย ททท. ได้มีความร่วมมือกับ BDI ในการนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวมาวิเคราะห์และต่อยอด เพื่อให้การวางแผนและการพัฒนาการท่องเที่ยวมีความแม่นยำและตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นตลาดหลัก ขณะเดียวกันรูปแบบการท่องเที่ยวในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากค้นหาข้อมูล วางแผนการเดินทาง และจองบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยตนเอง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับรูปแบบการให้บริการให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น การนำ AI และ Big Data มาประยุกต์ใช้จึงไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยคาดการณ์แนวโน้มการเดินทาง บริหารความเสี่ยง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่ง BDI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้าน นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เผยว่า “ข้อมูลถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสงขลา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ช่วยให้เราเข้าใจเส้นทางการเดินทาง ความสนใจ และสามารถนำไปออกแบบสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงข้อมูลด้านการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อมองเห็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน วางแผนพัฒนาอุตสาหกรรม และกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของจังหวัดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น การที่ BDI นำองค์ความรู้ด้าน AI และ Big Data มาถ่ายทอดและสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าหากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาร่วมกันใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ และผลักดันให้สงขลาก้าวสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน” สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน BDI Roadshow 2026 สงขลา ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเวทีเสวนา “Decoding Success ถอดรหัสความสำเร็จเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองสงขลา ด้วย AI และ Big Data” ที่เปิดมุมมองการนำข้อมูลและ AI มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาเมืองจากผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจของจังหวัดสงขลา รวมถึงเวที “From Local to Growth ปั้นผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโต ด้วย AI และ Big Data” ที่ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับธุรกิจท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสการเติบโตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเสวนาจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่ ควบคู่ไปกับนิทรรศการ Interactive ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI และ Big Data ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
20 July 2026

บทความ

BDI ประกาศผล 5 สุดยอดนวัตกรรม AI พลิกโฉมภูเก็ตสู่ Smart Tourism ในเวที BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง
18 กรกฎาคม 2569, จังหวัดภูเก็ต – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ประกาศผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket รอบตัดสิน (Demo Day) ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ เฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรมด้าน Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากโจทย์ปัญหาจริงของจังหวัดภูเก็ต ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน การแข่งขันครั้งนี้เปิดโจทย์ท้าทาย 5 ด้านสำคัญ เพื่อเฟ้นหานวัตกรรม AI และ Big Data ที่ตอบโจทย์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตได้แก่ AI for Better Traffic ระบบบริหารจัดการจราจรและลดความแออัด, AI for Better Waste Management การจัดการขยะเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, AI for Better Water Management การบริหารจัดการน้ำประปาและคาดการณ์ปริมาณน้ำ, AI for Better Vehicle compliance ระบบเฝ้าระวังและเชื่อมโยงข้อมูลรถเพื่อความปลอดภัย และ AI for Better Tourism ระบบแนะนำข้อมูลยกระดับการท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีปิดและมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่ร่วมกันนำองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI มาพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่ “ผลงานที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือเทคโนโลยีต้นแบบภายใต้ทั้ง 5 โจทย์ ล้วนสะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ นักพัฒนา และผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างสร้างสรรค์ ผมหวังว่าผลงานจากเวทีแห่งนี้จะไม่สิ้นสุดเพียงการแข่งขัน แต่จะได้รับการต่อยอดสู่การทดลองใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองอัจฉริยะ และเมืองท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศ” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้แสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกทีม โดยเฉพาะทีมที่ได้รับรางวัลทั้ง 5 ประเภท พร้อมระบุว่า ทุกทีมล้วนเป็นผู้ชนะ เพราะได้ร่วมกันสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต BDI และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน จะยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การประยุกต์ใช้ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยหัวใจสำคัญของ AI คือ “ข้อมูล” การมีข้อมูลที่มีคุณภาพ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการเปิดโอกาสให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน ด้วยเหตุนี้ BDI จึงมุ่งสร้างระบบนิเวศข้อมูล (Data Ecosystem) ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักพัฒนา ได้ร่วมกันนำศักยภาพของ Big Data และ AI มาพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของประเทศ พร้อมผลักดันการสร้าง City Data Ecosystem เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเปิดโอกาสให้ Startup ผู้ประกอบการ และนักพัฒนา สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง จังหวัดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง โดยในปี 2570 BDI มีแผนร่วมมือกับจังหวัดภูเก็ตในการจัดทำ Dashboard เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และพัฒนาระบบบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควบคู่กับการเชื่อมโยงข้อมูลกลางจากหน่วยงานภาครัฐกับข้อมูลในพื้นที่ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในท้องถิ่น เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และการยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัด พร้อมผลักดันผลงานจากเวที Hackathon ที่มีศักยภาพให้เกิดการใช้งานจริง เป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าว การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Hackathon สำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจระดับมืออาชีพ เปิดรับสมัครเฉพาะนิติบุคคล ได้แก่ บริษัท ผู้ประกอบการ และ Tech Startup ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบทีมละ 3–5 คน เพื่อพัฒนาและนำเสนอโซลูชันที่มีศักยภาพในการขยายผลสู่การใช้งานจริง (Scale-up) และตอบโจทย์การยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 19 ทีม ได้เข้าร่วมกิจกรรม Workshop ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite พร้อมรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจาก Mentor ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อพัฒนาโซลูชันจากโจทย์จริงของจังหวัดภูเก็ต ก่อนนำเสนอผลงานในรอบ Demo Day ภายใต้ 5 โจทย์สำคัญ ได้แก่ AI for Better Traffic, AI for Better Waste Management, AI for Better Water Management, AI for Better Vehicle Compliance และ AI for Better Tourism ผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket สามารถเฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรม ด้าน Big Data และ AI ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง ประกอบด้วย ทีมชนะเลิศในแต่ละโจทย์ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 500,000 บาท พร้อมสิทธิ์เสนอขอรับทุนสนับสนุนเพื่อต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงสูงสุดทีมละ 2 ล้านบาท โดยคัดเลือกไม่เกิน 2 ทีม รวมวงเงินสนับสนุน 4...
18 July 2026

บทความ

BDI ปิดหลักสูตร LEAD รุ่นที่ 3 เปิดเวที Final Project ต่อยอด Big Data และ Agentic AI สู่การยกระดับองค์กร ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
17 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรม Final Project Presentation พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตร LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ หลังดำเนินการอบรมระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม – 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ ให้สามารถประยุกต์ใช้ Big Data และ Agentic AI ในการกำหนดกลยุทธ์ ยกระดับการตัดสินใจ และขับเคลื่อนองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนของหลักสูตร ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการบรรยาย กรณีศึกษาจริง กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายองค์กร ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านBig Data, Artificial Intelligence (AI), Data Governance, Cybersecurity, Cloud Technology และ Agentic AI พร้อมแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและมีธรรมาภิบาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้นำสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นประธานมอบโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม พร้อมกล่าวแสดงความยินดีว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการสร้างนวัตกรรมในทุกภาคส่วน ผู้นำยุคใหม่จึงต้องสามารถเลือกใช้ข้อมูลและ AI ได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการกำกับดูแลการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบและมีธรรมาภิบาล “ผมเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ที่ทุกท่านได้รับจากหลักสูตร จะสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาองค์กร สร้างคุณค่า และผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงต่อยอดเครือข่าย LEAD ให้เป็นความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์” นายกุลิศ กล่าว ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตร กล่าวว่า หลักสูตร LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างผู้นำที่สามารถนำข้อมูลและ AI ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย วางกลยุทธ์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้บริหาร และการพัฒนา Final Project จากโจทย์จริงขององค์กร เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ได้จริงหลังจบหลักสูตร หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือกิจกรรมFinal Project Presentation ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมร่วมกันนำเสนอแนวคิดและโซลูชันในการประยุกต์ใช้ Big Data และ Agentic AI เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อเสนอแนะ เพื่อผลักดันให้โครงการสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาครัฐและภาคธุรกิจ สะท้อนศักยภาพของผู้บริหารในการนำข้อมูลและ AI มาสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานยังมีการมอบรางวัลแก่ผลงานที่มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้แก่ AI-Driven Leadership Award, Precision Execution with AI Award, Agentic Innovation Award และ Distinguished AI Management Award เพื่อเชิดชูวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และความสามารถในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมอบโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมทุกท่าน การจัดหลักสูตร LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3 สะท้อนพันธกิจของ BDI ในการพัฒนาผู้นำยุคใหม่ที่สามารถใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร สร้างนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตร LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://bdi.or.th/executive-course/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0 2480 8833 ต่อ 9579
17 July 2026

บทความ

BDI ชูวิสัยทัศน์สร้างระบบนิเวศ AI ของไทย เดินหน้าพัฒนา Sovereign AI ผลักดัน ThaiLLM ยกระดับขีดความสามารถประเทศด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์
16 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “AI Ecosystem Strategies: Building and Scaling National AI Ecosystems – Lessons from Global Leaders and Implications for Thailand” ภายในงาน CU x NVAITC Joint Symposium: AI for Industry and Government ณ อาคารสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการขับเคลื่อนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI Ecosystem) ของประเทศไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยควรมุ่งสร้าง Sovereign AI หรืออธิปไตยด้านปัญญาประดิษฐ์บนพื้นฐานของข้อมูลและโมเดล AI ของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันด้านการผลิตโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ เช่น GPU ได้ในระดับโลก จึงควรสร้างความได้เปรียบผ่านการพัฒนาโมเดล AI ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยด้านเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดคุณค่าสูงสุด หนึ่งในกลไกสำคัญคือ โครงการ Thai Large Language Model (ThaiLLM) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) และภาคีเครือข่าย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของประเทศไทยในรูปแบบ Open-weight/Open-license เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป นักพัฒนา และผู้ประกอบการไทย สามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรม AI ได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ BDI ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดทำ ยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้าน AI วางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI สำหรับภาครัฐ รวมถึงผลักดันการพัฒนา AI ในรูปแบบ Demand-led AI ที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคเศรษฐกิจจริง เพื่อให้การลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืน ในด้านการสร้างระบบนิเวศ AI ศ. ดร.ธีรณี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานใน 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว การผลิต สาธารณสุข การเกษตร การเงิน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ พร้อมสนับสนุนการจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้าน AI Governance, Data Governance ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการพัฒนา AI ที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า การนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะภาครัฐที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ BDI จึงสนับสนุนแนวทางการจัดตั้ง Innovation Team เพื่อศึกษา Workflow วิเคราะห์โอกาสในการประยุกต์ใช้ AI และร่วมออกแบบการปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิม ช่วยลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการให้บริการประชาชน ศ. ดร.ธีรณี ยังกล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI คือ “Empathy” หรือความเห็นอกเห็นใจของผู้นำองค์กร ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่แรงงาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยี ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ การเข้าร่วมเสวนาของ BDI ในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทในฐานะหน่วยงานหลักด้าน Big Data และ AI ของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล สร้างระบบนิเวศ AI ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
16 July 2026

บทความ

BDI เปิดบ้านถ่ายทอดภารกิจจริง ปั้นคนรุ่นใหม่ด้าน Data & AI ผ่านโครงการ Stats on Campus: Data Innovators Camp
15 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เปิดบ้านต้อนรับคณะนิสิตและนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Stats on Campus: Data Innovators Camp ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเปิดมุมมองให้เยาวชนได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากภารกิจจริงของประเทศ สร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดสู่การเป็นกำลังคนด้าน Data & AI ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ณ อาคารสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกล่าวต้อนรับและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ตลอดจนบทบาทของ BDI ในฐานะหน่วยงานหลักด้าน Big Data และ AI ที่ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ยกระดับการให้บริการภาครัฐ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมถ่ายทอดแนวคิดด้าน Data Governance ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล นอกจากนี้ ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI ยังร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ Envi Link ที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจ และ Travel Link ที่ใช้ Big Data วิเคราะห์ข้อมูลการท่องเที่ยวเพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกสำหรับภาครัฐและภาคธุรกิจ ผู้เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถาม และเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบัน เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Big Data และ AI ในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้จริง การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Stats on Campus ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตและนักศึกษาให้สามารถนำข้อมูล สถิติ และเทคโนโลยีด้านข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ปัญหา และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายหรือเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรม Study Visit ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากการดำเนินงานจริงของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โครงการ Stats on Campus เป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 14 วัน แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น ภายใต้แนวคิด Experiential Learning ผสานการเรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง การศึกษาดูงาน การพัฒนาโครงงาน และการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การประยุกต์ใช้ AI การสร้างนวัตกรรม และการสื่อสารข้อมูล พร้อมต่อยอดสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพด้าน Data & AI ที่สามารถสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม การเปิดบ้านต้อนรับเยาวชนในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ BDI ในการพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมสร้างคนรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็น “นวัตกรรม” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
15 July 2026

บทความ

BDI เดินหน้า The UP 2026 จัด Workshop เข้มข้น ปลดล็อกศักยภาพ SME เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ Mentoring 1:1 ด้วย Data & AI อย่างเป็นระบบ
14 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้ากิจกรรม The UP 2026: Unlock Potential with Data & AI – Scaling Up Business Program อย่างเข้มข้น ด้วยการจัด Workshop 2 วัน ระหว่างวันที่ 13–14 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SME ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 55 บริษัท ก่อนเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบ 1:1 (Mentoring) ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือน โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถใช้ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการแก้โจทย์ธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้จริง ภายในกิจกรรม ผู้ประกอบการได้รับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Data & AI Governance for SMEs” โดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ได้ถ่ายทอดแนวคิดการสร้างความพร้อมด้านการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่ต้องเริ่มจากการมีข้อมูลที่มีคุณภาพ มีการบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นระบบ และมีแนวทางกำกับดูแลข้อมูลที่เหมาะสม เพราะข้อมูลที่เชื่อถือได้จะช่วยให้การวิเคราะห์และการตัดสินใจมีความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึง 4 เสาหลักของ Data & AI Governance ได้แก่ Data Governance, Privacy & PDPA, Cybersecurity และ Responsible AI ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมแนะนำแนวคิด “Start Small, Govern Early” หรือการเริ่มต้นจากการวางรากฐานด้านข้อมูลและการกำกับดูแลที่เหมาะสม ก่อนต่อยอดสู่การใช้ AI ในระดับที่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ตลอดการจัด Workshop ทั้ง 2 วัน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของ Big Data, Analytics และ AI การประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ การจัดทำ Data & AI Readiness Canvas เพื่อประเมินความพร้อมขององค์กร ตลอดจนการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่ม (Learning Sessions) ตามบริบทธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์โจทย์ของแต่ละองค์กร และพัฒนาความรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การให้คำปรึกษาแบบเฉพาะองค์กร (Tailor-made Mentoring) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในระยะต่อไป โครงการ The UP 2026 มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก Data และ AI เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย BDI จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบ 1:1 (Mentoring) สู่การพัฒนา Data Roadmap และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถนำ Data และ AI ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา ยกระดับประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
14 July 2026

บทความ

BDI ร่วมขับเคลื่อน พม. ยกระดับการบูรณาการข้อมูลสังคม หนุนสวัสดิการแบบมุ่งเป้า ด้วย Big Data และ AI
13 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิด “โครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” เพื่อพัฒนาคลังข้อมูลด้านสังคมให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม เชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลสวัสดิการสังคมจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมยกระดับการจัดทำฐานข้อมูลประชาชนกลุ่มเปราะบางให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมี นางวนิดา สมานมิตร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบออนไลน์ ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการสานต่อความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย การเชื่อมโยงและปรับปรุงฐานข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ และ การจัดทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุตามสิทธิ/สวัสดิการที่จะได้รับรายบุคคล เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่ขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ โดยมีหน่วยงานร่วมลงนามจาก 15 กระทรวง ประกอบด้วย 45 หน่วยงานระดับกรม และ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ให้คำปรึกษาด้านการบูรณาการข้อมูลสวัสดิการสังคม และผลักดันการจัดสวัสดิการแบบมุ่งเป้า (Targeted Social Welfare) ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา พม. และ BDI ได้ร่วมกันวางรากฐานการบูรณาการข้อมูลด้านสังคมอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานข้อมูล และกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ปัจจุบันสามารถบูรณาการชุดข้อมูลสำคัญได้แล้วกว่า 90% ครอบคลุมข้อมูลด้านรายได้ การมีงานทำ การศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม ช่วยให้หน่วยงานสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ ค้นหาประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ และวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลเด็กพิการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง พม. เพื่อค้นหาเด็กที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการแต่ยังไม่อยู่ในระบบการศึกษา รวมถึงเด็กที่อยู่ในสถานศึกษาแต่ยังไม่ได้รับสิทธิหรือการสนับสนุนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลเพื่อค้นหาผู้ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันแต่ได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน ทำให้ภาครัฐสามารถดำเนินงานเชิงรุก เข้าถึงผู้สูงอายุที่ยังไม่ทราบสิทธิของตนเอง และขยายการดูแลจากการรับเบี้ยยังชีพไปสู่บริการด้านสวัสดิการอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล ดร.สุนทรีย์ เน้นย้ำว่า คุณภาพของข้อมูล (Data Quality) และธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาสวัสดิการแบบมุ่งเป้า เนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูลจะช่วยให้สามารถตรวจพบข้อมูลที่ผิดพลาดหรือข้อมูลที่ตกหล่น (Outliers) เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานเจ้าของข้อมูล และเพิ่มความถูกต้องในการตัดสินใจเชิงนโยบาย โครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะช่วยยกระดับการบูรณาการฐานข้อมูลตามมติ ครม. ที่ตั้งต้นไว้เดิม ให้กลายเป็น Sectoral Data Hub ด้านการพัฒนาสังคมและการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดย BDI จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มสวัสดิการสังคม เข้าสู่แพลตฟอร์มดีทู (Data Integration and Intelligence Platform: D2) สำหรับขยายผลการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลข้ามสาขา เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในระดับประเทศ ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางได้ทั่วถึงอย่างยั่งยืน
13 July 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings