News
ข่าวประชาสัมพันธ์
BDI News
BDI เปิดตัว “Data-Driven Thailand Report 2568” ครั้งแรกของประเทศ ชี้ความพร้อม Data & AI ไทย สะท้อนโจทย์จาก “Gap” สู่การใช้ข้อมูลสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม
8 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดงานเผยแพร่ “รายงานตัวชี้วัดเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Thailand Report) ประจำปี พ.ศ. 2568” เพื่อสะท้อนสถานภาพและศักยภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศไทย พร้อมพัฒนากรอบมาตรฐานกลางสำหรับติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน และผ่านระบบออนไลน์ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนสถานภาพและความพร้อมของประเทศไทยด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วย Data และ AI อย่างเป็นรูปธรรม รายงานดังกล่าวประเมินความพร้อมของประเทศไทยผ่าน 6 มิติ 80 ตัวชี้วัด ครอบคลุม Data Infrastructure, Data Governance, Data Capability & Skills, Data Use, Data Ecosystem & Collaboration และ Data Impact เพื่อสะท้อนภาพรวมตั้งแต่ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล ไปจนถึงศักยภาพในการนำข้อมูลไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ผลการประเมินพบว่า ประเทศไทยมี คะแนนภาพรวม 58.91 คะแนน โดยมีจุดแข็งในมิติด้าน Data Governance อยู่ที่ 79.32 คะแนน ขณะที่มิติด้าน Data Impact อยู่ที่ 44.48 คะแนน สะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนจาก “ความพร้อม” ด้าน Data & AI ไปสู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้นจริงต่อเศรษฐกิจและสังคม ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “จาก Gap สู่การขับเคลื่อน: ปิดช่องว่างเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) ของไทย” โดยผู้แทนทรงคุณวุฒิจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางลดช่องว่างด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรและทักษะ ตลอดจนการผลักดันให้ Big Data และ AI ถูกนำไปใช้จริง เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การจัดทำ Data-Driven Thailand Report จึงไม่ได้เป็นเพียงการสะท้อนคะแนนความพร้อมของประเทศ แต่เป็นการสร้าง “จุดตั้งต้นร่วม” เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการมองเห็นทั้งจุดแข็งและช่องว่างของประเทศภายใต้กรอบการประเมินเดียวกัน และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย วางแผนการลงทุน พัฒนากำลังคน และสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ BDI มุ่งหวังให้รายงานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการติดตามพัฒนาการด้านข้อมูลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก “ความพร้อมด้าน Data & AI” สู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
8 September 2026
BDI เปิดพื้นที่เรียนรู้ Data–AI ถ่ายทอดประสบการณ์จากโจทย์จริง เสริมทักษะนิสิตวิทยาศาสตร์ มก. สร้างกำลังคนพร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะนิสิตและบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Data, Advanced Analytics และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดมุมมองการนำองค์ความรู้ด้านข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมนิสิตสู่การเป็นกำลังคนด้านข้อมูลและ AI ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data” ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดภารกิจและบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI และการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของประเทศ จากนั้น ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “จาก Data สู่การตัดสินใจ: การประยุกต์ใช้ Advanced Analytics และ AI เพื่อแก้โจทย์ภาครัฐ” ถ่ายทอดแนวคิดและตัวอย่างการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่เกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการ วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ให้ตอบโจทย์ได้จริง ขณะที่ ดร.อาทิตย์ สกุลเมือง ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “Data Science in Action: จากทักษะสู่ประสบการณ์ทำงานจริง” ชวนให้นิสิตเห็นภาพการทำงานด้าน Data Science ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจข้อมูล ไปจนถึงการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเข้ากับทักษะที่จำเป็นสำหรับสายอาชีพด้านข้อมูล การศึกษาดูงานครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญของ BDI เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตลอดจนโอกาสในการนำ Data และ AI ไปสร้างประโยชน์ในหลากหลายบริบท พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำงานจริง BDI ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริงสู่ภาคการศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่สร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยมีทั้ง “คนที่พร้อมใช้ข้อมูล” และ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
3 September 2026
BDI ชู Big Data และ AI เสริมความมั่นคงประเทศ ยกระดับทักษะกำลังพลสู่ Future Forces
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรม “สร้างความตระหนักรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และไซเบอร์” ณ ศาลาว่าการกลาโหม โดยได้รับเกียรติจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรู้และยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่กำลังพล พร้อมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัลและ AI จัดโดยกระทรวงกลาโหม ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) ศ. ดร.ธีรณี บรรยายพิเศษหัวข้อ “AI เพื่อความมั่นคงของประเทศ” ถ่ายทอดมุมมองถึงบทบาทของBig Data และ AI ต่อการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสนับสนุนการตัดสินใจ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์จำเป็นต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาล บุคลากรและวัฒนธรรม เทคโนโลยีและข้อมูล รวมถึงความปลอดภัยและจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในหัวข้อ “AI Skill for Future Forces” ศ. ดร.ธีรณี เน้นการพัฒนา “คน” ควบคู่กับเทคโนโลยี โดยมี AI Literacy เป็นทักษะพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันศักยภาพ ข้อจำกัดและความเสี่ยง รวมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับภารกิจ ก่อนต่อยอดสู่ทักษะที่สูงขึ้นตามบทบาทและความรับผิดชอบ ขณะที่แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ครอบคลุม 4 กลุ่ม ตั้งแต่ AI User ผู้ให้คำแนะนำการใช้ AI ในองค์กร ผู้บริหารที่ขับเคลื่อน AI หรือ Chief AI Officer ไปจนถึง AI Developer เพื่อพัฒนากำลังพลตั้งแต่ระดับการใช้งานพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในการทำงาน ไปจนถึงการกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบ AI การพัฒนา Future Forces จึงไม่ใช่เพียงการทำให้กำลังพล “ใช้ AI เป็น” แต่ต้อง ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน เลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจได้จริง พร้อมต่อยอดทักษะสู่การทำงานและการดำเนินชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ BDI พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AI มาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้จริง และร่วมสร้างกำลังคนที่พร้อมรับโลกยุค AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถและความมั่นคงของประเทศในอนาคต
3 September 2026
BDI ชูการพัฒนา Sovereign AI สร้าง AI ที่เข้าใจบริบทของประเทศ
3 กันยายน 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นายปฎิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นวิทยากรในงาน NECTEC-ACE 2026 หัวข้อ “State of AI สัญชาติไทย: ทิศทางการพัฒนา LLM ของประเทศไทย” ถ่ายทอดสถานการณ์ ความท้าทาย และแนวทางการสร้างขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศไทยในระยะต่อไป นายปฎิภาณ กล่าวว่า ปัจจุบัน อธิปไตยด้าน AI หรือ AI Sovereignty ได้กลายมาเป็นประเด็นหลักของทิศทางการพัฒนาด้าน AI ในระดับนานาชาติ การที่ประเทศจะมีอธิปไตยด้าน AI นั้นไม่ได้หมายถึงการมีโมเดล AI เป็นของตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทุกระดับชั้นของระบบการพัฒนา ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรประมวลผล ข้อมูลที่ใช้ฝึกสอน โมเดล AI ตลอดจนการนำโมเดลไปประยุกต์ใช้ในระบบต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศสามารถควบคุม พัฒนา และใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้โมเดลจากต่างประเทศจะสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ค่อนข้างดี แต่ข้อมูลภาษาไทยบนอินเทอร์เน็ตนั้นยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆ โดยมีไม่ถึงร้อยละ 0.4 ในขณะที่ข้อมูลภาษาอื่น เช่น ภาษาอังกฤษมีมากถึงร้อยละ 40 ส่งผลให้ในบางกรณีโมเดลจากต่างประเทศอาจยังเข้าใจบริบทเฉพาะของไทยได้ไม่เพียงพอ ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย ระบบสาธารณสุข และองค์ความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะของประเทศ ที่ผ่านมา BDI จึงได้รับการสนับสนุนจากกองทุน DE และร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรพัฒนา ThaiLLM เพื่อสร้างโมเดลภาษาไทยที่สามารถนำไปต่อยอดตามบริบทของประเทศ โดยรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลภาษาไทยจากแหล่งต่าง ๆ ปรับสัดส่วนข้อมูลให้เหมาะสมสำหรับการฝึกสอน และเผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8 พันล้านและ 30 พันล้านพารามิเตอร์ บน Hugging Face เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาไทยนำไปปรับแต่งสำหรับการใช้งานเฉพาะด้าน นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนาได้ทดลองประสิทธิภาพของโมเดลผ่าน Playground และ API ที่เว็บไซต์ thaillm.or.th พร้อมประสานความร่วมมือกับผู้พัฒนาโมเดลภาษาไทยรายอื่น เพื่อนำโมเดลพื้นฐานไปต่อยอดให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย หนึ่งในกรณีการประยุกต์ใช้ที่กำลังดำเนินการ คือความร่วมมือกับสถาบันสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และโรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำโมเดลไปปรับแต่งสำหรับระบบคัดกรองประวัติผู้ป่วยเบื้องต้น วิเคราะห์ระดับความเร่งด่วนและให้คำแนะนำเบื้องต้น เพื่อช่วยลดระยะเวลารอพบแพทย์ โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อนำไปทดลองใช้งานจริงในคลินิกปฐมภูมิ นายปฎิภาณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนปฏิบัติการด้าน AI ของประเทศไทยในระยะต่อไป มีแนวทางขับเคลื่อน 2 ฝั่งร่วมกัน ได้แก่ฝั่งอุปสงค์ในมุมการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่า (Adoption & Value Creation) ของผู้ใช้งานจริง และฝั่งอุปทานในการพัฒนาความสามารถของประเทศในการสร้างและการพัฒนา AI ให้เกิดอธิปไตยเชิงปฏิบัติ (Practical Sovereign AI) โดยมีแผนการพัฒนา 4 แกนสำคัญควบคู่กันไป ได้แก่ สำหรับทิศการการเดินหน้าต่อของนั้นควรอาศัย 3 แนวทางคู่ขนาน ได้แก่ เร่งการนำ AI ไปใช้งาน เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างความต้องการในตลาด การสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ ทั้งในบริษัท AI การวิจัยและพัฒนา และการจดสิทธิบัตร รวมถึง การผลักดันบริษัท AI ของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และขยาย AI Economy ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนา AI สัญชาติไทยในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการสร้างโมเดล แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล เทคโนโลยี มาตรฐาน บุคลากร และการนำไปใช้จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและสร้างความพร้อมให้ประเทศไทยแข่งขันได้ในอนาคต
3 September 2026
BDI ต้อนรับคณะผู้แทนเยอรมนี เปิดมุมมองความร่วมมือไทย–เยอรมนี ขับเคลื่อน Data–AI สู่รัฐบาลดิจิทัลแห่งอนาคต
2 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วยสมาชิกสภาแห่งรัฐ North Rhine-Westphalia (NRW) ผู้แทนทางการทูตจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนจากมูลนิธิการเมืองเยอรมัน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างไทย–เยอรมนี เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ การพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผล การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI ในภาครัฐ สุขภาพ การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ณ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) การหารือครั้งนี้ นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ BDI ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับคณะผู้แทนจากเยอรมนี โดย BDI ได้นำเสนอภาพรวมบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่ใช้ข้อมูลในการพัฒนาและตัดสินใจ ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศ หนึ่งในประเด็นสำคัญของการแลกเปลี่ยน คือ ความท้าทายในการทลาย Data Silos และการทำให้ข้อมูลภาครัฐสามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ร่วมที่ทั้งประเทศไทยและเยอรมนีให้ความสำคัญ โดยการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลไม่ได้มุ่งเพียงการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่ยังรวมถึงการพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีโครงสร้างและมาตรฐานที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงและใช้งาน พร้อมออกแบบบริการที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและติดต่อภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่กับการรักษาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสิทธิของประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Digital Identity และ European Digital Identity Wallet (EUDI Wallet) รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพเพื่อการวิจัยและบริการสาธารณะ ตลอดจนแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ในด้านปัญญาประดิษฐ์ BDI ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ภาษาและบริบทของประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนตัวอย่างการนำ Large Language Model ไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงประเด็น AI in Education ซึ่งฝ่ายเยอรมนีได้แบ่งปันแนวทางการศึกษาและทดลองใช้ AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอนและลดภาระงานของครู โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Human-in-the-Loop ที่ยังคงให้มนุษย์มีบทบาทในการกำกับและตัดสินใจ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยและเยอรมนีจะมีบริบทด้านโครงสร้างภาครัฐและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน แต่ต่างมีโจทย์สำคัญร่วมกัน ทั้งการ ทลาย Data Silos การพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีมาตรฐานและสามารถเชื่อมโยงกันได้ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การใช้ข้อมูลและ AI อย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศ AI ซึ่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันนับเป็นโอกาสในการเปิดมุมมองและต่อยอดแนวทางการพัฒนา Data และ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงข้อมูล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคน ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้าน Data และ AI ที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ยกระดับบริการประชาชน และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรม
2 September 2026
BDI ผนึกพันธมิตรเปิดเวที "Human-AI Synergy" ชู 3 มิติ ยกระดับคน–เสริมวิสัยทัศน์–สร้างธรรมาภิบาล AI ผลักดันไทยสู่ Data-Driven Nation
31 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้ายกระดับศักยภาพดิจิทัลประเทศ จัดงานสัมมนา “BDI Seminar 2026: Human-AI Synergy ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI” โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT), บริษัท คลิกเน็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับทุนมนุษย์ การเสริมวิสัยทัศน์ด้าน AI และการสร้างธรรมาภิบาล AI เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนสามารถนำ AI ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม รับผิดชอบ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Resilient Thailand: Data Stories” ว่า “การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานทั่วโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้ง Data Capability และ Human Capability เพื่อสร้าง ‘Thailand Resilience' ให้ประเทศรับมือกับความท้าทายได้อย่างยืดหยุ่น โดย BDI ได้เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อทลายไซโลข้อมูลภาครัฐ ด้วยกลไกการเชื่อมโยงแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) โดยไม่ดึงฐานข้อมูลมาเก็บไว้ส่วนกลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมขับเคลื่อนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบหลักการแล้วและอยู่ระหว่างรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการอำนวยความสะดวกและกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อขับเคลื่อน Ecosystem นี้อย่างเป็นรูปธรรม BDI ได้ประเดิมแผนเร่งด่วนด้วยการนำร่องเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติธรรมชาติจาก 52 หน่วยงานภาครัฐ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังระเบียบฯ ประกาศใช้ ก่อนจะขยายผลสู่ชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High Value Data) ในประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองทางสังคม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เข้าไปสนับสนุนภาครัฐในการวิเคราะห์และเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้คน ข้อมูล และ AI สามารถผสานพลังทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” Mr. Oleksiy Sluchynsky, Senior Economist, World Bank Group กล่าวว่า “AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสนับสนุนงานบริหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการทำงานของภาครัฐ โดยมีกรณีศึกษาจากหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ที่สะท้อนแนวทางการนำข้อมูลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการยกระดับ ระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) ซึ่งประสบการณ์จากกรณีศึกษาเหล่านี้สามารถเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทยในการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อพัฒนานโยบายและโครงการภาครัฐให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ในบริการสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพของข้อมูล ระบบ และกรอบธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถสร้างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และประโยชน์ต่อประชาชนได้ในระยะยาว” ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การนำ AI มาใช้ในภาครัฐไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องมาพร้อมกับการวางกรอบกำกับดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การใช้ AI มีความปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ดังนั้น AI Governance และ Data Governance ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน ตั้งแต่การกำหนด Use Case การประเมินความเสี่ยง การเตรียมความพร้อมของข้อมูล ไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบ ขณะเดียวกัน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเสี่ยง การบูรณาการระบบและการทำงานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยมีหลักสำคัญคือ Data First และ AI Governance From Day 1 เพื่อให้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI สามารถขยายผลได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเจาะลึกประเด็นสำคัญครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้าน Sovereign AI ของประเทศไทย, Roadmap การยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ในยุค AI, การสำรวจกรอบกฎหมาย จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้ AI, เทรนด์และการสาธิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI (Vibe Coding), ตลอดจนการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากบุคลากร BDI ในการนำ AI มาพลิกโฉมการทำงานในหลากหลายสายงานองค์กร เช่น ทรัพยากรบุคคล กฎหมาย งานเลขาฯ และนโยบายและแผน ปิดท้ายด้วย Workshop การประยุกต์ใช้ AI Agent เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหา Insight เชิงลึก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง BDI มุ่งขับเคลื่อนภารกิจในการเป็นกลไกสำคัญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์และต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ AI อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Data และ AI และการส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อวางรากฐาน Data & AI Ecosystem ของประเทศไทย และขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลและ AI...
31 August 2026
BDI ผู้แทน DE ร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ศึกษาทิศทาง Data Economy ต่อยอดความร่วมมือ Big Data–AI ระหว่าง ไทย–จีน
ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569, สาธารณรัฐประชาชนจีน – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ในฐานะผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับคณะผู้แทนจากประเทศไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล เข้าร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Token: A New Path to Value of Data Elements” ณ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy) และเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้าน Big Data และ AI ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสนี้ ดร.สุนทรีย์ ได้ขึ้นกล่าวบนเวที “China–Thailand Digital Economy Cooperation” ว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล AI เทคโนโลยีคลาวด์ ทักษะดิจิทัล และบริการดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมย้ำว่า “ข้อมูล” เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่เพียงการมีโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยกำลังขยายการใช้ Big Data และ AI ในสาขาสำคัญ อาทิ สาธารณสุข การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ดร.สุนทรีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและจีนยังมีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล AI และ AI Governance ตลอดจน Data Center บริการคลาวด์ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การวิจัย และนวัตกรรม โดยประสบการณ์ของจีนด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นองค์ความรู้ที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ พร้อมเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ เพื่อเปลี่ยนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมใช้ศักยภาพของข้อมูลและ AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ คณะผู้แทน BDI ยังได้ศึกษาแนวคิด Token Ecosystem ซึ่งไม่ได้มอง Token เพียงในฐานะหน่วยพื้นฐานของการประมวลผลโมเดล AI แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากรสำคัญในระบบนิเวศดิจิทัล ได้แก่ Data, Computing Power, AI Models และ AI Services รวมถึงแนวทางการพัฒนากลไกสำหรับวัดการใช้งาน ประเมินมูลค่า และสนับสนุนรูปแบบการให้บริการเชิงเศรษฐกิจในอนาคต อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ Data Trading และ Data Marketplace ซึ่งจีนมีการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล ทั้งในรูปแบบข้อมูลดิบและ Data Product ที่ผ่านการจัดการหรือพัฒนาให้พร้อมใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การรับรองผู้ให้ข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้าสู่แพลตฟอร์มและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสนับสนุนการนำข้อมูลไปต่อยอดสร้างมูลค่าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สำหรับงาน China International Big Data Industry Expo ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติด้าน Big Data และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่รวบรวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากจีนและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ รวมถึงสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยในปีนี้มีบริษัทจากจีนและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมกว่า 372 บริษัท และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 16,000 คน การเข้าร่วมงานครั้งนี้ของ BDI จึงไม่เพียงเป็นโอกาสในการติดตามทิศทางการพัฒนา Data Economy, Data Trading, Data Commercialization และ AI Ecosystem ของจีน แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยและจีน เพื่อนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งการพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าจากข้อมูล การยกระดับความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำข้อมูลและ AI ไปต่อยอดสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านข้อมูลและ AI ของประเทศไทย และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) อย่างยั่งยืน
29 August 2026
BDI x สกศ. ถอดบทเรียน 3 โรงเรียนต้นแบบ AI ขยายผลสู่ 13 โรงเรียน ปูทางพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์สู่การศึกษาไทย
ระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2569, กาญจนบุรี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อถอดบทเรียนสถานศึกษาต้นแบบการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ มุ่งรวบรวมข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และแนวทางส่งเสริมทักษะ AI สำหรับเยาวชนไทย พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีสู่สถานศึกษาพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานจาก BDI นำโดย ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน พร้อมด้วย ดร.สุกัญญา สุขศักดิ์ นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส และนายธารภณ นิธิจิรมน นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูล ร่วมกับคณะทำงานจาก สกศ. นำโดย นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสุวรรณา สุวรรณประภาพร ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ และนายภัทร์ธนชาติ อาษากิจ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ ตลอดจนคณะศึกษานิเทศก์จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี คณะทำงานร่วมกันติดตามการจัดการเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน ตลอดจนสำรวจความพร้อม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการนำ หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล ไปใช้จริงในสถานศึกษา ครอบคลุม 3 โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม ที่เข้าร่วมการนำหลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง BDI กับ สกศ. ในการส่งเสริมการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา โดย BDI ได้พัฒนาเนื้อหา หลักสูตรเปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech) และนำร่องส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา 8 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมพัฒนาต่อยอดเป็น “หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล” และขยายผลไปยังโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มเติมทั้งในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสุพรรณบุรี รวม 13 โรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้พื้นฐานด้าน AI สามารถเรียนรู้และทบทวนผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนนำความรู้ไปฝึกปฏิบัติและพัฒนาเป็นชิ้นงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนครูในการเข้าถึงเนื้อหาและสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ความร่วมมือนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการ พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล การถอดบทเรียนมุ่งศึกษาการนำหลักสูตรไปใช้จริงอย่างรอบด้าน ทั้งความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ ระบบอินเทอร์เน็ต ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ รูปแบบการนำหลักสูตรไปใช้ ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ รวมถึงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้บริหาร ครู และนักเรียน เพื่อให้เห็นทั้งปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดของการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากพื้นที่จะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางส่งเสริม หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล รวมถึงพัฒนารูปแบบการประยุกต์ใช้ หลักสูตรด้าน AI ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้และขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้าน AI ให้แก่โรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ การดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง AI Literacy และการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศตั้งแต่ฐานการศึกษา ผ่านการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทจริง รับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียนและครู และนำข้อมูลกลับมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมเยาวชนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตในยุค AI พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีในอนาคต ขอบคุณภาพจาก: โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม
26 August 2026
BDI ชูแนวคิด “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” หนุนรัฐบาลดิจิทัล ทลาย Data Silo สู่บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ประชาชน
26 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา “Thailand's Digital Economy: Is X-Road of Thailand Possible?” ภายใต้การประชุม “Thailand's Digital Future: AI, Innovation and Better Government” ซึ่งจัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ณ อาคารจามจุรี 10 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมชูแนวคิดสำคัญว่า การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐไม่ควรหยุดอยู่เพียงการทำให้ระบบสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ แต่ต้องมุ่งสู่การ “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” เพื่อยกระดับบริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากข้อมูล การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ และสนับสนุนการพัฒนาภาครัฐให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมิน Business Ready (B-READY) ของธนาคารโลก ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เสรี นนทสูติ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนระบบราชการเพื่ออนาคต และ ศ. ดร.วิทิต ปานสุข ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดการประชุม ก่อนเข้าสู่การนำเสนอแนวคิดด้านการขับเคลื่อนภาครัฐดิจิทัล รวมถึงบทบาทของศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula AI Centre) ประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การพัฒนาบริการภาครัฐแบบ End-to-End Digital Services ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบ API เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องกรอกข้อมูลหรือยื่นเอกสารซ้ำ ช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และภาระในการติดต่อราชการ ขณะเดียวกัน การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานของข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม ในช่วงเสวนา “Thailand's Digital Economy: Is X-Road of Thailand Possible?” ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ BDI พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐจากภารกิจของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถนำมาใช้สร้างบริการและประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม BDI เน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงข้อมูลต้องมุ่งไปสู่การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์จริง โดยยกตัวอย่าง Health Link ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาล เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นของผู้ป่วยข้ามสถานพยาบาล รวมถึง แพลตฟอร์มดีทู (Data Integration and Intelligence Platform: D2) ที่สนับสนุนการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อเพิ่มมิติของข้อมูลและนำไปใช้สนับสนุนการให้บริการประชาชนและการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งสองแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของการเชื่อมโยงข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงที่การทำให้ข้อมูลจากต่างระบบสามารถเชื่อมถึงกัน แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้น “ใช้ประโยชน์ได้จริง” ภายใต้มาตรฐาน กฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัย และการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำรูปแบบ X-Road จากต่างประเทศมาปรับใช้ทั้งหมด แต่ควรนำแนวคิดและหลักการที่เหมาะสมมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับ มาตรฐานกลาง กฎและกติกาที่ชัดเจน มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล ควบคู่กับการเร่งลดข้อจำกัดจากปัญหา Data Silo เพื่อให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยง วิเคราะห์ และสร้างคุณค่าร่วมกันได้มากขึ้น นำไปสู่การใช้ข้อมูลที่ตอบโจทย์ประชาชน ภาคธุรกิจ และการบริหารภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย จากการทำงานและจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ไปสู่ระบบที่สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลและบริการระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “Digital Future” ควบคู่กับการพัฒนาภาครัฐให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
26 August 2026