Page 6

AI

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

Big Data ช่วย SME ไทยแข่งขันได้อย่างไรในยุคดิจิทัล
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันแค่ขนาดขององค์กร แต่ขึ้นอยู่กับ “การใช้ข้อมูล” อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็สามารถแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ได้ หากรู้จักใช้ Big Data ให้เกิดประโยชน์  หลายคนอาจมองว่า Big Data เป็นเรื่องขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณมหาศาล แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านข้อมูลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME เข้าใจลูกค้า บริหารต้นทุน และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำกว่าเดิม  แล้ว Big Data คืออะไร และ SME ไทยจะนำไปใช้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบ  Big Data คืออะไร?  Big Data หมายถึง ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น  สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “ปริมาณข้อมูล” แต่คือ ความสามารถในการนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจ  ทำไม Big Data จึงสำคัญกับ SME  ในอดีต ธุรกิจขนาดเล็กมักอาศัยประสบการณ์หรือสัญชาตญาณในการตัดสินใจ  แต่ในยุคดิจิทัล การแข่งขันเกิดขึ้นรวดเร็ว ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมตลอดเวลา และตลาดมีความผันผวนสูง การใช้ข้อมูลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ  Big Data ช่วยให้ SME เปลี่ยนจากการ “คาดเดา” ไปสู่การ “ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making)”  5 วิธีที่ Big Data ช่วยให้ SME ไทยแข่งขันได้  1. เข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้น  ข้อมูลจากหลายช่องทาง เช่น  สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจ  เมื่อเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ธุรกิจก็สามารถออกแบบสินค้า บริการ และแคมเปญการตลาดได้ตรงใจมากขึ้น  2. ทำการตลาดได้แม่นยำกว่าเดิม  แทนที่จะโฆษณาแบบหว่านแห SME สามารถใช้ข้อมูลเพื่อ  ผลลัพธ์คือใช้งบประมาณการตลาดได้คุ้มค่ามากขึ้น พร้อมเพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้สนใจให้เป็นลูกค้า  3. ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ข้อมูลช่วยให้ธุรกิจมองเห็นจุดที่ควรปรับปรุง เช่น  เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ธุรกิจสามารถลดต้นทุนและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  4. คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจล่วงหน้า  การใช้ข้อมูลย้อนหลังร่วมกับ AI และ Machine Learning สามารถช่วยคาดการณ์  ทำให้ SME เตรียมตัวได้ล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากการผลิตหรือสั่งซื้อสินค้าเกินความจำเป็น  5. สร้างโอกาสใหม่ในการแข่งขัน  ข้อมูลไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยค้นพบโอกาสใหม่ เช่น  หลายธุรกิจเริ่มนำข้อมูลมาใช้พัฒนาบริการดิจิทัล สร้างรายได้จากข้อมูล (Data-Driven Services) หรือผสาน AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า  ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Big Data ในธุรกิจ SME  ร้านค้าปลีก  ร้านอาหาร  ธุรกิจท่องเที่ยว  โรงงานขนาดกลาง  ธุรกิจออนไลน์  อุปสรรคที่ SME มักพบในการเริ่มใช้ Big Data  แม้ประโยชน์ของ Big Data จะมีมาก แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังเผชิญความท้าทาย เช่น  อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดใหญ่เสมอไป สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจให้ชัดเจน และค่อย ๆ พัฒนาศักยภาพด้านข้อมูลไปพร้อมกับการเติบโตขององค์กร  ก้าวแรกสู่การเป็น Data-Driven SME  หากองค์กรต้องการเริ่มต้นใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง สามารถเริ่มได้จากแนวทางต่อไปนี้  เมื่อองค์กรมีข้อมูลที่มีคุณภาพและบุคลากรที่สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การต่อยอดสู่ AI และนวัตกรรมดิจิทัลก็จะทำได้ง่ายขึ้น  Big Data Institute (BDI) พร้อมสนับสนุน SME ไทยสู่ยุค Data-Driven Business  สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ Big Data Institute (BDI) มีพันธกิจในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา  สำหรับผู้ประกอบการ SME BDI มีบริการและโครงการที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น  BDI เชื่อว่า “ข้อมูล” ไม่ควรเป็นข้อได้เปรียบเฉพาะขององค์กรขนาดใหญ่ แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดสามารถเติบโต แข่งขัน และสร้างนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน  สรุป  Big Data ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับ SME อีกต่อไป ในยุคที่ข้อมูลเกิดขึ้นทุกวินาที ธุรกิจที่สามารถเก็บ วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบทั้งในด้านการตลาด การบริหารต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า  การเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในครั้งเดียว แต่การสร้างรากฐานด้านข้อมูลที่ดี พร้อมพัฒนาทักษะของบุคลากรและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยก้าวสู่การเป็น Data-Driven Business และแข่งขันได้อย่างมั่นคงในเศรษฐกิจดิจิทัล  แหล่งอ้างอิง 
18 September 2026

บทความ

BDI เปิดตัว “Data-Driven Thailand Report 2568” ครั้งแรกของประเทศ ชี้ความพร้อม Data & AI ไทย สะท้อนโจทย์จาก “Gap” สู่การใช้ข้อมูลสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม
8 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดงานเผยแพร่ “รายงานตัวชี้วัดเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Thailand Report) ประจำปี พ.ศ. 2568” เพื่อสะท้อนสถานภาพและศักยภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศไทย พร้อมพัฒนากรอบมาตรฐานกลางสำหรับติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน และผ่านระบบออนไลน์ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนสถานภาพและความพร้อมของประเทศไทยด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วย Data และ AI อย่างเป็นรูปธรรม รายงานดังกล่าวประเมินความพร้อมของประเทศไทยผ่าน 6 มิติ 80 ตัวชี้วัด ครอบคลุม Data Infrastructure, Data Governance, Data Capability & Skills, Data Use, Data Ecosystem & Collaboration และ Data Impact เพื่อสะท้อนภาพรวมตั้งแต่ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล ไปจนถึงศักยภาพในการนำข้อมูลไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ผลการประเมินพบว่า ประเทศไทยมี คะแนนภาพรวม 58.91 คะแนน โดยมีจุดแข็งในมิติด้าน Data Governance อยู่ที่ 79.32 คะแนน ขณะที่มิติด้าน Data Impact อยู่ที่ 44.48 คะแนน สะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนจาก “ความพร้อม” ด้าน Data & AI ไปสู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้นจริงต่อเศรษฐกิจและสังคม ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “จาก Gap สู่การขับเคลื่อน: ปิดช่องว่างเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) ของไทย” โดยผู้แทนทรงคุณวุฒิจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางลดช่องว่างด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรและทักษะ ตลอดจนการผลักดันให้ Big Data และ AI ถูกนำไปใช้จริง เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การจัดทำ Data-Driven Thailand Report จึงไม่ได้เป็นเพียงการสะท้อนคะแนนความพร้อมของประเทศ แต่เป็นการสร้าง “จุดตั้งต้นร่วม” เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการมองเห็นทั้งจุดแข็งและช่องว่างของประเทศภายใต้กรอบการประเมินเดียวกัน และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย วางแผนการลงทุน พัฒนากำลังคน และสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ BDI มุ่งหวังให้รายงานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการติดตามพัฒนาการด้านข้อมูลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก “ความพร้อมด้าน Data & AI” สู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
8 September 2026

บทความ

BDI เปิดพื้นที่เรียนรู้ Data–AI ถ่ายทอดประสบการณ์จากโจทย์จริง เสริมทักษะนิสิตวิทยาศาสตร์ มก. สร้างกำลังคนพร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะนิสิตและบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Data, Advanced Analytics และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดมุมมองการนำองค์ความรู้ด้านข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมนิสิตสู่การเป็นกำลังคนด้านข้อมูลและ AI ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data” ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดภารกิจและบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI และการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของประเทศ จากนั้น ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “จาก Data สู่การตัดสินใจ: การประยุกต์ใช้ Advanced Analytics และ AI เพื่อแก้โจทย์ภาครัฐ” ถ่ายทอดแนวคิดและตัวอย่างการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่เกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการ วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ให้ตอบโจทย์ได้จริง ขณะที่ ดร.อาทิตย์ สกุลเมือง ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “Data Science in Action: จากทักษะสู่ประสบการณ์ทำงานจริง” ชวนให้นิสิตเห็นภาพการทำงานด้าน Data Science ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจข้อมูล ไปจนถึงการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเข้ากับทักษะที่จำเป็นสำหรับสายอาชีพด้านข้อมูล การศึกษาดูงานครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญของ BDI เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตลอดจนโอกาสในการนำ Data และ AI ไปสร้างประโยชน์ในหลากหลายบริบท พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำงานจริง BDI ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริงสู่ภาคการศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่สร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยมีทั้ง “คนที่พร้อมใช้ข้อมูล” และ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
3 September 2026

บทความ

BDI ชู Big Data และ AI เสริมความมั่นคงประเทศ ยกระดับทักษะกำลังพลสู่ Future Forces
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรม “สร้างความตระหนักรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และไซเบอร์” ณ ศาลาว่าการกลาโหม โดยได้รับเกียรติจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรู้และยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่กำลังพล พร้อมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัลและ AI จัดโดยกระทรวงกลาโหม ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA  และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) ศ. ดร.ธีรณี บรรยายพิเศษหัวข้อ “AI เพื่อความมั่นคงของประเทศ” ถ่ายทอดมุมมองถึงบทบาทของBig Data และ AI ต่อการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสนับสนุนการตัดสินใจ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์จำเป็นต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาล บุคลากรและวัฒนธรรม เทคโนโลยีและข้อมูล รวมถึงความปลอดภัยและจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในหัวข้อ “AI Skill for Future Forces” ศ. ดร.ธีรณี เน้นการพัฒนา “คน” ควบคู่กับเทคโนโลยี โดยมี AI Literacy เป็นทักษะพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันศักยภาพ ข้อจำกัดและความเสี่ยง รวมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับภารกิจ ก่อนต่อยอดสู่ทักษะที่สูงขึ้นตามบทบาทและความรับผิดชอบ ขณะที่แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ครอบคลุม 4 กลุ่ม ตั้งแต่ AI User ผู้ให้คำแนะนำการใช้ AI ในองค์กร ผู้บริหารที่ขับเคลื่อน AI หรือ Chief AI Officer ไปจนถึง AI Developer เพื่อพัฒนากำลังพลตั้งแต่ระดับการใช้งานพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในการทำงาน ไปจนถึงการกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบ AI การพัฒนา Future Forces จึงไม่ใช่เพียงการทำให้กำลังพล “ใช้ AI เป็น” แต่ต้อง ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน เลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจได้จริง พร้อมต่อยอดทักษะสู่การทำงานและการดำเนินชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ BDI พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AI มาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้จริง และร่วมสร้างกำลังคนที่พร้อมรับโลกยุค AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถและความมั่นคงของประเทศในอนาคต
3 September 2026

บทความ

BDI ต้อนรับคณะผู้แทนเยอรมนี เปิดมุมมองความร่วมมือไทย–เยอรมนี ขับเคลื่อน Data–AI สู่รัฐบาลดิจิทัลแห่งอนาคต
2 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วยสมาชิกสภาแห่งรัฐ North Rhine-Westphalia (NRW) ผู้แทนทางการทูตจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนจากมูลนิธิการเมืองเยอรมัน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างไทย–เยอรมนี เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ การพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผล การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI ในภาครัฐ สุขภาพ การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ณ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) การหารือครั้งนี้ นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ BDI ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับคณะผู้แทนจากเยอรมนี โดย BDI ได้นำเสนอภาพรวมบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่ใช้ข้อมูลในการพัฒนาและตัดสินใจ ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศ หนึ่งในประเด็นสำคัญของการแลกเปลี่ยน คือ ความท้าทายในการทลาย Data Silos และการทำให้ข้อมูลภาครัฐสามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ร่วมที่ทั้งประเทศไทยและเยอรมนีให้ความสำคัญ โดยการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลไม่ได้มุ่งเพียงการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่ยังรวมถึงการพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีโครงสร้างและมาตรฐานที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงและใช้งาน พร้อมออกแบบบริการที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและติดต่อภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่กับการรักษาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสิทธิของประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Digital Identity และ European Digital Identity Wallet (EUDI Wallet) รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพเพื่อการวิจัยและบริการสาธารณะ ตลอดจนแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ในด้านปัญญาประดิษฐ์ BDI ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ภาษาและบริบทของประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนตัวอย่างการนำ Large Language Model ไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงประเด็น AI in Education ซึ่งฝ่ายเยอรมนีได้แบ่งปันแนวทางการศึกษาและทดลองใช้ AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอนและลดภาระงานของครู โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Human-in-the-Loop ที่ยังคงให้มนุษย์มีบทบาทในการกำกับและตัดสินใจ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยและเยอรมนีจะมีบริบทด้านโครงสร้างภาครัฐและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน แต่ต่างมีโจทย์สำคัญร่วมกัน ทั้งการ ทลาย Data Silos การพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีมาตรฐานและสามารถเชื่อมโยงกันได้ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การใช้ข้อมูลและ AI อย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศ AI ซึ่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันนับเป็นโอกาสในการเปิดมุมมองและต่อยอดแนวทางการพัฒนา Data และ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงข้อมูล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคน ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้าน Data และ AI ที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ยกระดับบริการประชาชน และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรม
2 September 2026

บทความ

National Big Data Platform คืออะไร เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณอย่างไร 
ในยุคที่ “ข้อมูล” กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าไม่ต่างจากเงินทุนหรือบุคลากร การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ  ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็น Data-Driven Nation โดยมี National Big Data Platform เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)  แต่หลายคนอาจสงสัยว่า National Big Data Platform คืออะไร แล้วเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ พร้อมยกตัวอย่างการนำข้อมูลไปใช้สร้างโอกาสใหม่ในการแข่งขัน  National Big Data Platform  คืออะไร?  National Big Data Platform คือแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการรวบรวม เชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และบริหารจัดการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน  เป้าหมายสำคัญของแพลตฟอร์มคือ  กล่าวง่าย ๆ คือ National Big Data Platform เปรียบเสมือน “โครงข่ายถนนของข้อมูล” ที่ช่วยให้ข้อมูลจากหลายองค์กรสามารถเดินทางถึงกันได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล  ทำไมประเทศไทยต้องมี National Big Data Platform  ในอดีต ข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมักถูกจัดเก็บแยกกัน (Data Silo)  ตัวอย่างเช่น  แม้ข้อมูลเหล่านี้จะมีคุณค่า แต่หากไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ก็ยากที่จะสร้างภาพรวมสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก  National Big Data Platform จึงเข้ามาช่วยให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงกันได้ภายใต้หลัก  ส่งผลให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ พร้อมนำไปใช้ต่อยอดทั้งในระดับนโยบายและระดับธุรกิจ  National Big Data Platform ทำงานอย่างไร  โดยทั่วไป National Big Data Platform ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่  1. Data Integration  เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าสู่ระบบเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องย้ายข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในที่เดียวเสมอไป  2. Data Catalog  รวบรวมรายละเอียดของชุดข้อมูล (Metadata) เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น  3. Data Exchange  สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านมาตรฐาน API และมาตรฐานข้อมูลกลาง  4. Data Governance  กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล บทบาทของผู้ใช้งาน และการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเป็นระบบ  5. Data Analytics & AI  รองรับการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ สร้าง Dashboard พัฒนา Machine Learning และ AI เพื่อสร้างคุณค่าใหม่  National Big Data Platform เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร  หลายคนเข้าใจว่า National Big Data Platform เป็นเรื่องของภาครัฐเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาคธุรกิจคือหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง  1. เข้าใจตลาดได้ลึกกว่าเดิม  เมื่อข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงกันได้ ธุรกิจจะมองเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น เช่น  ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การวางแผนธุรกิจมีความแม่นยำมากขึ้น  2. ลดต้นทุนในการจัดหาข้อมูล  หลายองค์กรเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง  หากมีแพลตฟอร์มข้อมูลระดับประเทศที่มีมาตรฐานเดียวกัน ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ลดทั้งเวลาและต้นทุนในการเตรียมข้อมูล  3. เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ  การตัดสินใจที่อาศัยข้อมูลจากหลายมิติช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลเพียงแหล่งเดียว  ตัวอย่างเช่น  4. สร้างนวัตกรรมใหม่  ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันสามารถนำไปพัฒนา  ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล  5. ยกระดับการให้บริการลูกค้า  เมื่อสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกขึ้น ธุรกิจสามารถออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalization) ได้ดียิ่งขึ้น  เช่น  ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในแต่ละอุตสาหกรรม  ธุรกิจค้าปลีก  ใช้ข้อมูลประชากร การท่องเที่ยว และกำลังซื้อ เพื่อเลือกทำเลเปิดสาขา วิเคราะห์สินค้า และบริหารสต็อก  ธุรกิจการเงิน  ใช้ข้อมูลเศรษฐกิจและข้อมูลเชิงพื้นที่ประกอบการประเมินความเสี่ยงและการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน  ธุรกิจโลจิสติกส์  ใช้ข้อมูลการคมนาคม การเดินทาง และความต้องการของตลาด เพื่อวางแผนเส้นทางขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ธุรกิจสุขภาพ  ใช้ข้อมูลด้านสาธารณสุขร่วมกับข้อมูลประชากร เพื่อวางแผนบริการและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์  ภาคการผลิต  นำข้อมูลห่วงโซ่อุปทานและข้อมูลเศรษฐกิจมาวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ช่วยวางแผนการผลิตและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  Data Governance หัวใจสำคัญของ National Big Data Platform  แม้ว่าการเชื่อมโยงข้อมูลจะสร้างโอกาสมหาศาล แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของข้อมูล  National Big Data Platform จึงให้ความสำคัญกับ  ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล  บทบาทของ Big Data Institute (Public Organization)   สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ Big Data Institute (Public Organization) - BDI มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการส่งเสริมธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา  นอกจากนี้ BDI ยังสนับสนุนการสร้างบุคลากรด้านข้อมูลผ่านหลักสูตรฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนา AI หรือการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล (Evidence-Based Policy)  การมี National Big Data Platform ที่เข้มแข็ง ประกอบกับบุคลากรที่มีทักษะด้านข้อมูล จะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว  สรุป  National Big Data Platform ไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยีของภาครัฐ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของทั้งประเทศในการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ  สำหรับภาคธุรกิจ National Big Data Platform คือโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติ และนำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดในอนาคต  ในโลกที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์กรที่สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่า การเตรียมความพร้อมด้าน Data Governance การพัฒนาทักษะบุคลากร และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานอย่าง National Big Data Platform จึงเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกองค์กรนั่นเอง  แหล่งอ้างอิง 
1 September 2026

บทความ

BDI ผนึกพันธมิตรเปิดเวที "Human-AI Synergy" ชู 3 มิติ ยกระดับคน–เสริมวิสัยทัศน์–สร้างธรรมาภิบาล AI ผลักดันไทยสู่ Data-Driven Nation
31 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้ายกระดับศักยภาพดิจิทัลประเทศ จัดงานสัมมนา “BDI Seminar 2026: Human-AI Synergy ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI” โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT), บริษัท คลิกเน็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับทุนมนุษย์ การเสริมวิสัยทัศน์ด้าน AI และการสร้างธรรมาภิบาล AI เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนสามารถนำ AI ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม รับผิดชอบ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Resilient Thailand: Data Stories” ว่า “การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานทั่วโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้ง Data Capability และ Human Capability เพื่อสร้าง ‘Thailand Resilience' ให้ประเทศรับมือกับความท้าทายได้อย่างยืดหยุ่น โดย BDI ได้เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อทลายไซโลข้อมูลภาครัฐ ด้วยกลไกการเชื่อมโยงแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) โดยไม่ดึงฐานข้อมูลมาเก็บไว้ส่วนกลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมขับเคลื่อนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบหลักการแล้วและอยู่ระหว่างรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการอำนวยความสะดวกและกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อขับเคลื่อน Ecosystem นี้อย่างเป็นรูปธรรม BDI ได้ประเดิมแผนเร่งด่วนด้วยการนำร่องเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติธรรมชาติจาก 52 หน่วยงานภาครัฐ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังระเบียบฯ ประกาศใช้ ก่อนจะขยายผลสู่ชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High Value Data) ในประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองทางสังคม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เข้าไปสนับสนุนภาครัฐในการวิเคราะห์และเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้คน ข้อมูล และ AI สามารถผสานพลังทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” Mr. Oleksiy Sluchynsky, Senior Economist, World Bank Group กล่าวว่า “AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสนับสนุนงานบริหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการทำงานของภาครัฐ โดยมีกรณีศึกษาจากหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ที่สะท้อนแนวทางการนำข้อมูลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการยกระดับ ระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) ซึ่งประสบการณ์จากกรณีศึกษาเหล่านี้สามารถเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทยในการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อพัฒนานโยบายและโครงการภาครัฐให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ในบริการสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพของข้อมูล ระบบ และกรอบธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถสร้างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และประโยชน์ต่อประชาชนได้ในระยะยาว” ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การนำ AI มาใช้ในภาครัฐไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องมาพร้อมกับการวางกรอบกำกับดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การใช้ AI มีความปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ดังนั้น AI Governance และ Data Governance ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน ตั้งแต่การกำหนด Use Case การประเมินความเสี่ยง การเตรียมความพร้อมของข้อมูล ไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบ ขณะเดียวกัน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเสี่ยง การบูรณาการระบบและการทำงานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยมีหลักสำคัญคือ Data First และ AI Governance From Day 1 เพื่อให้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI สามารถขยายผลได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเจาะลึกประเด็นสำคัญครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้าน Sovereign AI ของประเทศไทย, Roadmap การยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ในยุค AI, การสำรวจกรอบกฎหมาย จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้ AI, เทรนด์และการสาธิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI (Vibe Coding), ตลอดจนการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากบุคลากร BDI ในการนำ AI มาพลิกโฉมการทำงานในหลากหลายสายงานองค์กร เช่น ทรัพยากรบุคคล กฎหมาย งานเลขาฯ และนโยบายและแผน ปิดท้ายด้วย Workshop การประยุกต์ใช้ AI Agent เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหา Insight เชิงลึก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง BDI มุ่งขับเคลื่อนภารกิจในการเป็นกลไกสำคัญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์และต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ AI อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Data และ AI และการส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อวางรากฐาน Data & AI Ecosystem ของประเทศไทย และขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลและ AI...
31 August 2026

บทความ

BDI ผู้แทน DE ร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ศึกษาทิศทาง Data Economy ต่อยอดความร่วมมือ Big Data–AI ระหว่าง ไทย–จีน
ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569, สาธารณรัฐประชาชนจีน – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ในฐานะผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับคณะผู้แทนจากประเทศไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล เข้าร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Token: A New Path to Value of Data Elements” ณ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy) และเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้าน Big Data และ AI ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสนี้ ดร.สุนทรีย์ ได้ขึ้นกล่าวบนเวที “China–Thailand Digital Economy Cooperation” ว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล AI เทคโนโลยีคลาวด์ ทักษะดิจิทัล และบริการดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมย้ำว่า “ข้อมูล” เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่เพียงการมีโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยกำลังขยายการใช้ Big Data และ AI ในสาขาสำคัญ อาทิ สาธารณสุข การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ดร.สุนทรีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและจีนยังมีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล AI และ AI Governance ตลอดจน Data Center บริการคลาวด์ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การวิจัย และนวัตกรรม โดยประสบการณ์ของจีนด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นองค์ความรู้ที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ พร้อมเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ เพื่อเปลี่ยนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมใช้ศักยภาพของข้อมูลและ AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ คณะผู้แทน BDI ยังได้ศึกษาแนวคิด Token Ecosystem ซึ่งไม่ได้มอง Token เพียงในฐานะหน่วยพื้นฐานของการประมวลผลโมเดล AI แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากรสำคัญในระบบนิเวศดิจิทัล ได้แก่ Data, Computing Power, AI Models และ AI Services รวมถึงแนวทางการพัฒนากลไกสำหรับวัดการใช้งาน ประเมินมูลค่า และสนับสนุนรูปแบบการให้บริการเชิงเศรษฐกิจในอนาคต อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ Data Trading และ Data Marketplace ซึ่งจีนมีการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล ทั้งในรูปแบบข้อมูลดิบและ Data Product ที่ผ่านการจัดการหรือพัฒนาให้พร้อมใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การรับรองผู้ให้ข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้าสู่แพลตฟอร์มและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสนับสนุนการนำข้อมูลไปต่อยอดสร้างมูลค่าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สำหรับงาน China International Big Data Industry Expo ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติด้าน Big Data และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่รวบรวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากจีนและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ รวมถึงสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยในปีนี้มีบริษัทจากจีนและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมกว่า 372 บริษัท และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 16,000 คน การเข้าร่วมงานครั้งนี้ของ BDI จึงไม่เพียงเป็นโอกาสในการติดตามทิศทางการพัฒนา Data Economy, Data Trading, Data Commercialization และ AI Ecosystem ของจีน แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยและจีน เพื่อนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งการพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าจากข้อมูล การยกระดับความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำข้อมูลและ AI ไปต่อยอดสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านข้อมูลและ AI ของประเทศไทย และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) อย่างยั่งยืน
29 August 2026

บทความ

BDI x สกศ. ถอดบทเรียน 3 โรงเรียนต้นแบบ AI ขยายผลสู่ 13 โรงเรียน ปูทางพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์สู่การศึกษาไทย
ระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2569, กาญจนบุรี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อถอดบทเรียนสถานศึกษาต้นแบบการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ มุ่งรวบรวมข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และแนวทางส่งเสริมทักษะ AI สำหรับเยาวชนไทย พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีสู่สถานศึกษาพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานจาก BDI นำโดย ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน พร้อมด้วย ดร.สุกัญญา สุขศักดิ์ นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส และนายธารภณ นิธิจิรมน นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูล ร่วมกับคณะทำงานจาก สกศ. นำโดย นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสุวรรณา สุวรรณประภาพร ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ และนายภัทร์ธนชาติ อาษากิจ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ ตลอดจนคณะศึกษานิเทศก์จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี คณะทำงานร่วมกันติดตามการจัดการเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน ตลอดจนสำรวจความพร้อม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการนำ หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล ไปใช้จริงในสถานศึกษา ครอบคลุม 3 โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม ที่เข้าร่วมการนำหลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง BDI กับ สกศ. ในการส่งเสริมการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา โดย BDI ได้พัฒนาเนื้อหา หลักสูตรเปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech) และนำร่องส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา 8 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมพัฒนาต่อยอดเป็น “หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล” และขยายผลไปยังโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มเติมทั้งในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสุพรรณบุรี รวม 13 โรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้พื้นฐานด้าน AI สามารถเรียนรู้และทบทวนผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนนำความรู้ไปฝึกปฏิบัติและพัฒนาเป็นชิ้นงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนครูในการเข้าถึงเนื้อหาและสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ความร่วมมือนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการ พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล การถอดบทเรียนมุ่งศึกษาการนำหลักสูตรไปใช้จริงอย่างรอบด้าน ทั้งความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ ระบบอินเทอร์เน็ต ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ รูปแบบการนำหลักสูตรไปใช้ ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ รวมถึงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้บริหาร ครู และนักเรียน เพื่อให้เห็นทั้งปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดของการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากพื้นที่จะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางส่งเสริม หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล รวมถึงพัฒนารูปแบบการประยุกต์ใช้ หลักสูตรด้าน AI ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้และขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้าน AI ให้แก่โรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ การดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง AI Literacy และการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศตั้งแต่ฐานการศึกษา ผ่านการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทจริง รับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียนและครู และนำข้อมูลกลับมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมเยาวชนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตในยุค AI พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีในอนาคต ขอบคุณภาพจาก: โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม
26 August 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings