BDI

BDI

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

10 อาชีพที่มีแนวโน้มขาดแคลนในยุค AI 
ในระยะเวลาช่วง 2 ปีที่ผ่านมา AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน และการทำงานของคนทั่วโลกอย่างก้าวกระโดด จากการใช้งาน ถาม-ตอบเรื่องทั่วไป กลายมาเป็นการช่วยงานในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะงานที่ประกอบด้วยขั้นตอนซ้ำๆ ที่มีกฎชัดเจน และตรวจผลลัพธ์ได้ง่าย  เช่น งานธุรการพื้นฐาน งาน Customer Service ระดับคำถามทั่วไป งานแปลหรือเขียนเนื้อหาทั่วไปที่ไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ  งานจัดทำรายงานสรุปตามแบบฟอร์ม  งานวิเคราะห์เบื้องต้นที่ใช้ข้อมูลโครงสร้างตายตัว  งานโปรแกรมเมอร์ที่ทำเฉพาะงานโค้ดมาตรฐาน การเข้ามาของ AI ดังกล่าวส่งผลให้หลากหลายอาชีพที่กล่าวมาข้างต้นจะมีความเสี่ยงที่จะหายไป หรือใช้จำนวนคนต่อปริมาณงานที่ลดลง หรือนายจ้างจะคาดหวังให้คนหนึ่งทำงานได้กว้างและซับซ้อนขึ้น ข้อมูลจาก World Economic Forum (2025)  รายงานว่า AI และการประมวลผลข้อมูลจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจของนายจ้างมากถึง 86%  ขณะที่ PwC (2026) วิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานมากกว่าหนึ่งพันล้านรายการใน 27 ประเทศ พบว่าประกาศงานที่ต้องการทักษะ AI เพิ่มขึ้น 69% ขณะที่ตลาดงานโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียง 9%  งานที่ต้องการทักษะ AI เติบโตเร็วกว่าตลาดงานรวมเกือบ 8 เท่า  ผู้มีทักษะ AI ได้รับค่าจ้างสูงกว่างานเทียบเคียงโดยเฉลี่ย 62%  และ AI ทำให้ตำแหน่งระดับเริ่มต้นต้องการทักษะที่เดิมพบในตำแหน่งอาวุโส เช่น การตัดสินใจ ภาวะผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์  ในอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีหลากหลายอาชีพที่มีแนวโน้มเผชิญความตึงตัวด้านกำลังคนสูงในยุคที่ AI เติบโต ซึ่งมีหลักฐานว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังมีกำลังคนไม่เพียงพอ จากการสังเคราะห์รายงานตลาดแรงงานระหว่างประเทศที่เผยแพร่ในปีค.ศ. 2025–2026 พบว่า 10 กลุ่มอาชีพที่มีความต้องการสูงพร้อมเหตุผลเสี่ยงขาดแคลนดังนี้  จากข้อมูลความต้องการบุคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พบว่าตลาดแรงงานมีความตื่นตัวและต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอัตราที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสายอาชีพที่มาแรงและเป็นที่ต้องการสูงสุดคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงและธรรมาภิบาล AI (AI Risk & Governance Specialist) ซึ่งมีความต้องการพุ่งสูงถึง 234% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากข้อบังคับและกฎหมายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับจำนวนบุคลากรที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเรื่องจริยธรรมและความเสี่ยง รองลงมาคือกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีแกนหลัก ได้แก่ วิศวกรประมวลผลภาษาธรรมชาติ (186%) ที่เติบโตตามกระแส Generative AI และ วิศวกร AI / Machine Learning (145%) ซึ่งเป็นเสมือนกำลังหลักในการพัฒนาและนำโมเดลไปใช้งานจริง   นอกเหนือจากการพัฒนาเชิงเทคนิคแล้ว ภาคธุรกิจยังต้องการบุคลากรที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับกลยุทธ์องค์กรได้อย่าง ที่ปรึกษาธุรกิจด้าน AI (134%) เพื่อช่วยแปลง AI ให้เป็นกรณีการใช้งานจริงและวางแผนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของโมเดลขนาดใหญ่และระบบประมวลผลขั้นสูงยังส่งผลให้เกิดการแย่งชิงบุคลากรในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัย นำโดย วิศวกรโครงสร้างพื้นฐาน AI (124%), นักวิจัย AI/ML (98%) และ วิศวกร Cloud (89%) ซึ่งล้วนเป็นสายงานที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและใช้เวลาในการผลิตบุคลากรนาน   ท้ายที่สุด การเติบโตของเทคโนโลยี AI ยังนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ด้านความปลอดภัยและการจัดการข้อมูล ส่งผลให้ ที่ปรึกษาข่าวกรองภัยคุกคามไซเบอร์ (84%) เป็นที่ต้องการมากขึ้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและปกป้องข้อมูล รวมถึง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (76%) ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับแบบจำลอง และ วิศวกรระบบอัตโนมัติ (72%) ที่มีบทบาทในการผสาน AI เข้ากับระบบหุ่นยนต์และกระบวนการทำงานอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในยุคปัจจุบัน  ข้อมูลเหล่านี้สนับสนุนว่าปัญหาในอนาคตอาจไม่ใช่เพียง “จำนวนแรงงานไม่พอ” แต่เป็น “แรงงานที่มีทักษะผสมระหว่าง AI กับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่พอ”  คนทำงานปรับตัวอย่างไร  จากสถานการณ์แรงงานโลก ตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่แรงงานที่มีชุดความสามารถต่อไปนี้จะสามารถย้ายข้ามสายงานได้ง่ายกว่า ตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์ธุรกิจที่ใช้ AI เพื่อทำรายงานเพียงอย่างเดียว อาจถูกทดแทนได้ง่าย ในทางกลับกัน ผู้ที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในอุตสาหกรรม สามารถตรวจสอบความถูกต้องของโมเดล นำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมแก่ผู้บริหาร และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ได้ จะยิ่งมีคุณค่าต่อองค์กรสูงขึ้นมาก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและยกระดับทักษะให้ตอบรับกับความต้องการของตลาดงาน ท่านที่สนใจพัฒนาทักษะด้าน Data และ AI สามารถติดต่อสอบถามหลักสูตรอบรมจาก ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ได้ในทุกช่องทางการติดต่อ  เอกสารอ้างอิง  AI Workforce Consortium – ICT in Motion: The Next Wave of AI Integration 2025  World Economic Forum – Future of Jobs Report 2025  PwC – 2026 Global AI Jobs Barometer 
5 October 2026

บทความ

BDI หนุนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล เชื่อม Big Data–AI สู่เครื่องมือคาดการณ์และตัดสินใจ ยกระดับบริหารสินค้าเกษตรไทย
30 กันยายน 2569, นนทบุรี – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงาน “ใกล้เก็บเกี่ยว: ก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตการเกษตรไทย” พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือคาดการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ภาครัฐสามารถเตรียมมาตรการรองรับผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างทันท่วงที ภายใต้ความร่วมมือของ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรของประเทศจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่ การบริหารสถานการณ์ล่วงหน้าด้วยข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล ภูมิสารสนเทศ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์ การวางแผน และการบริหารสถานการณ์ล่วงหน้า โดยเริ่มจาก “ข้าว” เป็นกรณีนำร่อง ก่อนขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่นตามความเหมาะสม เพื่อสร้างเสถียรภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.อิสระพงศ์ เอกสินชล หัวหน้าทีมด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมขับเคลื่อนแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเชิงพื้นที่ โดย BDI มีบทบาทสนับสนุนด้าน การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเชื่อมโยงข้อมูล การประยุกต์ใช้ AI มาตรฐานด้านดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัย เพื่อวางรากฐานให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ กรอบความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวงให้ความสำคัญกับ การบูรณาการข้อมูลตลอดห่วงโซ่สินค้าเกษตร ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลการผลิต พื้นที่เพาะปลูก ทะเบียนเกษตรกร ภูมิสารสนเทศ ผลผลิต ราคา สต็อก การตลาด อุปสงค์ อุปทาน ตลอดจนการค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถเชื่อมโยงผ่าน API หรือช่องทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางด้านมาตรฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผน และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาหรือสนับสนุน ฐานข้อมูล แพลตฟอร์ม Dashboard แอปพลิเคชัน แบบจำลองคาดการณ์ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ตลอดจน AI Chatbot และเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการสินค้าเกษตรตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับส่วนกลาง ไปจนถึงระดับจังหวัดและพื้นที่ รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และวิเคราะห์โอกาสทางการค้า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ BDI ในการผลักดันแนวคิด “Data to Action” เปลี่ยนข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานให้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยง วิเคราะห์ และพร้อมใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ภาครัฐสามารถมองเห็นสถานการณ์ล่วงหน้า วางแผนบริหารผลผลิต และกำหนดมาตรการได้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรไทยจาก “การแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น” สู่ “การรู้ล่วงหน้าและวางแผนได้” ด้วยพลังของ Big Data และ AI เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างเสถียรภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่การยกระดับรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการขับเคลื่อน “ข้อมูลที่พร้อมใช้” ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
30 September 2026

บทความ

BDI ถ่ายทอด 3 มุมมอง Data–AI ในงาน September Series 2026 ชูข้อมูลพร้อมใช้ ขับเคลื่อน Healthcare–Workforce สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ
24 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Data และ AI ภายในงาน September Series 2026 ผ่าน 3 มุมมองสำคัญ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link การใช้ Workforce Analytics ยกระดับการบริหารกำลังคน ไปจนถึงการวางรากฐานข้อมูลคุณภาพเพื่อรองรับ AI และ Predictive Models สะท้อนบทบาทของ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่องค์กรและประเทศ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ BDI ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดจากประสบการณ์การทำงานจริงในหลากหลายมิติ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีและ AI มาสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงได้ และพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Interoperability in Practice: Linking Healthcare for Better Patient Outcomes” โดยนำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยบริการสุขภาพที่ใช้ระบบแตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย พญ.ปฐมพร กล่าวว่า “Interoperability ไม่ใช่แค่การทำให้ระบบเชื่อมถึงกัน แต่คือการทำให้ข้อมูลสุขภาพพร้อมใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Health Link ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพที่มีระบบ Hospital Information System (HIS) แตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิม พร้อมนำมาตรฐาน HL7 FHIR และรหัสมาตรฐานทางการแพทย์มาใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลสามารถ “คุยกันรู้เรื่อง” และนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลต่างแห่ง แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ ประวัติการรักษา การแพ้ยา และการใช้ยาเดิม ภายใต้การกำหนดสิทธิและความยินยอมที่เหมาะสม ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา ทั้งนี้ Health Link ใช้แนวทาง Decentralization โดยข้อมูลยังคงอยู่กับหน่วยบริการต้นทาง ขณะที่ BDI ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมระบบยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ และ Consent เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกิดขึ้นควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกหนึ่งมิติสำคัญคือการนำข้อมูลและ AI มาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดย นางสาวเกศพร สุคตะ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Digital HR Forum 2026 ในหัวข้อ “Workforce Analytics to be Competitive Advantage” ถ่ายทอดแนวคิดการยกระดับการบริหารกำลังคนในยุค AI จากการใช้ข้อมูลเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ไปสู่การวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุ คาดการณ์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นางสาวเกศพร กล่าวว่า “Workforce Analytics ไม่ใช่แค่การดูข้อมูลคน แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจ พัฒนาคน และสร้างความได้เปรียบให้องค์กร” การก้าวสู่ Data-Driven HR จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การปรับ Mindset ให้เปิดรับเทคโนโลยี กล้าทดลอง และทำงานร่วมกับทีมด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับ Workforce Analytics จากการตอบคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การวิเคราะห์ว่า “ทำไมจึงเกิด” “อะไรมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” และ “องค์กรควรดำเนินการอย่างไรต่อไป” นอกจากนี้ Automation และ Agentic AI ยังสามารถเข้ามาช่วยลดภาระจากงานซ้ำซ้อนในกระบวนการด้าน HR อาทิ การช่วยคัดกรองและจัดลำดับใบสมัคร ตลอดจนการประมวลผลและตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องวางรากฐานให้พร้อมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Data, Technology และ People Capability หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลจำนวนมาก แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight และนำ Insight ไปสู่การตัดสินใจที่ช่วยพัฒนาคน วางแผนกำลังคน และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในระยะยาว ด้านการวางรากฐานข้อมูลเพื่อรองรับการใช้ AI นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Managing Modern Healthcare Through Data, AI and Predictive Models” ถ่ายทอดแนวคิดการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและประเทศด้วย Data, AI และ Predictive Models โดยชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน นพ.ธนกฤต กล่าวว่า “ข้อมูลคือ ‘กระดุมเม็ดแรก’ ของ AI หากข้อมูลถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน การวิเคราะห์และการตัดสินใจก็จะมีความแม่นยำ พร้อมต่อยอด Data สู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลลัพธ์ได้จริง” BDI จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อลดข้อจำกัดจากปัญหา Data Silo ทำให้ข้อมูลจากหลายภาคส่วนสามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก่อนต่อยอดสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Predictive Analytics, Generative AI, Agentic AI และ Sovereign AI โดยเฉพาะในระบบสุขภาพ การมีข้อมูลที่เชื่อมโยง มีคุณภาพ และพร้อมใช้งาน จะช่วยยกระดับจากการวิเคราะห์ว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การคาดการณ์ว่า “อะไรอาจเกิดขึ้นต่อไป” ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนด้านทรัพยากร บุคลากร และการให้บริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้ง 3 มุมมองสะท้อนแนวคิดสำคัญร่วมกันว่า “ข้อมูลที่พร้อมใช้” คือรากฐานของการสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อยกระดับบริการประชาชน การใช้ข้อมูลกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อรองรับ AI และการวิเคราะห์ขั้นสูง BDI เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดการใช้ประโยชน์ พร้อมต่อยอด...
24 September 2026

บทความ

เตรียมองค์กรรับมือปี 2027: Big Data & AI สำคัญอย่างไร และคนทำงาน 3 ระดับ (Officer, Manager, Executive) ต้องปรับตัวอย่างไร
ทำไม Big Data & AI ถึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเกี่ยวอะไรกับคนทำงานทุกคน หลายคนอาจคิดว่าเรื่องข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเรื่องของฝ่ายไอทีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ทุกวันนี้แทบทุกองค์กรกำลังเจอปัญหาเดียวกันคือ “ข้อมูลมีเยอะมากจนหาอะไรไม่ค่อยเจอ และไม่รู้จะเอามาใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจยังไง”  การนำ Big Data และ AI มาใช้ร่วมกัน จึงเปรียบเสมือนการนำเครื่องมืออัจฉริยะมาช่วยคัดกรอง จัดหมวดหมู่ และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และไม่เหนื่อยกับงานเอกสารที่ไม่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน The State of AI: Global Survey โดย McKinsey & Company และงานศึกษา The Economic Potential of Generative AI โดย McKinsey & Company ที่ระบุว่า องค์กรที่เริ่มปรับตัวและใช้งาน AI ในงานประจำวันสามารถเพิ่มผลงานและพัฒนาการทำงานได้อย่างก้าวกระโดด  4 ประโยชน์ที่องค์กรและคนทำงานจะได้รับ:  1. ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องคอยเดา มีข้อมูลช่วยยืนยันและช่วยคาดการณ์แนวโน้มล่วงหน้า ทำให้วางแผนงานได้ตรงเป้าหมาย  2. ลดงานน่าเบื่อ งานซ้ำซาก ให้ AI ช่วยคัดแยกเอกสาร บันทึกข้อมูลเบื้องต้น และตรวจสอบตัวเลข ช่วยประหยัดเวลาการทำงานไปได้หลายชั่วโมง  3. ตอบโจทย์ผู้รับบริการหรือลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ทำให้บริการหรือนำเสนอสิ่งที่ตรงใจได้ถูกคน ถูกเวลา  4. เห็นความผิดปกติก่อนเกิดปัญหา ตรวจจับข้อผิดพลาดในเอกสาร บัญชี หรือระบบการทำงานได้ทันที ช่วยป้องกันความเสียหายก่อนบานปลาย  สรุป 5 เทรนด์ Big Data & AI ในปี 2027 ที่คนทำงานต้องรู้  เมื่อมองไปข้างหน้าจนถึงปี 2027 เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยรายงานจาก Gartner Top 10 Strategic Technology Trends และข้อสังเกตจาก Gartner เกี่ยวกับโครงการ Agentic AI ได้สรุปประเด็นสำคัญที่คนทำงานควรรู้ไว้ 5 เรื่อง:  1. AI ช่วยลงมือทำงานจริง (Agentic AI) ต่อไป AI จะไม่ได้มีไว้แค่ถาม-ตอบในกล่องแชต แต่เราสามารถสั่งงานเป็นเป้าหมาย แล้ว AI จะไปวางแผน เชื่อมต่อระบบ และทำงานจนเสร็จได้เอง  2. ระบบข้อมูลเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ (Real-Time Data Fabric) ข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ จะคุยกันรู้เรื่อง ไม่ต้องคอยดาวน์โหลดไฟล์ข้ามไปข้ามมาให้เสียเวลา  3. โมเดล AI ขนาดเล็กที่ทำงานเฉพาะเรื่อง (Small Language Models) องค์กรจะหันมาใช้โมเดลขนาดเล็กที่เก่งเฉพาะงานของตัวเองมากขึ้น เพราะทำงานเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และเก็บข้อมูลเป็นความลับได้ดีกว่า  4. การดูแลความปลอดภัยข้อมูลของตัวเอง (Sovereign AI) องค์กรจะใส่ใจเรื่องการเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในระบบที่ตัวเองควบคุมได้ เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกไปภายนอก  5. ความถูกต้องและปลอดภัยที่ไว้ใจได้ (AI TRiSM) ตามรายงาน McKinsey เกี่ยวกับ State of AI Trust ในยุค Agentic ระบุว่า ก่อนจะนำ AI มาใช้ องค์กรต้องมั่นใจว่าผลลัพธ์นั้นถูกต้อง อธิบายที่มาที่ไปได้ และไม่ละเมิดสิทธิใคร  คนทำงาน 3 ระดับ (Officer, Manager, Executive) ต้องปรับตัวอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ได้แบ่งแนวทางปรับตัวตามระดับหน้าที่ของคนทำงานไว้ 3 กลุ่ม 1. ระดับผู้บริหาร (Executive: C-Suite, ผู้อำนวยการ, หัวหน้าหน่วยงาน)  บทบาทใหม่  แนวทางปรับตัว  สิ่งที่ต้องพัฒนา  2. ระดับผู้จัดการและหัวหน้างาน (Manager: หัวหน้าฝ่าย, หัวหน้ากลุ่มงาน) บทบาทใหม่  แนวทางปรับตัว  สิ่งที่ต้องพัฒนา  3. ระดับปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ (Officer Level: พนักงานทั่วไป, เจ้าหน้าที่หน้างาน, นักวิชาการ)  บทบาทใหม่  แนวทางปรับตัว  สิ่งที่ต้องพัฒนา  สรุปแนวทาง Upskill & Reskill สำหรับคน 3 ระดับ  ระดับตำแหน่ง  สิ่งที่ต้องเน้น  Upskill (ต่อยอดทักษะเดิม)  Reskill (เพิ่มทักษะใหม่ที่จำเป็น)  Executive (ผู้บริหาร)  การมองภาพรวม การตัดสินใจ และความปลอดภัย  • ดูแดชบอร์ดสรุปข้อมูลและคาดการณ์ล่วงหน้า • ตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์กับข้อมูล • ประเมินความคุ้มค่าของการใช้ AI  • การกำกับดูแลการใช้ AI อย่างถูกต้องและปลอดภัย • การสร้างวัฒนธรรมที่กล้าทดลองสิ่งใหม่  Manager (ผู้จัดการ)  การจัดขั้นตอนทำงาน การแบ่งงาน และการดูแลทีม  • ออกแบบระบบงานอัตโนมัติแบบง่ายๆ • ติดตามและวัดผลงานทีมผ่านข้อมูล • ดูแลและกระตุ้นให้ลูกทีมใช้ AI ช่วยงาน  • วิธีจัดกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI • การตรวจเช็กคุณภาพข้อมูลของแผนก  Officer (เจ้าหน้าที่)  การลดงานซ้ำซ้อน การใช้เครื่องมือ และการตรวจทาน  • ใช้ AI ช่วยร่างเอกสาร สรุปรายงาน และค้นหาข้อมูล • สั่งงาน AI ได้ตรงจุด ชัดเจน เข้าใจง่าย • ระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย  • ทักษะการตรวจสอบความถูกต้องของงานที่ AI ทำ • การนำข้อมูลมาใช้อธิบายและตอบคำถามในการบริการ  3 ข้อคิดในการพาองค์กรเดินหน้า เพื่อให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น การพาคนในองค์กรให้เปิดรับเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่การซื้อโปรแกรมใหม่มาติดตั้ง แต่คือการสร้างความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) มีบริการอะไรบ้าง และเข้ามาช่วยองค์กรของคุณได้อย่างไร สำหรับองค์กรที่อยากเริ่มนำ Big Data และ AI มาใช้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือติดปัญหาเรื่องความพร้อมของข้อมูลและบุคลากร สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI พร้อมทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคู่คิดทางเทคโนโลยีและข้อมูล” เพื่อช่วยให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ โดยมี...
24 September 2026

บทความ

BDI ร่วมเวที Data, Analytics and Cloud 2026 ชูบทบาท D2 เชื่อมโยงข้อมูล สู่การขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นรูปธรรม
23 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ September Series 2026 ในฐานะเจ้าภาพร่วมจัดงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ภายใต้แนวคิด Powering Decisions with Real-Time and AI-Ready Data ซึ่งจัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โอกาสนี้ ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสปัญญาประดิษฐ์และบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายในหัวข้อ “From Data Silos to AI-Ready Platforms: The Role of D2 in Rewiring Thailand’s Data Ecosystem” ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์จากการพัฒนา แพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) ของ BDI ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงาน โดยยังคงรักษาสิทธิ์และบทบาทของหน่วยงานเจ้าของข้อมูลไว้เช่นเดิม ช่วยให้ข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงและนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ต้องอาศัยข้อมูลอย่างทันท่วงที ทั้งในภาวะวิกฤตและการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมากหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่คือความสามารถในการ “เชื่อมโยงข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง” ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล ความมั่นคงปลอดภัย และการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การใช้ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ การวางแผน และการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ภายในงาน BDI ยังร่วมจัดนิทรรศการ พร้อมแนะนำแพลตฟอร์มและโครงการต่าง ๆ ของสถาบันฯ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ และส่งเสริมการนำ Big Data และ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ครั้งที่ 8 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ September Series 2026 เพื่อเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมและการประชุมวิชาการด้าน Data Analytics และ Cloud สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร พร้อมสร้างเครือข่ายระบบนิเวศด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และประสบการณ์จากการใช้งานจริง เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
23 September 2026

บทความ

BDI ผนึก “มติชน” หนุน ThaiLLM เติมข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง วางรากฐาน National Data Bank for AI ขับเคลื่อน AI Sovereignty ของไทย
21 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดยศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และ นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) “โครงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์” โดยมี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ นายวิชญศักดิ์ สุวรรณทัต รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและไอที เครือมติชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM) และ คลังข้อมูลกลางเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (National Data Bank for AI) โดยนำศักยภาพด้านข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูงจากฐานข้อมูลในเครือมติชนมาสนับสนุนการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของประเทศไทย เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศ AI ของไทย และวางรากฐานสู่อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Sovereignty) เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI บนฐานข้อมูลและบริบทของประเทศอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM เป็นความร่วมมือระหว่าง BDI กับหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) รวมถึงอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยในระยะแรกได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อพัฒนา ThaiLLM ให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่สำคัญของประเทศ และเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการสร้างโมเดลภาษาที่แข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่มุ่งเน้นการสร้างทรัพยากรข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง การพัฒนาโมเดลที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของสังคมไทย ไปจนถึงการสร้างเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักพัฒนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนสามารถเข้าถึงและนำทรัพยากรพื้นฐานมูลค่าสูงเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอด AI ของคนไทยได้ “หัวใจสำคัญของการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ประเทศไทย คือ การมีข้อมูลภาษาไทยที่มีคุณภาพและสะท้อนบริบทของสังคมไทยอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับมติชน จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารและเนื้อหาภาษาไทยคุณภาพสูงมาสนับสนุนการพัฒนา ThaiLLM ให้เข้าใจภาษา เหตุการณ์ และบริบทของสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น โดย BDI มีบทบาทในการพัฒนา ThaiLLM และ National Data Bank for AI ขณะที่มติชนสนับสนุนข้อมูลคุณภาพสำหรับการประมวลผลและพัฒนาโมเดล พร้อมร่วมเผยแพร่ผลการศึกษา วิจัย และพัฒนา เพื่อเสริมความมั่นคงด้านภาษา วางรากฐาน AI Sovereignty และขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ของไทยให้เติบโตอย่างมีทิศทาง” ศ. ดร.ธีรณี กล่าว นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2570 นี้มติชนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 เครือมติชน ได้แก่ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐี และศิลปวัฒนธรรม ยังคงทำหน้าที่ผลิตและรวบรวมข้อมูลข่าวสารภาษาไทยที่สะท้อนทั้งเหตุการณ์ ความเปลี่ยนแปลง และบริบทของสังคมไทยในหลากหลายมิติ โดยยังคงบทบาทของการเป็นสื่อที่นำเสนอความจริงและองค์ความรู้เพื่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเรามีฐานข้อมูล เนื้อหา และองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ ความร่วมมือกับ BDI ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำทรัพยากรข้อมูลที่มีคุณภาพมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในมิติใหม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนา ThaiLLM ให้สามารถเข้าใจภาษา เนื้อหา และบริบทของสังคมไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่คนไทยสามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อยอดได้จริง “เครือมติชนเชื่อว่า ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น ข้อมูลคุณภาพ คือรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ ตลอดระยะเวลาการทำงานด้านข่าวและเนื้อหาที่มีมาอย่างยาวนาน มติชนได้สั่งสมข้อมูลที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความร่วมมือในครั้งนี้ เราจึงให้การสนับสนุนด้านข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากฐานข้อมูลของสื่อต่าง ๆ ในเครือฯ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมองค์ความรู้และบริบทในมิติต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ความเชี่ยวชาญในการเรียบเรียงและใช้ภาษาไทยในแบบกองบรรณาธิการข่าวก็เป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนา AI ให้เข้าใจบริบทและการสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมีคุณภาพ การนำองค์ความรู้และข้อมูลภาษาไทยที่มติชนสั่งสมมาตลอด 50 ปี มาผสานกับศักยภาพด้านข้อมูลและเทคโนโลยีของ BDI จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนการพัฒนาโมเดล AI แต่คือการร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานความรู้ภาษาไทยสำหรับอนาคต ที่ช่วยให้เทคโนโลยีเข้าใจบริบทของสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ นักพัฒนา สังคม และประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายปราปต์ กล่าว สำหรับความคืบหน้าโครงการ ThaiLLM ปัจจุบันโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรข้อมูล โมเดล เครื่องมือ และชุดเกณฑ์มาตรฐาน (benchmarks) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาและประเมินโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทย เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาไทยในการประยุกต์ใช้ต่อยอดให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี AI ที่ตอบโจทย์ในบริบทของตนเอง ทรัพยากรและข้อมูลที่โครงการรวบรวมและพัฒนาขึ้นได้ถูกนำมาใช้ในการสร้างและเผยแพร่โมเดลพื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face (https://huggingface.co/ThaiLLM) โดยปัจจุบันได้มีการเผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B และ 30B พารามิเตอร์ เพื่อเป็นหนึ่งในทรัพยากรกลางสำหรับในการพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลเฉพาะทางตามความต้องการ โดยมีเครือข่ายพันธมิตรผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทยจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ Pathumma LLM โดย NECTEC, OpenThai โดย AIEAT, Typhoon โดย SCB DataX และ THaLLE โดย KBTG ให้ความสนใจและนำโมเดลไปทดลองพัฒนาต่อยอด นอกจากนี้โครงการ ThaiLLM ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปทดลองใช้งานโมเดลที่ถูกต่อยอดจากเครือข่ายพันธมิตรผู้พัฒนาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ ThaiLLM Playground (https://www.thaillm.or.th/) ทั้งในรูปแบบแชทบอท และ API สำหรับนักพัฒนา โดยรองรับมาตรฐาน OpenAI-compatible  ณ ปัจจุบันตัวระบบได้มีผู้สนใจเข้าทดลองใช้งานแล้วมากกว่า 14,000 คน ครอบคลุมตั้งแต่นักศึกษา นักพัฒนา ไปจนถึงองค์กรธุรกิจ สะท้อนการขยายตัวของระบบนิเวศ ThaiLLM จากการพัฒนาโมเดลพื้นฐานสู่การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึง ทดลอง และนำ AI ภาษาไทยไปต่อยอดใช้งานจริง
21 September 2026

บทความ

BDI ร่วมผนึกเชื่อมโยงข้อมูล–เทคโนโลยี ยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติของประเทศ มุ่งใช้ Big Data–AI เพิ่มความแม่นยำ เข้าถึงประชาชนทันเหตุการณ์
15 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา (อต.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เพื่อบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ ยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศโดยมี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกล่าวมอบนโยบาย ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกล่าวแสดงเจตนารมณ์และลงนามความร่วมมือ โดย BDI จะนำความเชี่ยวชาญด้านการบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการวิเคราะห์สถานการณ์ การเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนภัย ช่วยให้ภาครัฐมองเห็นสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำ และส่งต่อข้อมูลสำคัญถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Integration and Exchange) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลกลางที่มีความสมบูรณ์และเป็นเอกภาพ พร้อมต่อยอดสู่ แดชบอร์ดเตือนภัยล่วงหน้าแบบรวมศูนย์ (Unified Early Warning Dashboard) ซึ่งจะเป็นระบบสารสนเทศหลักสำหรับติดตาม วิเคราะห์ เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ พร้อมกันนี้ ทั้ง 4 หน่วยงานจะร่วมส่งเสริม การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) นวัตกรรม และแบบจำลองการคาดการณ์ภัยพิบัติเชิงพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารแจ้งเตือนตามแนวทาง Early Warnings for All (EW4All) เพื่อให้การออกประกาศเตือนภัยมีความเป็นเอกภาพ และสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building) ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับทักษะของเจ้าหน้าที่ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน สำหรับ BDI โดยโครงการ Envi Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสิ่งแวดล้อม จะมีบทบาทในการบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและแดชบอร์ดสำหรับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ควบคู่กับการส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลตามหลัก ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับหน่วยงานภาคี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติ รวมถึงร่วมเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์น้ำและข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางของหน่วยงาน ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการ “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” โดยนำข้อมูลที่กระจายอยู่ในแต่ละหน่วยงาน (Data Silos) มาเชื่อมโยงและวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ การคาดการณ์ความเสี่ยง และการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การจัดทำโครงการย่อยภายใต้กรอบความร่วมมือ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี แบบจำลอง และระบบเฝ้าระวังให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน สู่การยกระดับประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
15 September 2026

บทความ

BDI เปิดพื้นที่เรียนรู้ Data–AI ถ่ายทอดประสบการณ์จากโจทย์จริง เสริมทักษะนิสิตวิทยาศาสตร์ มก. สร้างกำลังคนพร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะนิสิตและบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Data, Advanced Analytics และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดมุมมองการนำองค์ความรู้ด้านข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมนิสิตสู่การเป็นกำลังคนด้านข้อมูลและ AI ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data” ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดภารกิจและบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI และการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของประเทศ จากนั้น ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “จาก Data สู่การตัดสินใจ: การประยุกต์ใช้ Advanced Analytics และ AI เพื่อแก้โจทย์ภาครัฐ” ถ่ายทอดแนวคิดและตัวอย่างการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่เกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการ วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ให้ตอบโจทย์ได้จริง ขณะที่ ดร.อาทิตย์ สกุลเมือง ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “Data Science in Action: จากทักษะสู่ประสบการณ์ทำงานจริง” ชวนให้นิสิตเห็นภาพการทำงานด้าน Data Science ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจข้อมูล ไปจนถึงการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเข้ากับทักษะที่จำเป็นสำหรับสายอาชีพด้านข้อมูล การศึกษาดูงานครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญของ BDI เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตลอดจนโอกาสในการนำ Data และ AI ไปสร้างประโยชน์ในหลากหลายบริบท พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำงานจริง BDI ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริงสู่ภาคการศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่สร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยมีทั้ง “คนที่พร้อมใช้ข้อมูล” และ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
3 September 2026

บทความ

BDI ชู Big Data และ AI เสริมความมั่นคงประเทศ ยกระดับทักษะกำลังพลสู่ Future Forces
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรม “สร้างความตระหนักรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และไซเบอร์” ณ ศาลาว่าการกลาโหม โดยได้รับเกียรติจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรู้และยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่กำลังพล พร้อมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัลและ AI จัดโดยกระทรวงกลาโหม ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA  และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS) ศ. ดร.ธีรณี บรรยายพิเศษหัวข้อ “AI เพื่อความมั่นคงของประเทศ” ถ่ายทอดมุมมองถึงบทบาทของBig Data และ AI ต่อการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสนับสนุนการตัดสินใจ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์จำเป็นต้องสร้างความพร้อมทั้งด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาล บุคลากรและวัฒนธรรม เทคโนโลยีและข้อมูล รวมถึงความปลอดภัยและจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในหัวข้อ “AI Skill for Future Forces” ศ. ดร.ธีรณี เน้นการพัฒนา “คน” ควบคู่กับเทคโนโลยี โดยมี AI Literacy เป็นทักษะพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันศักยภาพ ข้อจำกัดและความเสี่ยง รวมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับภารกิจ ก่อนต่อยอดสู่ทักษะที่สูงขึ้นตามบทบาทและความรับผิดชอบ ขณะที่แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ครอบคลุม 4 กลุ่ม ตั้งแต่ AI User ผู้ให้คำแนะนำการใช้ AI ในองค์กร ผู้บริหารที่ขับเคลื่อน AI หรือ Chief AI Officer ไปจนถึง AI Developer เพื่อพัฒนากำลังพลตั้งแต่ระดับการใช้งานพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในการทำงาน ไปจนถึงการกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบ AI การพัฒนา Future Forces จึงไม่ใช่เพียงการทำให้กำลังพล “ใช้ AI เป็น” แต่ต้อง ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน เลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจได้จริง พร้อมต่อยอดทักษะสู่การทำงานและการดำเนินชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ BDI พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AI มาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้จริง และร่วมสร้างกำลังคนที่พร้อมรับโลกยุค AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถและความมั่นคงของประเทศในอนาคต
3 September 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings