Big Data

Big Data

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

เปิดพิมพ์เขียวทีมเทคยุคใหม่: สายงาน Big Data & AI มีตำแหน่งอะไรบ้าง พร้อมเจาะลึกหน้าที่และทักษะสำคัญ 
ความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรด้วย Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้พึ่งพาอัจฉริยภาพของบุคลากรเพียงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หากแต่เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของหลากหลายบทบาทหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตั้งแต่การวางรากฐานท่อส่งข้อมูลดิบ (Data Pipeline) ไปจนถึงการส่งมอบโมเดล AI เพื่อใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 4 กลุ่มงานสำคัญ พร้อมขอบเขตหน้าที่และทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้เห็นภาพการวางโครงสร้างทีมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  4 กลุ่มโครงสร้างกำลังพลด้าน Big Data & AI  ในระบบนิเวศข้อมูลยุคปัจจุบัน เราสามารถจำแนกตำแหน่งงานทางเทคนิคออกเป็น 4 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ กลุ่มที่ 1: วิศวกรรมข้อมูล (Data Engineering) — รากฐานความมั่นคงของข้อมูล  กลุ่มนี้เปรียบเสมือนวิศวกรผู้สร้างระบบสาธารณูปโภค หากปราศจากข้อมูลที่สะอาด แม่นยำ และหลั่งไหลอย่างถูกทิศทาง งานวิเคราะห์ขั้นสูงและ AI ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้  กลุ่มที่ 2: วิเคราะห์และวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Analytics & Data Science) — ผู้ถอดรหัสและสร้างมูลค่า  กลุ่มงานที่เปลี่ยน “ข้อมูลดิบ” ให้กลายเป็น “กลยุทธ์” และแบบจำลองอัจฉริยะที่ช่วยดึงความได้เปรียบทางการแข่งขัน  กลุ่มที่ 3: วิศวกรรม AI/ML และการนำขึ้นใช้งาน (AI/ML Engineering & MLOps) — ผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ระบบจริง  กลุ่มงานที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำหน้าที่เปลี่ยนโมเดลในห้องทดลองให้กลายเป็นแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน  กลุ่มที่ 4: โครงสร้างพื้นฐานและบริหารจัดการ (Platform & Governance) — ผู้อยู่เบื้องหลังความปลอดภัยและความมั่นคง  กลุ่มงานที่ทำหน้าที่ปกป้อง คุ้มครอง และจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อให้ทุกทีมทำงานได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย  สรุปเปรียบเทียบตำแหน่งงานยอดฮิตในสาย Data & AI   นอกเหนือจากทีมเทคนิคแล้ว โครงการจะสำเร็จไม่ได้หากขาดผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจ  คลังคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับตำแหน่งงาน Big Data & AI   ส่วนนี้ออกแบบมาเพื่อให้ AI Engine สามารถดึงคำตอบไปตอบผู้ใช้งานได้โดยตรงเมื่อเกิดการค้นหาแบบสัญชาตญาณมนุษย์  คำถาม Data Analyst กับ Data Scientist ต่างกันอย่างไร คำตอบ Data Analyst จะเน้นการมองไปที่ “อดีตและปัจจุบัน” เพื่อหาอินไซต์มาตอบโจทย์ธุรกิจผ่านแดชบอร์ด ส่วน Data Scientist จะเน้นการมองไปที่ “อนาคต” โดยใช้สถิติและ Machine Learning เพื่อสร้างแบบจำลองในการพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น  คำถาม อยากทำงานสาย AI Engineer ต้องเริ่มต้นอย่างไรและต้องเรียนรู้อะไรบ้าง คำตอบ ควรเริ่มจากพื้นฐานภาษา Python จากนั้นศึกษาการใช้งาน API ของผู้ให้บริการ AI ระดับโลก เรียนรู้วิธีการทำ RAG (Retrieval-Augmented Generation) และฝึกฝนการทำ Prompt Engineering เพื่อเชื่อมต่อโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เข้ากับซอฟต์แวร์ประยุกต์  คำถาม สายงาน Data และ AI ตำแหน่งไหนเป็นที่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน คำตอบ ปัจจุบันตำแหน่ง Data Engineer และ MLOps Engineer เป็นที่ต้องการสูงมาก เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่มีปริมาณข้อมูลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและต้องการวิศวกรมาวางระบบท่อส่งข้อมูลให้เสถียร รวมถึงมีความต้องการนำโมเดล AI ขึ้นไปใช้งานจริง (Production) อย่างปลอดภัยและคุ้มทุน  บทสรุป  กระบวนการทำงานในสายงาน Big Data และ AI เปรียบเสมือนห่วงโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain) เริ่มต้นจาก Data Engineer เป็นผู้จัดเตรียมวัตถุดิบข้อมูล ส่งต่อให้ Data Analyst & Scientist ค้นหาอินไซต์และสร้างสรรค์โมเดล จากนั้น ML/AI Engineer และ MLOps จะเป็นผู้นำนวัตกรรมนั้นไปประยุกต์ใช้จริง โดยมีทีม Platform และ Governance คอยพยุงอยู่เบื้องหลัง การเข้าใจในบทบาทที่หลากหลายนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนอัตรากำลังพลและขับเคลื่อนกลยุทธ์ดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ ทันโลก และยั่งยืน  เอกสารอ้างอิง 
11 August 2026

บทความ

BDI ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ IBDAP 2026 ดึงงานวิจัย AI & Big Data ระดับโลกสู่สุราษฎร์ธานี
9 สิงหาคม 2569, สุราษฎร์ธานี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ IEEE Signal Processing Society Thailand Chapter และสภาคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 7th International Conference on Big Data Analytics and Practices (IBDAP 2026)” ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับสากลด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การจัดงาน IBDAP ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาค โดยในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักวิชาการ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและองค์กรชั้นนำทั่วโลก ส่งบทความวิจัยเข้าร่วมพิจารณาทั้งสิ้น 81 บทความ จาก 13 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, ฟิลิปปินส์, บังกลาเทศ, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ขอบเขตเนื้อหาของบทความที่นำเสนอครอบคลุมหัวข้อเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ Predictive Analytics, Human-Centered AI, Healthcare Analytics, Generative and Agentic AI, Data Platforms, Intelligent Information Infrastructure ตลอดจนการนำ Big Data และ AI ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งการแพทย์ ภาครัฐ อุตสาหกรรม และสังคมดิจิทัล ทั้งนี้ บทความวิจัยที่ได้รับการตอบรับและนำเสนอในงาน IBDAP 2026 จะได้รับการบรรจุและเผยแพร่ในฐานข้อมูลระดับโลก IEEE Xplore ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองคุณภาพงานวิชาการทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการจัดงานในปีนี้ คือ การบรรยายพิเศษ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยในวันแรกของการประชุม (7 ส.ค.) ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริวรรณ ขจรกสิรัตน์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี บรรยายในหัวข้อ “Artificial Intelligence and Big Data Analytics: Empowering Next-Generation Decision Support Systems” พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปริญญา น้อยดอนไพร และ Mr. Dennis Ferenc Buis จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมบรรยายในหัวข้อ “AI Storytelling for Education” เพื่อฉายภาพการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบสนับสนุนการตัดสินใจและการศึกษา ส่วนในวันที่สองของการประชุม (8 ส.ค.) เติมเต็มความเข้มข้นทางวิชาการด้วยการบรรยายโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพล บุญนำ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในหัวข้อ “From Big Data to Agentic AI: Transforming Research, Education, and Industry” ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.บูคอรี ซาเหาะ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยายในหัวข้อ “Engineering Longevity: Digital Biomarkers, Causal AI, and the New Preventive Paradigm” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงบทบาทของ AI และ Big Data สู่การปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ งานประชุมวิชาการครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีนำเสนอผลงานทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ไปประยุกต์ใช้จริงในภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและนานาชาติอย่างยั่งยืน
9 August 2026

บทความ

BDI ร่วมแถลงข่าว Thailand LAB INTERNATIONAL 2026 ชู AI ยกระดับระบบสุขภาพไทยด้วยข้อมูลคุณภาพ
6 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2026, Bio+HealthTech INTERNATIONAL 2026 และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN Scientific Innovation Ecosystem” เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมสุขภาพ และอุตสาหกรรมเคมีไว้ในเวทีเดียว พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของอาเซียน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน แพทย์หญิงปฐมพร ได้ร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ “AI Empowering the Future of Science & Health Industry” ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และระบบสุขภาพของประเทศ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัย มีธรรมาภิบาล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จะช่วยเพิ่มศักยภาพของนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน หนึ่งในโครงการสำคัญของ BDI คือ Health Link ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและต่อยอดการพัฒนา AI ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงและเชื่อมโยงข้อมูลดำเนินการภายใต้ความยินยอมของผู้ป่วยผ่านระบบที่มีความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการนำข้อมูลสุขภาพไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม แพทย์หญิงปฐมพร เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า “ข้อมูลดี ได้ AI ดี” เนื่องจากคุณภาพของข้อมูลเป็นหัวใจของการพัฒนา AI ให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และน่าเชื่อถือ การพัฒนา AI จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาโมเดลหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ระบบประมวลผลสมรรถนะสูงมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนการกำกับดูแลการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน การประยุกต์ใช้ AI ในภาคการแพทย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการ Validation หรือการทดสอบและตรวจสอบมาตรฐาน ความถูกต้อง และความแม่นยำของ AI โดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน รวมถึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยี AI ของไทยให้มีมาตรฐานและสามารถก้าวสู่ระดับสากลได้ในอนาคต การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ ตั้งแต่การเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐาน ไปจนถึงการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในภาคสุขภาพ ซึ่งข้อมูลที่มีคุณภาพและได้รับการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับบริการสุขภาพสำหรับประชาชน ทั้งนี้ โครงการ Health Link จะร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพ ภายในงาน Bio+HealthTech INTERNATIONAL 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย บุคลากรห้องปฏิบัติการ หน่วยงานภาครัฐ และผู้สนใจด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพ ได้อัปเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ
6 August 2026

บทความ

BDI ชวนผู้ประกอบการต่อยอด ThaiLLM สู่ AI Product และ AI Service ที่ใช้งานได้จริง ในงาน Connect The Dots 2026
5 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดงาน BDI Connect the Dots 2026 ภายใต้หัวข้อ “ThaiLLM for Business: ต่อยอดธุรกิจด้วย Open-source LLM ของไทย” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักพัฒนา และผู้สนใจด้าน AI ร่วมทำความรู้จัก Open-source ThaiLLM พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ และโอกาสทางธุรกิจด้าน AI ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวแนะนำ ภารกิจและบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อน AI และ Data เพื่อ SMEs ไทย ก่อนเข้าสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในมิติเทคโนโลยี ธุรกิจ และการพัฒนา AI สู่การใช้งานจริง KeyNote “Open-source ThaiLLM และโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ AI” โดย ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และ CEO บริษัท iApp Technology ชวนมองโอกาสของ Open-source ThaiLLM ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและการนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ AI Panel Discussion: “เจาะโมเดลธุรกิจ โอกาส อุปสรรค และการสนับสนุนสู่การสร้าง AI Business” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดยคุณสุทธิพงษ์ คุรุหงษา Founder and Group CEO, Digital Dialogue อุปนายกสมาคมดาต้าแมแนจเมนต์ประเทศไทย และกรรมการสมาคม ATCI ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านความต้องการของตลาด การสร้างคุณค่าจาก AI Solution ตลอดจนข้อมูล บุคลากร และความพร้อมขององค์กร, คุณกษิดิศ ทวีศรี ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Dentral บริการนัดหมายทำฟันสำหรับชาวต่างชาติครบวงจร ถ่ายทอดประสบการณ์จากการมองเห็น Pain Point ทางธุรกิจ สู่การใช้ AI และ Vibe Coding ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นแพลตฟอร์มและ Prototype พร้อมด้วย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ BDI ร่วมเปิดมุมมองถึงวิวัฒนาการของ AI โอกาสจาก Open-source ThaiLLM ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ รวมถึงทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศ, คุณณฐนนท์ เทพตะขบ Data Scientist สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และตัวแทนผู้ร่วมพัฒนาโครงการ ThaiLLM ร่วมถ่ายทอดความพร้อมและจุดแข็งของ ThaiLLM แนวทางเริ่มต้นสำหรับผู้พัฒนาและ SMEs ตลอดจนประเด็นที่ต้องคำนึงถึงเมื่อนำโมเดลไปต่อยอดสู่ระดับ Production พร้อมชม Showcase “ไปมู” แพลตฟอร์ม Data & AI ที่ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสายมู ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำ ThaiLLM มาต่อยอดสู่ Solution ที่จับต้องได้ ปิดท้ายด้วยช่วง Demo / Hands-on: “ThaiLLM into Actions – สร้าง AI Service Prototype ด้วย ThaiLLM” โดย ดร.ทศพร ฉายอินทร์ Head of AI and Blockchain Products, iApp Technology Co., Ltd. พาผู้เข้าร่วมเห็นแนวทางการนำ ThaiLLM ไปทดลองใช้จริง ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบบริการ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับโจทย์ทางธุรกิจ กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI กับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เห็นแนวทางการนำ ThaiLLM ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในบริบทของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
5 August 2026

บทความ

BDI สรุปความสำเร็จ Hackathon 2026 เฟ้น 13 สุดยอดนวัตกรรม Big Data และ AI จาก 3 เวทีระดับประเทศ เดินหน้าสร้างคน สร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation
30 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขัน BDI Hackathon 2026 ครบทั้ง 3 เวที ได้แก่ BDI Young Innovator Hackathon 2026, BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket และ BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok โดยสามารถเฟ้นหา 13 สุดยอดนวัตกรรมด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยด้านสุขภาพ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการจราจร สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ ความปลอดภัย ไปจนถึงการท่องเที่ยว สะท้อนศักยภาพของเยาวชน นักวิจัย สตาร์ตอัป และภาคเอกชนไทยในการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ BDI ในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการพัฒนาคน เทคโนโลยี และการต่อยอดผลงานสู่การใช้งานจริง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation สำหรับ BDI Young Innovator Hackathon 2026 เวทีบ่มเพาะเยาวชนและนักศึกษารุ่นใหม่ สามารถเฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรม โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ThunderPermanent กับผลงาน “พริบตา” ซึ่งได้รับ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับระบุสารจากข้อมูล NMR แบบอัตโนมัติ ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม เทเลทับบี้สายดาร์ค กับผลงาน “Pheno Rak” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม LACZ กับผลงาน “RuuPhenome” ทั้ง 3 ผลงานสะท้อนศักยภาพของเยาวชนไทยในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ การวิจัยสุขภาพ และการคัดกรองโรคในอนาคต ด้าน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket เวทีสำหรับผู้ประกอบการและนิติบุคคล สามารถเฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจังหวัดภูเก็ต ครอบคลุมการบริหารจัดการจราจร ขยะ ทรัพยากรน้ำ ความปลอดภัยด้านการคมนาคม และการท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท เทคมิ้นท์ จำกัด กับผลงาน “Phuket ThangRat” (AI for Better Traffic), บริษัท เมกชัวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับผลงาน “City Healing” (AI for Better Waste Management), ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมาร์ท จิ๊กซอว์ กับผลงาน “AquaSync – AI Water Intelligence Platform for Phuket” (AI for Better Water Management), บริษัท ชาร์ล คอนซัลติ้ง จำกัด กับผลงาน “การประยุกต์แนวคิดของระบบ Phuket Eye ร่วมกับ AI วิเคราะห์เชิงพฤติกรรมและ Scoring Technique” (AI for Better Vehicle Compliance) และ บริษัท ควอนตัมลีป จำกัด กับผลงาน “Phuket LocalLens: Community Identity and Predictive Safety Platform” (AI for Better Tourism) ทั้ง 5 ผลงานสะท้อนศักยภาพของภาคเอกชนในการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ขณะที่ BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เวทีเปิดสำหรับผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศ สามารถเฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรม ที่นำ Big Data และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Power Up Consulting กับผลงาน WalkWise แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการเดินเมืองอย่างปลอดภัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม MAN-KHAK กับผลงาน PA-TUEAN ระบบ AI ตรวจจับการปลอมแปลงเสียงแบบเรียลไทม์ พร้อมรับรางวัลขวัญใจมหาชน ในโจทย์ Data for Better Safety – รู้รอบก่อนเกิดภัย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม PAIMOO กับผลงาน PAIMOO แพลตฟอร์ม AI ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ ThaiLLM Special Award สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในบริบทของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ BDI ยังมอบ อีก 2 นวัตกรรมที่คว้ารางวัลขวัญใจมหาชน จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ทีม PARKVIEW กับผลงาน PARKVIEW ผู้ชนะในโจทย์ Data for Better Journey...
30 July 2026

บทความ

BDI ขานรับ ครม. รับทราบ ‘แผนยุทธศาสตร์ Big Data ชาติ’ พ.ศ. 2568–2570 เดินหน้าวางกรอบทิศทางขับเคลื่อนข้อมูลและ AI สู่ Data-Driven Nation ยกระดับเศรษฐกิจ-สังคมไทย
28 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568–2570 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาด้านข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นระบบ แผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับนี้ จัดทำโดย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เพื่อแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของประเทศ ทั้งปัญหาการจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายในหลายหน่วยงาน การขาดบุคลากรด้านข้อมูลและ AI การเชื่อมโยงข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ การใช้งานข้อมูลเชิงวิเคราะห์อย่างถูกต้องตามหลักความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับนี้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า  “ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มการใช้ Big Data เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยข้อมูล และการส่งเสริมบริการและนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI โดยตั้งเป้าหมายหลักให้ภายในปี 2570 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 จากปีก่อน และยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยในด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ให้อยู่ใน 25 อันดับแรกของโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แผนฉบับนี้ได้วาง 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่ BDI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะต้องเร่งขับเคลื่อน ได้แก่ 1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เช่น Government Cloud, Government Data Catalog และ National Big Data Platform 2. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ อาทิ สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การเกษตร และเศรษฐกิจการค้า 3. พัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการสร้างโมเดล AI ภาษาไทยและคลังข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI 4. พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้าน Big Data และ AI โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 “แผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของประเทศไทยนี้ มุ่งเน้นการวางทิศทางและเป้าหมายในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศไทย ให้ครอบคลุมทุกมิติที่จำเป็นต่อการวางรากฐานในการสร้างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานทั้งในภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาชนทั่วไปในการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการใช้งาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านข้อมูลและ AI เพื่อให้ผู้เล่นทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวปิดท้าย อ่าน (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568–2570 ฉบับเต็มได้ที่ https://short.bdi.or.th/big-data-strategy
28 July 2026

บทความ

BDI ดัน 3 สุดยอดนวัตกรรม AI จากเวที BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ สู่การขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data-Driven City
27 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เวทีการแข่งขันสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับประเทศที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฟ้นหาต้นแบบนวัตกรรมที่ใช้ Big Data และ AI แก้ไขปัญหาของกรุงเทพมหานครและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุธี อุไรวิชัยกุล และ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขัน ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ฮอลล์ 3 กรุงเทพมหานคร การแข่งขันได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครจากทั่วประเทศกว่า 213 ทีม ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนเหลือ 21 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Demo Day เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในเวทีแข่งขันระดับประเทศที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของ BDI โดยการแข่งขันมุ่งพัฒนาโซลูชันจาก Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองใน 3 โจทย์สำคัญ ได้แก่ Data for Better Journeyการยกระดับการเดินทางด้วยข้อมูลแบบ Real-time, Data for Better Lifestyle การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อยกระดับบริการและคุณภาพชีวิตของประชาชน และ Data for Better Safety การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบัน Big Data และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งการยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้มีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมือง และผลักดันต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงดีอี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้านนายสุธี อุไรวิชัยกุล รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจด้าน Big Data และ AI จากหลากหลายสาขา ได้ร่วมเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อแก้ไขปัญหาเมือง โดยผลงานของทั้ง 21 ทีมสุดท้ายสะท้อนศักยภาพในการประยุกต์ใช้ Big Data, AI และ ThaiLLM เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับจากโครงการดังกล่าว จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทุกทีมต่อยอดต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและ AI อย่างยั่งยืน การตัดสินรอบชิงชนะเลิศได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร, บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG), บริษัท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY), บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และกลุ่มงานบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล BDI ร่วมพิจารณาผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพด้านนวัตกรรม ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง และผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเมือง ผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ได้เฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่การเดินทาง ความปลอดภัย ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล ThaiLLM Special Award สำหรับทีมที่มีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้ ThaiLLM และ Popular Vote Award ในแต่ละโจทย์การแข่งขัน จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมและสร้างกำลังใจให้ทีมผู้พัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้อัปเดตเทรนด์ Big Data และ AI จากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมบรรยายพิเศษ ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจและการพัฒนาเมือง อาทิ Technology Spotlight โดย Couchbase, AI Jumpstart for Smart City: สู่เมืองอัจฉริยะ จากไอเดียข้อมูลสู่ AI ที่น่าเชื่อถือและขยายผลได้จริง โดย KPMG Thailand, Beyond the Bank: Krungthai ต่อยอด Data สู่ Innovation Ecosystemโดย Krungthai Bank และ From Innovation to Impact โดย Open Government Products (OGP) ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่และสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดนวัตกรรมจากข้อมูลสู่การใช้งานจริง การจัดการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ตอกย้ำบทบาทของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ในการพัฒนากำลังคนด้าน Big Data และ AI พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันการนำข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ไปพัฒนาเมือง แก้ไขปัญหาของประเทศ และต่อยอดสู่การใช้งานจริง...
27 July 2026

บทความ

BDI ร่วมงาน “มหกรรม UD เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี” ชูพลังข้อมูลขนาดใหญ่ยกระดับสวัสดิการสังคม
24 กรกฎาคม 2569, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับมูลนิธิคนพิการไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี” ภายใต้แนวคิด “From Law to Life: Design for All, Better Living for Everyone” ระหว่างวันที่ 24–25 กรกฎาคม 2569 ณ อาคาร 9-10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในการนี้ ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ได้มอบหมายให้ ดร.พีรดล สามะศิริ (รักษาการ) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมด้วย นายอมร โชคชัยสิริภักดี ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เป็นผู้แทนสถาบันฯ เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน โดย นายอมร โชคชัยสิริภักดี เป็นผู้แทน BDI เข้ารับมอบ เกียรติบัตร “องค์กรต้นแบบขับเคลื่อน Universal Design เพื่อคนทั้งมวล” เพื่อเชิดชูบทบาทสถาบันฯ ในการนำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่มายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมกันนี้ บูทนิทรรศการของ BDI ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เข้าเยี่ยมชม โดยมี ดร.พีรดล สามะศิริ พร้อมด้วยคณะผู้แทน BDI ให้การต้อนรับ และนำเสนอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูล ผ่านแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลการเชื่อมโยงเด็กพิการ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง พม. เพื่อค้นหาเด็กที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการแต่ยังไม่อยู่ในระบบการศึกษา หรือเด็กในสถานศึกษาที่ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม ช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าถึงและช่วยเหลือได้ตรงจุด การพัฒนาดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนงานภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย “การเชื่อมโยงและปรับปรุงฐานข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ” ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่าง 15 กระทรวง (44 หน่วยงานระดับกรม และ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) โดย BDI ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลคนเปราะบาง คนพิการ และผู้สูงอายุ เข้าสู่ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของกระทรวง พม. ก่อนส่งต่อเข้าสู่แพลตฟอร์มดีทู (Data Integration and Intelligence Platform: D2) สำหรับขยายผลการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลข้ามสาขา ช่วยลดข้อจำกัดในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในระดับประเทศอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งผลักดันไปสู่การจัดสวัสดิการแบบมุ่งเป้า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา พม. และ BDI ได้ร่วมกันวางรากฐานการบูรณาการข้อมูลด้านสังคมอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานข้อมูล และกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน จนปัจจุบันสามารถบูรณาการชุดข้อมูลสำคัญได้แล้วกว่า 90% ครอบคลุมทั้งด้านรายได้ การมีงานทำ การศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม ช่วยให้ภาครัฐวิเคราะห์สถานการณ์ ค้นหาผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ และวางแผนช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำ
24 July 2026

บทความ

5 เหตุผลที่องค์กรชั้นนำเลือก BDI เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะ Big Data และ AI
ในยุคที่ทุกองค์กรต้องการ Data และ AI แต่ไม่ใช่ทุกการอบรมที่จะสร้างผลลัพธ์ได้จริง  ปัจจุบันคำว่า Big Data, AI, Data Analytics, Data Governance หรือ Digital Transformation กลายเป็นคำที่ทุกองค์กรคุ้นเคย แต่ความท้าทายสำคัญกลับไม่ใช่การเข้าถึงเทคโนโลยี หากเป็นการพัฒนาคนให้สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้สร้างผลลัพธ์ได้จริง  หลายองค์กรเคยส่งบุคลากรไปอบรม แต่เมื่อกลับมาทำงานจริงกลับพบว่า เนื้อหาไม่ตรงกับบริบทขององค์กร ตัวอย่างที่ใช้เรียนไม่เกี่ยวข้องกับงานจริง หรือผู้เรียนไม่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ทันที  นี่คือเหตุผลที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนชั้นนำจำนวนมากเลือกใช้บริการฝึกอบรมจาก สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute: BDI) เพราะเราไม่ได้มองว่าการอบรมคือการถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้องค์กรผ่านข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม  จุดเด่นที่ทำให้ BDI แตกต่างจากผู้ให้บริการฝึกอบรมทั่วไป  1. เข้าใจทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะเราเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานร่วมกับทั้งสองภาคส่วน  BDI เป็นองค์การมหาชนภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีภารกิจส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่และ AI เพื่อพัฒนาประเทศ  ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BDI ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้เราเข้าใจความแตกต่างของบริบท ข้อจำกัด และความท้าทายของแต่ละองค์กรอย่างแท้จริง  เมื่อออกแบบหลักสูตร เราจึงสามารถเชื่อมโยงเนื้อหากับสถานการณ์จริงขององค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำกับดูแลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ การพัฒนา Data-Driven Organization หรือการนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  2. ผู้สอนคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้าน Big Data และ AI  BDI มีบุคลากรมากกว่า 200 คน โดยกว่า 60% เป็น Technial People เช่น Data Scientist, Data Engineer, Programmer และผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI ที่มีประสบการณ์ทำงานจริงกับโครงการระดับประเทศและองค์กรขนาดใหญ่  ผู้เรียนจึงไม่ได้รับเพียงความรู้เชิงทฤษฎี แต่ยังได้รับประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริง ปัญหาจริง และแนวทางแก้ไขที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร  ไม่ว่าจะเป็น  ทุกหลักสูตรถูกถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในสนามจริงของวงการ Data และ AI  3. Customize หลักสูตรให้ตรงกับโจทย์ขององค์กร  หนึ่งในจุดแข็งที่ลูกค้าหลายองค์กรประทับใจ คือ BDI ไม่ได้ใช้หลักสูตรสำเร็จรูปเพียงแบบเดียวกับทุกองค์กร  ก่อนการอบรม ทีมงานจะร่วมพูดคุยกับหน่วยงานเพื่อทำความเข้าใจ  จากนั้นจึงออกแบบเนื้อหา กรณีศึกษา Workshop และกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร  เพราะเราเชื่อว่า “การอบรมที่ดี ต้องตอบโจทย์งานจริงของผู้เรียน”  4. เรียนจากข้อมูลจริงขององค์กร ไม่ใช่ข้อมูลตัวอย่างทั่วไป  จุดเด่นสำคัญที่หาได้ยากจากผู้ให้บริการรายอื่น คือ BDI เปิดโอกาสให้หน่วยงานนำข้อมูลจริงขององค์กรมาใช้ใน Workshop  โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน  ผู้เรียนจะได้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลจากชุดข้อมูลที่ใช้งานจริงภายในองค์กรของตนเอง  ผลลัพธ์คือ เมื่อจบการอบรม ผู้เรียนจะไม่ได้เพียงความรู้ แต่ยังได้ Dashboard หรือ Prototype ที่สามารถนำกลับไปพัฒนาต่อยอดใช้งานได้ทันที แตกต่างจากการอบรมทั่วไปที่ใช้ข้อมูลตัวอย่างซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ต่อในงานจริงได้  5. มีทีม TA ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเรียน  การเรียนด้าน Data และ AI มักมีรายละเอียดทางเทคนิคค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหลักสูตร Workshop หรือ Hands-on Training  BDI จึงจัดให้มีทีม Teaching Assistant (TA) คอยดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิดตลอดการอบรม  ไม่ว่าจะเป็น  ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  หลักสูตรของ BDI ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงสายเทคนิค  BDI ออกแบบหลักสูตรให้รองรับผู้เรียนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริหาร ผู้จัดการ ทีมงานด้านข้อมูล ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิศวกรข้อมูล  โดย BDI มีหลักสูตรที่แนะนำสำหรับกลุ่มผู้เรียนต่าง ๆ ดังนี้  สำหรับผู้บริหาร   สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้าง Data Governance  สำหรับผู้ใช้งานข้อมูลและนักวิเคราะห์  สำหรับสาย Data Science  สำหรับสาย Data Engineering  สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะ AI  นอกจากนี้ BDI ยังมีบริการ In-House Training, Public Training, Online Training และ On-the-Job Training ที่สามารถออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละองค์กรได้อีกด้วย  มากกว่าการอบรม คือการสร้างความพร้อมให้องค์กรก้าวสู่ Data-Driven Organization  สิ่งที่ BDI ภาคภูมิใจไม่ใช่จำนวนผู้เรียนหรือจำนวนหลักสูตร แต่คือความสำเร็จขององค์กรที่สามารถนำความรู้ด้าน Big Data และ AI ไปใช้ยกระดับการทำงานได้จริง  เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงองค์กร และการเปลี่ยนแปลงองค์กรคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ  หากองค์กรของคุณกำลังมองหาพันธมิตรด้านการพัฒนาบุคลากรที่เข้าใจทั้ง Data, AI และบริบทการทำงานจริงขององค์กร BDI พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของทีมงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิทัล  ดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://bdi.or.th/training  สอบถามข้อมูลหลักสูตรติดต่อได้ที่ Line OA BDI Service: https://lin.ee/X5ugXVr หรือโทร. 02-480-8833 ต่อ 9579 
22 July 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings