AI Literacy

AI Literacy

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ชู Big Data และ AI เสริมความมั่นคงประเทศ ยกระดับทักษะกำลังพลสู่ Future Forces
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรม “สร้างความตระหนักรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และไซเบอร์” ณ ศาลาว่าการกลาโหม โดยได้รับเกียรติจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรู้และยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่กำลังพล พร้อมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัลและ AI จัดโดยกระทรวงกลาโหม ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA  และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) ศ. ดร.ธีรณี บรรยายพิเศษหัวข้อ “AI เพื่อความมั่นคงของประเทศ” ถ่ายทอดมุมมองถึงบทบาทของBig Data และ AI ต่อการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสนับสนุนการตัดสินใจ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์จำเป็นต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาล บุคลากรและวัฒนธรรม เทคโนโลยีและข้อมูล รวมถึงความปลอดภัยและจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในหัวข้อ “AI Skill for Future Forces” ศ. ดร.ธีรณี เน้นการพัฒนา “คน” ควบคู่กับเทคโนโลยี โดยมี AI Literacy เป็นทักษะพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันศักยภาพ ข้อจำกัดและความเสี่ยง รวมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับภารกิจ ก่อนต่อยอดสู่ทักษะที่สูงขึ้นตามบทบาทและความรับผิดชอบ ขณะที่แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ครอบคลุม 4 กลุ่ม ตั้งแต่ AI User ผู้ให้คำแนะนำการใช้ AI ในองค์กร ผู้บริหารที่ขับเคลื่อน AI หรือ Chief AI Officer ไปจนถึง AI Developer เพื่อพัฒนากำลังพลตั้งแต่ระดับการใช้งานพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในการทำงาน ไปจนถึงการกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบ AI การพัฒนา Future Forces จึงไม่ใช่เพียงการทำให้กำลังพล “ใช้ AI เป็น” แต่ต้อง ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน เลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจได้จริง พร้อมต่อยอดทักษะสู่การทำงานและการดำเนินชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ BDI พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AI มาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้จริง และร่วมสร้างกำลังคนที่พร้อมรับโลกยุค AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถและความมั่นคงของประเทศในอนาคต
3 September 2026

บทความ

BDI x สกศ. ถอดบทเรียน 3 โรงเรียนต้นแบบ AI ขยายผลสู่ 13 โรงเรียน ปูทางพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์สู่การศึกษาไทย
ระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2569, กาญจนบุรี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อถอดบทเรียนสถานศึกษาต้นแบบการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ มุ่งรวบรวมข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และแนวทางส่งเสริมทักษะ AI สำหรับเยาวชนไทย พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีสู่สถานศึกษาพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานจาก BDI นำโดย ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน พร้อมด้วย ดร.สุกัญญา สุขศักดิ์ นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส และนายธารภณ นิธิจิรมน นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูล ร่วมกับคณะทำงานจาก สกศ. นำโดย นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสุวรรณา สุวรรณประภาพร ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ และนายภัทร์ธนชาติ อาษากิจ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้ ตลอดจนคณะศึกษานิเทศก์จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี คณะทำงานร่วมกันติดตามการจัดการเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน ตลอดจนสำรวจความพร้อม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการนำ หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล ไปใช้จริงในสถานศึกษา ครอบคลุม 3 โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม ที่เข้าร่วมการนำหลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอน กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง BDI กับ สกศ. ในการส่งเสริมการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา โดย BDI ได้พัฒนาเนื้อหา หลักสูตรเปิดโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech) และนำร่องส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา 8 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมพัฒนาต่อยอดเป็น “หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล” และขยายผลไปยังโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาและเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มเติมทั้งในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสุพรรณบุรี รวม 13 โรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้พื้นฐานด้าน AI สามารถเรียนรู้และทบทวนผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนนำความรู้ไปฝึกปฏิบัติและพัฒนาเป็นชิ้นงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนครูในการเข้าถึงเนื้อหาและสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ความร่วมมือนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการ พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล การถอดบทเรียนมุ่งศึกษาการนำหลักสูตรไปใช้จริงอย่างรอบด้าน ทั้งความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ ระบบอินเทอร์เน็ต ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ รูปแบบการนำหลักสูตรไปใช้ ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ รวมถึงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้บริหาร ครู และนักเรียน เพื่อให้เห็นทั้งปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัดของการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากพื้นที่จะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางส่งเสริม หลักสูตรทักษะปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคดิจิทัล รวมถึงพัฒนารูปแบบการประยุกต์ใช้ หลักสูตรด้าน AI ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปพัฒนานโยบายด้านการเรียนรู้และขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้าน AI ให้แก่โรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ การดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง AI Literacy และการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศตั้งแต่ฐานการศึกษา ผ่านการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทจริง รับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียนและครู และนำข้อมูลกลับมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมเยาวชนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตในยุค AI พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีในอนาคต ขอบคุณภาพจาก: โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม
26 August 2026

บทความ

ความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) 
พลวัตสำคัญของการยกระดับศักยภาพแรงงานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต  การทำงานในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยไม่มีความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) เปรียบเสมือนการพยายามขับเรือในมหาสมุทรโดยปราศจากเครื่องมือนำทางที่ทันสมัย แม้ท่านจะมีความชำนาญในการบังคับเรือ แต่หากขาดระบบเรดาร์และพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ ท่านย่อมเสียเปรียบผู้ที่รู้เท่าทันพายุและกระแสน้ำ AI Literacy จึงเปรียบได้กับการเป็นกัปตันที่ไม่ได้เพียงแค่ถือพวงมาลัยแต่ยังเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีเพื่อกำหนดทิศทางของเรือให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด ซึ่งเห็นได้ว่า ในศตวรรษที่ 21 ความสามารถในการเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ ความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) ได้กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่นเดียวกับการอ่านออกเขียนได้ที่เป็นตัวตัดสินความรุ่งเรืองของชาติในศตวรรษที่ 20 ซึ่งโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่เป็นแกนกลางของระบบเศรษฐกิจ (AI-native economy) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรูปแบบการทำงานและการจ้างงานทั่วโลก การที่แรงงานจะสามารถดำรงความสำคัญและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้นั้น จำเป็นต้องมีการปรับตัวและสร้างทักษะความฉลาดรู้ด้าน AI อย่างเป็นระบบ  นิยามและองค์ประกอบของ AI Literacy  AI Literacy ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะเชิงเทคนิค เช่น การเขียนโปรแกรมหรือการเขียนชุดคำสั่ง (Prompt Engineering) เท่านั้น แต่เป็นทักษะที่ประกอบด้วยความรู้ทางเทคโนโลยีและทักษะความเป็นมนุษย์ ตามกรอบแนวคิดของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) และ OECD ความฉลาดรู้ด้าน AI ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่  1. การโต้ตอบกับ AI (Engage with AI) การทำความเข้าใจและประเมินผลลัพธ์จากเครื่องมือ AI อย่างมีวิจารณญาณ   2. การสร้างสรรค์ร่วมกับ AI (Create with AI) การทำงานร่วมกับ AI เพื่อแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรม โดยคำนึงถึงประเด็นทางจริยธรรมและกฎหมาย  3. การบริหารจัดการ AI (Manage AI) การมอบหมายงานให้ AI โดยมีการกำกับดูแลของมนุษย์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้  4. การออกแบบโซลูชัน AI (Design AI) การทำความเข้าใจการทำงานของระบบเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด   นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมสู่ยุค AI ยังต้องอาศัยทักษะพื้นฐาน เช่น การอ่านออกเขียนได้และดิจิทัล ทักษะที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นั่นคือ การคิดเชิงวิพากษ์และการร่วมมือกัน และความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) เพื่อประเมินและเปลี่ยนทิศทางตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  ทำไม AI Literacy ถึงสำคัญในตอนนี้?  AI Literacy กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะเป็นทักษะที่ช่วยให้เรา ทำงานได้เหนือกว่า ด้วยการใช้ AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ทั้งยังช่วยให้ ตัดสินใจเลือกเครื่องมือได้แม่นยำ และ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวได้อย่างถูกต้อง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในความสำเร็จของทั้งบุคคลและระดับชาติในระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยสามารถสรุปเหตุผลสำคัญได้ดังนี้  1. การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงาน (Workforce Disruption) เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ทักษะด้าน AI ไม่ใช่เพียงแค่ “ทักษะเสริม” แต่กลายเป็น “ความสามารถหลัก” ที่ผู้ว่าจ้างต้องการ และให้ความสำคัญกับ AI Literacy เป็นอันดับต้นๆ ในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาองค์กร  2. การเพิ่มผลิตภาพและศักยภาพของมนุษย์ โดย AI Literacy ช่วยให้คนทำงานสามารถดึงศักยภาพของเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพงาน รวมถึงได้มีเวลาโฟกัสงานที่สำคัญมากขึ้น เช่น การวางกลยุทธ์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน  3. การป้องกันความเหลื่อมล้ำและภาวะสมองไหลในระดับสากล เห็นได้ว่า AI Literacy กำลังกลายเป็น “เส้นแบ่งความมั่งคั่งใหม่ของโลก” (The new global divide) บุคคลากรในประเทศที่ขาดทักษะนี้จะเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างรุนแรง ประเทศที่พัฒนาทักษะ AI ได้ช้าจะเผชิญกับ ภาวะสมองไหล (Brain Drain) เนื่องจากบุคลากรที่มีศักยภาพจะย้ายไปสู่ประเทศที่มีโอกาสในการทำงานร่วมกับ AI มากกว่า และหากไม่มีการส่งเสริม AI Literacy อย่างทั่วถึง ช่องว่างของทักษะจะกลายเป็นกำแพงที่แบ่งแยกชนชั้นทางเศรษฐกิจในอนาคต  4. ความรับผิดชอบและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี การมี AI Literacy ช่วยให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่าง ปลอดภัย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ ช่วยให้เข้าใจถึงขีดจำกัดและความเสี่ยงของ AI ทำให้มนุษย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุด (Human oversight) และสร้างความเชื่อมั่นในระบบดิจิทัล  ความสำคัญต่อตลาดแรงงานและการจ้างงาน  จากการสำรวจของ Microsoft และ LinkedIn พบว่า ผู้นำองค์กรถึง 66% จะไม่รับพิจารณาผู้สมัครที่ขาดทักษะด้าน AI และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ 71% ระบุว่าพร้อมจะจ้างผู้สมัครที่มีประสบการณ์น้อยแต่มีทักษะด้าน AI มากกว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์สูงแต่ไม่สามารถใช้ AI ได้ นอกจากนี้ 82% ของผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ต่างยกให้ความฉลาดรู้ด้าน AI เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการคัดเลือกบุคลากรในปัจจุบัน  แม้จะมีความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานกว่า 92 ล้านตำแหน่ง แต่ในอีกทางหนึ่ง สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) คาดการณ์ว่า AI จะสร้างงานใหม่ขึ้นถึง 170 ล้านตำแหน่ง งานที่มีความซ้ำซ้อนจะถูกลดบทบาทลง ขณะที่ความต้องการแรงงานที่มีความรู้ด้าน AI เฉพาะทาง เช่น สถาปนิกระบบ AI (AI System Architects) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาล AI (AI Governance Specialists) หรือผู้ออกแบบการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI (Human-AI Collaboration Designers) จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและนวัตกรรม  AI Literacy ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อผลผลิต (Productivity) ซึ่งองค์กรที่มีระดับความฉลาดรู้ด้าน AI สูงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานได้ถึง 40% ตัวอย่างในกลุ่มอาชีพนักการตลาดพบว่า การใช้ AI ช่วยประหยัดเวลาการทำงานได้ถึง 1 วันเต็มในทุก ๆ 2 สัปดาห์ หรือสายงานกฎหมาย การใช้ AI ช่วยเพิ่มคุณภาพงานและผลิตภาพได้สูงถึง 34-140%  นอกจากนี้ พนักงานที่เป็น AI Power Users กว่า 93% เชื่อว่า AI ช่วยให้พวกเขาโฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดได้ เพื่อไปโฟกัสกับงานที่ส่งผลผลิตสูง เช่น การวางกลยุทธ์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน AI ยังช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และทำให้พนักงานสามารถดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาใช้ในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมและบริบทที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลกอริทึม (Algorithm) ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้  ความท้าทายและทิศทางในอนาคต  อย่างไรก็ตาม การก้าวไปสู่ AI Literacy ในระดับสากลยังเผชิญกับความท้าทายด้านความเหลื่อมล้ำทางทักษะดิจิทัล (Digital Skills Gap) โดยพบว่าแรงงานเกือบ 1 ใน 3 ยังขาดทักษะดิจิทัลพื้นฐาน อีกทั้งยังขาดมาตรฐานการวัดระดับความฉลาดรู้ด้าน AI ที่เป็นเอกภาพทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการประเมินศักยภาพของแรงงานในตลาด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ สถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจจึงมีความจำเป็นต้องร่วมมือกันในการบรรจุทักษะ AI ลงในหลักสูตรการเรียนรู้และโครงการพัฒนาพนักงาน (Upskilling) การสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เน้นการทำงานข้ามศาสตร์ (Transdisciplinary Mindset) จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตบุคลากรที่สามารถผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ากับความสามารถของ AI ได้อย่างลงตัว  ดังนั้น AI Literacy ไม่ใช่ทักษะทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวบุคคล การเตรียมความพร้อมในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือ แต่คือการสร้างฐานรากเพื่อการมีส่วนร่วมในสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน อนาคตของการทำงานจะเป็นพื้นที่ของผู้ที่สามารถรังสรรค์และกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้ส่งเสริมสติปัญญาและความเป็นมนุษย์ได้อย่างสูงสุด  แหล่งอ้างอิง [1] 3 vital truths about AI literacy that will define the future  https://www.weforum.org/stories/2025/10/ai-literacy-3-vital-truths [2] Why AI literacy is crucial for safe, inclusive and strategic AI transformation  https://www.weforum.org/stories/2025/07/ai-literacy-and-strategic-transformation [3] AI Literacy Review  https://ailiteracy.institute/ai-literacy-review-march-11-2025/  [4] How education can transform disruptive AI advances into workforce opportunities  https://www.weforum.org/stories/2025/10/education-disruptive-ai-workforce-opportunities [5] Technology Literacy for the Future Workforce  https://er.educause.edu/articles/2025/10/2026-educause-top-10-7-technology-literacy-for-the-future-workforce
3 February 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings