News
ข่าวประชาสัมพันธ์
BDI News
BDI ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
29 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และ ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง ณ โถงชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ได้ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดี
29 May 2026
BDI ผลักดันภารกิจ “National Backbone” ผ่านแพลตฟอร์ม D2 ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Big Data & AI มุ่งเป้าสร้างนโยบายที่แม่นยำเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน
27 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน eGovernment Forum 2026 หัวข้อ “A Big Shift for Public Value with Data, Analytics & AI” เดินหน้าภารกิจหลักในการเป็นองค์กรขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Deep Analytics) เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเป็น “ขุมทรัพย์” ของภาครัฐให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศและกำหนดนโยบายแบบมุ่งเป้า ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่า ภารกิจของ BDI ไม่ใช่การรวบรวมข้อมูล แต่คือการสร้าง “ถนนข้อมูล” (National Backbone) ผ่านแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก (Insights) ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยปัจจุบัน BDI มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่เป็น Data Scientist และ Data Engineer มากถึง 60% ขององค์กร พร้อมให้บริการในรูปแบบ “Answer as a Service” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะทางของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมชูความสำเร็จด้วย Use Cases ที่จับต้องได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านภารกิจสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการ Travel Link: การนำข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาวิเคราะห์เชิงสถิติและแสดงผลผ่าน Dashboard ช่วยให้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สามารถวางแผนวางแผนธุรกิจและการตลาดได้อย่างแม่นยำ การจัดสวัสดิการแบบมุ่งเป้า: D2 ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ จาก 15 กระทรวง 14 หน่วยงาน รวม 29 ฝ่าย เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน แก้ปัญหารายชื่อตกหล่นจากระบบ ทำให้รัฐบาลสามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้ถึงตัวบุคคลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การพยากรณ์สินค้าเกษตร: ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาแดชบอร์ดแสดงผลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณข้าว เตรียมหาตลาดรองรับล่วงหน้าและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจโลก การก้าวข้ามความท้าทายด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล แม้ว่าจะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่ BDI ได้สร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบ Data Governance ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมั่นใจในการแบ่งปันข้อมูล ทั้งนี้ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล เพื่อบูรณาการข้อมูลหน่วยงานรัฐให้เชื่อมโยงกัน พร้อมแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดอย่างทันท่วงที “นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยน Mindset หากเราเปิดใจในการใช้ข้อมูลร่วมกัน เราจะสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคของประเทศได้ ทำให้เกิดการใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation” ดร.สุนทรีย์ กล่าวทิ้งท้าย งาน eGovernment Forum 2026 เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) โดยเปิดเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การจัดงานครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐอัจฉริยะที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนเสริมสร้างการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งภายในและข้ามหน่วยงาน เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน
27 May 2026
BDI เปิดบ้านต้อนรับนิสิต คณะวิศวฯ มศว. ถ่ายทอดองค์ความรู้ Big Data และ AI สู่การเป็น Data-Driven Nation
18 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ ณ อาคารสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ในการนี้ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายภารกิจและบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การส่งเสริมการใช้ Big Data และ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การพัฒนานวัตกรรม และการยกระดับศักยภาพของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา พร้อมการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ จากนั้น ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “การผสานเทคโนโลยี IoT, Big Data และ AI: สถาปัตยกรรมขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต” ถ่ายทอดแนวคิดพร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และบริหารจัดการเมืองในอนาคต นอกจากนี้ นายชยสิน แซ่เตีย วิศวกรข้อมูลอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ บรรยายหัวข้อ “เปิดโลกอาชีพ Data Platform และ AI กับโจทย์จริงระดับประเทศ” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสายอาชีพด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินโครงการแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ (Data Integration and Intelligence Platform: D2) เชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ มุ่งบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างการวางแผนเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BDI ในการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและ AI ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
18 May 2026
BDI รุกสร้างทัพนักวิเคราะห์ข้อมูล ผนึกกำลัง สผ. ยกระดับทักษะ Big Data และ AI สู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ
15 พฤษภาคม 2569, สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดอบรมหลักสูตรพัฒนานักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) โดยมี นายเบญจ์ รักตันติโชค ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ดร.อังคณา พรหมราช และดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน ร่วมกันเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) (depa) โดยตลอด 4 วันของการอบรมตั้งแต่วันที่ 23, 24, 27 และ 28 เมษายน 2569 ผู้เข้าอบรมได้เสริมอาวุธทักษะดิจิทัลแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ และการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพที่เข้าใจง่ายด้วย Looker Studio นอกจากนี้ยังได้เจาะลึกโลก AI ผ่านการใช้งาน Gemini และฝึกสร้าง AI Agent เพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการทำงาน พร้อมเรียนรู้วิธีการออกแบบแดชบอร์ดสรุปข้อมูลเชิงนโยบาย และเทคนิคการเล่าเรื่องจากข้อมูล (Data Storytelling) ปิดท้ายด้วยการลงมือทำโครงงานจริง (Capstone Project) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรได้ทันที หลักสูตรดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อพัฒนาองค์กรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารจัดการข้อมูล และการนำข้อมูลมาแสดงผลให้เกิดประโยชน์สำหรับขับเคลื่อนองค์กร โดยเน้นส่งเสริมด้านการพัฒนาบุคลากรภายในหน่วยงาน ให้บุคลากรมีทักษะด้านการออกแบบแสดงผลข้อมูล เรียนรู้การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการสนับสนุนการทำงาน สามารถปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล และประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
15 May 2026
BDI เดินหน้ายกระดับผู้นำไทย เปิดหลักสูตร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” เสริมศักยภาพองค์กรสู่ยุค Data-Driven Nation
8 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดหลักสูตรผู้บริหาร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความตื่นตัวขององค์กรไทยในการนำ Big Data และ AI มาใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรและประเทศ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Government Policies and Thailand’s Digital Competitive Edge” โดยชี้ให้เห็นว่า Big Data และ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ มองเห็นภาพรวม และตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI ในการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลจากระบบดาวเทียม เพื่อยกระดับการติดตามสถานการณ์แบบใกล้เคียงเวลาจริง รองรับการรับมือเหตุฉุกเฉิน อาทิ ไฟป่า น้ำท่วม และปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเทศ โดยกระทรวงดีอี และ BDI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลระดับชาติ และส่งเสริมให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ วางแผน กำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า หลักสูตร LEAD ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders” ซึ่งปีนี้มีการยกระดับเนื้อหาให้เข้มข้นและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งมิติด้านนโยบาย ธุรกิจ และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์และศักยภาพของผู้บริหารในการนำข้อมูลและ AI ไปใช้ขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้หลักสูตรยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น “การจัดหลักสูตร LEAD ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BDI ในการพัฒนาผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Global Best Practices) และเห็นตัวอย่างการนำ Big Data & Agentic AI มาใช้จริงในระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการ BDI กล่าว สำหรับวันแรกของหลักสูตร LEAD ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายมิติ ได้แก่ คุณคมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จํากัด บรรยายหัวข้อ Accelerating Digital Transformation ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ Head of Data Revolution Section บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) บรรยายหัวข้อ Leveraging Insights from Mobility Data พร้อมทั้งการทำ Workshop เชิงลึกผ่าน Use Cases จริงขององค์กรและฝึกออกแบบแนวทางแก้ปัญหา และกลยุทธ์ ที่สามารถนำกลับไปใช้ในองค์กรได้ทันที สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลหลักสูตร LEAD ได้ที่ https://bdi.or.th/executive-course/
8 May 2026
BDI ร่วมฝึกสอนการใช้งานระบบศูนย์พักพิง มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต
ระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤษภาคม 2569, บุรีรัมย์ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล พร้อมด้วยนายปัณพิกรณ์ รัตนวิโรจน์กุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ และนางสาวกาญจนา ประทุมวัน นักออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ กลุ่มงานบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมลงพื้นที่เข้าร่วมการประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย (Final Planning Conference: FPC) กลุ่มการฝึกด้านกิจการพลเรือน การฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อทดสอบแผนการอพยพประชาชน นำไปสู่การฝึกภาคปฏิบัติและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต ณ โรงแรมโซคูล แกรนด์โฮเทล จังหวัดบุรีรัมย์ BDI ได้ลงพื้นที่ร่วมสำรวจการฝึกซ้อมหน้างาน พร้อมเก็บข้อมูลความต้องการจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้มีประสบการณ์ตรง รวมถึงจัดอบรมการใช้งานระบบศูนย์พักพิง โดยหัวใจสำคัญของระบบ คือ การพัฒนาตัวเชื่อมข้อมูลกลางที่ช่วยผสานข้อมูลสนับสนุนการจัดการศูนย์ฯ เข้าด้วยกัน เช่น ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับความเปราะบาง เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ สามารถลงทะเบียนและคัดกรองผู้อพยพได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีการถ่ายภาพบัตรประชาชน (OCR) เข้ามาช่วยลดภาระการกรอกข้อมูลด้วยมือ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการเพียงไม่กี่วินาที โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ BDI จะนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การทำงานในอนาคตต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา BDI ได้ร่วมซ้อมรบและประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานทหารมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 เพื่อทดสอบระบบในสถานการณ์จำลองและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานจริง BDI มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยระบบศูนย์พักพิง นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการจัดการสาธารณภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับประเทศไทยต่อไป สำหรับการฝึกซ้อมรบในครั้งนี้ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนทุกภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานร่วมกัน (SOP) ด้านการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยต่าง ๆ ให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การฝึกภาคปฏิบัติและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
8 May 2026
BDI จัดกิจกรรม Connect the Dots 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หนุน SME “ใช้ข้อมูล” เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ-ร่วมออกแบบการใช้ Data & AI ที่ตอบโจทย์ SME ไทย
7 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดกิจกรรม Connect the Dots 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ปลดล๊อก SME ไทย จากกระดาษสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล” ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท เพื่อเปิดมุมมองและสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ SME ประยุกต์ใช้ข้อมูล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดีย และร่วมออกแบบการใช้ Data & AI ที่ตอบโจทย์ SME ไทย นำไปใช้งานได้ทันที เริ่มต้นด้วย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงบทบาทและภารกิจของ BDI ซึ่งหนึ่งในภารกิจที่สำคัญ คือ การส่งเสริมให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐ ใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดนโยบายและบริหารประเทศได้แม่นยำขึ้น ขณะที่ภาคเอกชน ใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ SME ไทยหากบริษัทไหนมีการใช้ข้อมูลภายในองค์กรอยู่แล้ว เช่น ระบบบัญชี, ERP, POS หรือข้อมูลลูกค้า (CRM) สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหา Insight ดึงลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการซึ่งมี Impact สูงกว่าการหาลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถเข้าร่วม The UP 2026 โครงการให้คำปรึกษาแบบ 1:1 (One-on-One) เพื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุด (Pain Point) เช่น การลดต้นทุน การจัดระเบียบข้อมูล หรือการหาช่องทางเพิ่มรายได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยชี้แนะ ตลอดจนการเลือกใช้เครื่องมือ AI หรือ Machine Learning ที่เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อพยากรณ์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยเน้นว่าผู้ประกอบการต้องมีพื้นฐานความรู้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ AI ด้วย พร้อมยกตัวอย่างโครงการแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยว (Travel Link) ที่จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ยกระดับธุรกิจให้เติบโตได้จริง ถัดมาผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ The UP 2025: ปลดล็อกศักยภาพ SMEs จากกระดาษสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ขยายฐานลูกค้าจากหลักร้อยสู่หลักพัน จากคุณปานวาด จิตต์ไพโรจน์ กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบงคอค สวิม ทีม จำกัด และต่อด้วย ดร.ภิรมย์มาส เตชิตณัฏฐ์ศรุต ผู้จัดการโครงการ Travel Link ที่พาผู้เข้าร่วมงานเจาะลึกแพลตฟอร์ม Travel Link สัมผัสความสำเร็จจากการนำข้อมูลภาครัฐและเอกชนที่ “เคยมองข้าม” นำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “Data และ AI แบบไหน ตอบโจทย์ SME ไทย” ที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองแบบรอบด้านครอบทุกมิติจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่, คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานกรรมการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, คุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง PAM Real CDP และ ผศ. ดร.ชินตา ว่องวิริยะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท EATLAB จำกัด นอกจากนี้ยังมี Workshop “ข้อมูลแบบนี้ ที่ SME อยากได้” ร่วมแชร์ไอเดีย ระดมมุมมอง บอกปัญหา และหาแนวทาง เพื่อสะท้อนความต้องการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ BDI เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ส่งท้ายปี 2026 มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) อย่างแท้จริง
7 May 2026
BDI จัดใหญ่ เปิด 3 Hackathon 2026 ชวนเยาวชน-นวัตกร-สตาร์ตอัป ประชันไอเดียเปลี่ยนเมืองด้วย Data และ AI พร้อมทุนสนับสนุนรวมกว่า 4.6 ล้านบาท
7 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมการแข่งขัน BDI Hackathon 2026 เวทีประลองไอเดียระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้นวัตกรและสายเทค (Tech Startup) มาร่วม “แก้ปัญหาเมืองจริง” ผ่านการใช้ข้อมูล (Open Data) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง โดยปีนี้จัดเต็มเปิดรับ 3 แทร็ก (Tracks) ที่ออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มผู้เข้าร่วมในแต่ละระดับ ได้แก่ เยาวชน บุคคลทั่วไป และนิติบุคคล เพื่อแก้ปัญหาให้กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และขอนแก่น พร้อมชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4.6 ล้านบาท สำหรับการแข่งขันในระดับนักเรียน นักศึกษา (BDI Hackathon Young) ผู้ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 แทร็ก ดังนี้: 1. BDI HACKATHON YOUNG (For Khonkaen) เวทีประชันไอเดียเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด “Intelligent Living” เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษาได้ร่วมประชันไอเดียในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย มุ่งเป้าสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสุขภาพและเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ – Phenome (ฟีโนม): เจาะลึกข้อมูลระดับพันธุกรรมและชีวโมเลกุล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) – Health (สุขภาพ): ยกระดับการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ – City (เมือง): สร้างสรรค์บริการสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมการดำรงชีวิต และการบริหารจัดการเชิงนโยบาย กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ได้แสดงศักยภาพและร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ 2. BDI HACKATHON PRO (For Phuket) เวทีสเกลธุรกิจระดับโปร ท้าทายระดับมืออาชีพรับสมัครเฉพาะนิติบุคคล (บริษัท, ผู้ประกอบการ หรือ Tech Startup) ที่จดทะเบียนแล้ว ในรูปแบบทีม 3-5 คน เพื่อนำเสนอโซลูชันที่พร้อมขยายผล (Scale-up) ยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ยั่งยืน ชิงเงินรางวัลทีมชนะเลิศโจทย์ละ 100,000 บาท รวม 5 โจทย์ มูลค่า 500,000 บาท พร้อมสิทธิ์เสนอขอรับทุนสนับสนุน สูงสุดไม่เกินทีมละ 2,000,000 บาท (คัดเลือกไม่เกิน 2 ทีม มูลค่ารวม 4 ล้านบาท) ครอบคลุม 5 โจทย์สำคัญ ได้แก่ – Data for better Traffic (รู้รอบการจราจร): ระบบบริหารจัดการจราจรและลดความแออัด – Data for better Waste Management (รู้รอบขยะ): การจัดการขยะอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน – Data for better Water Management (รู้รอบน้ำ): การบริหารจัดการและคาดการณ์ปริมาณน้ำประปา – Data for better Tourism (รู้รอบการท่องเที่ยว): แพลตฟอร์มข้อมูลยกระดับการท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย – Data for better Vehicle Compliance (รู้รอบรถ): ระบบเฝ้าระวังและเชื่อมโยงข้อมูลรถที่ไม่ต่อภาษีและ พ.ร.บ. กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต 3. BDI HACKATHON OPEN (For Bangkok) เวทีประลองไอเดียคนเมือง เปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป นิสิตนักศึกษา และนิติบุคคล ที่มีไฟอยากเปลี่ยนประเทศไทย โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่นำร่องให้ใช้ชีวิตได้ฉลาดและปลอดภัยขึ้น โดยการแข่งขันในรูปแบบทีม 3-5 คน (สามารถสมัครเดี่ยว หรือคู่ เพื่อจับกลุ่มภายหลังได้) ชิงถ้วยเกียรติยศและโอกาสรับรางวัลพิเศษจากหน่วยงานพันธมิตรครอบคลุม 3 โจทย์หลัก ได้แก่ – Data for better Journey (รู้รอบก่อนออกเดินทาง): ออกแบบเครื่องมือช่วยตัดสินใจการเดินทางด้วยข้อมูลแบบ Real-time เพื่อให้คนกรุงวางแผนง่าย ไม่ต้องเดา – Data for better Lifestyle (รู้รอบทุกบริการ): สร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูล ให้คนเมืองเข้าถึงบริการรัฐและโอกาสที่ตรงใจได้ทันที – Data for better Safety (รู้รอบก่อนเกิดภัย): พัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เพื่อความปลอดภัยแบบ Real-time กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 25 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร นอกจากเงินรางวัลและทุนสนับสนุนแล้ว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 3 แทร็ก จะได้เข้าร่วมกิจกรรม Workshop แบบเข้มข้นทั้ง Onsite และ Hybrid พร้อมรับคำปรึกษาจาก Mentor ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาไอเดียสู่ Prototype ที่ทำงานได้จริง ผู้ที่สนใจร่วมเปลี่ยนเมืองไปกับ BDI สามารถฟอร์มทีมและส่ง Proposal ไอเดียเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ช่องทาง Facebook Page: BDI Hackathon
7 May 2026
ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “ThaiLLM” วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ
5 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Infrastructure) อย่างเป็นรูปธรรม เปิดตัว “ThaiLLM” โมเดล AI ภาษาไทย ยกระดับการใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย นำร่องด้านสุขภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจภาษาและบริบทเชิงลึก มุ่งสร้าง ecosystem AI ภาษาไทย สู่อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของประเทศ ภายในงานได้รับเกียรติจากนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) เข้าร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สําหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้าน AI ของประเทศ ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รวมถึงการสร้างขีดความสามารถที่ประเทศเป็นเจ้าของ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียง “ผู้รับเทคโนโลยี” จากภายนอก เทคโนโลยีประเภท Large Language Model หรือ LLM มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเข้าถึงเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของ “ความเข้าใจ” ความเข้าใจในภาษาที่ใช้จริงในบริบทเฉพาะของสังคมไทย และในวิธีที่คนไทยสื่อสารกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลจากต่างประเทศยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ เป้าหมายของ ThaiLLM จึงไม่ใช่การสร้าง “โมเดลทางภาษาอีกโมเดลหนึ่ง” เพื่อแข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” โดยการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง โมเดลที่เข้าใจบริบทสังคมไทย ไปจนถึงแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่เปิดให้ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐาน “อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI” (AI Sovereignty) ของประเทศไทย ไม่ใช่การทดแทนเทคโนโลยีจากภายนอก แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ประเทศมีทางเลือก มีความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขของตนเอง และมีรากฐานให้การพัฒนาด้าน AI เป็นไปได้อย่างยั่งยืน ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการ ThaiLLM เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีเครือข่ายระดับประเทศ นำโดยกระทรวงดีอี โดย BDI, กระทรวง อว. โดย สวทช., AIEAT, VISTEC, AIAT รวมถึงจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศ AI ของประเทศ ทั้งนี้ในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการขยายผลสู่การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการวางกรอบธรรมาภิบาลและการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนา ThaiLLM ที่เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวงในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของไทย “จากผู้ใช้งาน สู่การเป็นผู้สร้าง และผู้กำหนดทิศทางระบบนิเวศ AI” เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ โดยกระทรวง อว. ในฐานะเสาหลักด้านการวิจัยพัฒนา ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนา Foundation LLM สำหรับภาษาไทย ที่ได้ระดมองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการ มาร่วมพัฒนาออกแบบสถาปัตยกรรมโมเดล พัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทย ไปจนถึงการประเมินและพัฒนาคุณภาพโมเดลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ThaiLLM มีความสามารถเข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง 2) สนับสนุนเครื่อง LANTA ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ เนคเทค สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ใช้ในการฝึกโมเดล ThaiLLM ภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการใช้บริการคลาวด์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาควาปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลสำคัญของชาติถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอกประเทศ และ 3) การพัฒนากำลังคน AI ซึ่งถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน AI ในระยะยาว ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดอบรม 4 หลักสูตร ที่ออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ AI Beginner สำหรับนักพัฒนาระดับเริ่มต้น, AI Engineer สำหรับการปรับแต่งโมเดล LLM และระบบ RAG, AI Professional และ AI Researcher สำหรับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 700 คน ที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม AI ของประเทศไทยให้มีศักยภาพทัดเทียม สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคต ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM มีการพัฒนา Foundation Model ThaiLLM ขนาด 8B และ ขนาด 30B ในลักษณะ open license และ open-weight ที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้พัฒนาต่อยอดเป็น Fine-tuned Model เฉพาะทาง โดยใช้ข้อมูลสาธารณะ และจากความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อมูลวิจัย และข้อมูลข่าวสารในบริบทไทย ทั้งนี้ทางโครงการยังได้มีการทดลองต่อยอดโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นในบริบทการแพทย์ ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชทบอทช่วยคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น นอกจากนี้ ทางโครงการได้มีการสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนใน ecosystem นักพัฒนาไทย เช่น PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT)...
5 May 2026