Data Center

Data Center

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ผู้แทนกระทรวงดีอี ร่วมเวที World Bank Global AI & Digital Summit 2026 ชูยุทธศาสตร์ AI ไทย สร้างสมดุลการลงทุน Data Center–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม
BDI ผู้แทนกระทรวงดีอี ร่วมเวที World Bank Global AI & Digital Summit 2026 ชูยุทธศาสตร์ AI ไทย สร้างสมดุลการลงทุน Data Center–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม 21 ตุลาคม 2569, กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ได้รับมอบหมายจาก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย (Head of Delegation) เข้าร่วมการประชุม Global AI & Digital Summit 2026 ซึ่งจัดโดย World Bank Group ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 19–22 ตุลาคม 2569 ณ กรุงโซล พร้อมร่วมเสวนาหัวข้อ “Watt’s the Cost of AI Infrastructure” นำเสนอยุทธศาสตร์ AI ของประเทศไทย และแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center กับความพร้อมด้านพลังงาน ทรัพยากร และการเติบโตอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี ถ่ายทอด 4 ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน AI ของประเทศไทย ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ AI ของประเทศ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับบริบท ภาษา และความต้องการของไทย โดยยกตัวอย่างการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Thai Large Language Model (ThaiLLM) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ภายในประเทศ 2) การบริหารทรัพยากรเพื่อรองรับการลงทุน โดยคำนึงถึงความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่สำหรับ Data Center เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับความยั่งยืนของทรัพยากร 3) การประยุกต์ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร อาทิ การใช้ AI พยากรณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อสนับสนุนการวางแผนและบริหารระบบไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4) การบูรณาการนโยบายระหว่างหน่วยงาน ด้านดิจิทัล การลงทุน พลังงาน และการกำกับดูแล โดยยกแนวทาง Data Center One-Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวก ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการลงทุน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำการพัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างรอบด้าน ผ่าน 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการประมวลผล (Computing Power) โครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน (Infrastructure and Power) บุคลากรและทักษะ (People) ข้อมูล (Data) และเงินทุน (Capital) ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อให้ AI เป็นกลไกเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม การประชุมครั้งนี้ ยังสะท้อนความต่อเนื่องของวาระการพัฒนาระดับโลกจากการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีประเด็นร่วมด้านบทบาทของ AI ต่อเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทักษะกำลังคน และการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ขณะที่เวที Global AI & Digital Summit 2026 ณ กรุงโซล มุ่งต่อยอดการหารือสู่แนวทางเชิงปฏิบัติในการใช้ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ AI ของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ Big Data และ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากนานาชาติ เพื่อต่อยอดระบบนิเวศข้อมูลและ AI ของไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลอย่างมีทิศทาง
21 October 2026

บทความ

BDI ชู 4 เสาหลักแผน AI แห่งชาติ ต่อยอด Data Center สู่การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย ดัน AI Model–Applications แข่งขันระดับโลก
20 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Thailand’s Concern” ภายในงาน NATION FORUM 2027: Thailand’s Agenda ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “BUILT FOR THE INTELLIGENCE ECONOMY” ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยนำเสนอทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center ของประเทศไทย พร้อมเผยความคืบหน้าของร่างแผน AI แห่งชาติ ซึ่งผ่านความเห็นชอบในระดับกรอบหลักการแล้ว มุ่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สร้างความเชื่อมั่น พัฒนากำลังคน และต่อยอดอุตสาหกรรม AI เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าการเป็นเพียงฐานรองรับการลงทุน Data Center ดร.อภิวดี กล่าวว่า ร่างแผน AI แห่งชาติกำหนดกรอบการขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1) Infrastructure การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านอธิปไตยทางดิจิทัลของประเทศ 2) Trust การสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแล และการสื่อสารกับประชาชน 3) Human Capital การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะพร้อมรองรับอุตสาหกรรม AI ผ่านความร่วมมือของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะบุคลากรสายอาชีพและผู้ปฏิบัติงานที่สามารถนำทักษะไปใช้ได้จริง และ 4) Value Creation การสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดร.อภิวดี อธิบายว่า อุตสาหกรรม AI ประกอบด้วยโครงสร้างสำคัญ 5 ระดับ ได้แก่ Energy, Chip, Data Center, AI Model และ Applications ซึ่งเชื่อมโยงกันตั้งแต่พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI และแอปพลิเคชันสำหรับใช้งานจริง โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าการดึงดูดการลงทุน Data Center และมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนา AI Model และ Applications ที่มีศักยภาพแข่งขันในระดับสากล เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรม AI ของโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการลงทุน Data Center ต้องดำเนินควบคู่กับการกำกับดูแลอย่างรอบด้าน โดยมีคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ผังเมือง สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม และการบูรณาการข้อมูล เพื่อกำกับดูแลการลงทุนให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ ทั้งด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการทรัพยากร และผลกระทบต่อชุมชน พร้อมส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการใช้สินค้าและบริการภายในประเทศ เพื่อกระจายประโยชน์จากการลงทุนสู่ภาคเศรษฐกิจไทย ในประเด็นข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับ Data Center ทั้งการใช้น้ำ พลังงาน การจัดเก็บเชื้อเพลิง เสียงรบกวน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดร.อภิวดี เน้นย้ำว่า การกำกับดูแลต้องยึด มาตรฐานสากล ควบคู่กับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะการวางผังเมืองและการพิจารณาระยะห่างจากพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และศาสนสถาน รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารมาตรการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้ประชาชน ทั้งนี้ ดร.อภิวดี ชี้ว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI โดยโจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่คือ การพัฒนาและบริหารจัดการ Data Center ให้มีความปลอดภัย เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างแท้จริง ภายใต้ความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ของประชาชน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแห่งชาติ (National Data Backbone) ควบคู่กับการพัฒนา ThaiLLM เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ของไทย ตลอดจนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่การสร้างนวัตกรรม บริการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน
20 October 2026

บทความ

BDI ร่วมเวที World Bank แนะแนวทางกำกับ Data Center ไทย มุ่งสร้างสมดุลการลงทุน–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม หนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ
13 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม Knowledge Café ภายใต้หัวข้อ “Data Centers: From Reform to Investment” ซึ่งจัดโดย World Bank Group ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนา Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลการประกอบกิจการ Data Center ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยมี 3 ประการ ได้แก่ การกระจายอำนาจอนุญาตอยู่ในหลายหน่วยงาน (Fragmented Authority) ทำให้การขออนุญาตจัดตั้ง Data Center ต้องผ่านกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง การขาดข้อมูลภาพรวม Data Center ของประเทศที่เป็นระบบเดียวกัน (Limited Visibility) ทั้งจำนวน ประเภท และที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล และ การขาดกรอบหลักเกณฑ์ร่วมในการพิจารณาโครงการ (Unclear Decision Framework) เพื่อกำหนดความเหมาะสมของการลงทุนและพื้นที่ตั้งโครงการ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว ภาครัฐได้จัดตั้งกลไกคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาแนวทางกำกับดูแล และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างพิจารณาการพัฒนากรอบหลักเกณฑ์สำหรับการอนุมัติโครงการลงทุนผ่านแนวทาง Decision Tree ซึ่งครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ พิจารณาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) และประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Usage Effectiveness: WUE) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การก่อสร้างและผังเมือง พิจารณาขนาดโครงการ ความต้องการใช้ไฟฟ้า ระบบเชื้อเพลิงสำรอง ระยะถอยร่นของอาคาร และความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง ทั้งเขตที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งมีข้อจำกัดและเงื่อนไขแตกต่างกัน 3. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการ ทั้งด้านเสียง กลิ่น และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ โดยอาศัยการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ศ. ดร.ธีรณี ยังสะท้อนมุมมองว่า การพิจารณาโครงการลงทุน Data Center ไม่ควรมุ่งเพียงการผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ต้องประเมินถึง ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากรไทย การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจดิจิทัลในประเทศ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการ Cloud และ AI ตลอดจนการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ โดยแนวทางกำกับดูแลที่กำลังพัฒนาจะต้องรองรับผู้ประกอบการอย่างหลากหลาย ทั้ง Data Center ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน Mr. Mahesh Uttamchandani, Regional Practice Director for Digital & AI in East Asia and Pacific and South Asia Regions, World Bank Group ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน Data Center โดยระบุว่า แต่ละประเทศมีระดับความพร้อม ศักยภาพ และความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยตรง การใช้ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กร่วมกับบริการ Cloud ระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในระดับท้องถิ่น World Bank ยังเน้นย้ำบทบาทของภาครัฐในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์ด้าน Data Governance ที่ชัดเจน การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ การปรับปรุงกระบวนการอนุมัติการลงทุนให้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการไฟฟ้า น้ำ และที่ดินอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมการใช้บริการ Cloud ของภาครัฐเพื่อสร้างความต้องการใช้งานที่ชัดเจนและสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว การแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนานโยบาย Data Center ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการใช้ทรัพยากร ผลกระทบต่อชุมชน และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับ พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน ขอบคุณภาพจาก: World Bank Group
13 October 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings