Data-Driven Nation

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI เปิดตัว “Data-Driven Thailand Report 2568” ครั้งแรกของประเทศ ชี้ความพร้อม Data & AI ไทย สะท้อนโจทย์จาก “Gap” สู่การใช้ข้อมูลสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม
8 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดงานเผยแพร่ “รายงานตัวชี้วัดเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Thailand Report) ประจำปี พ.ศ. 2568” เพื่อสะท้อนสถานภาพและศักยภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศไทย พร้อมพัฒนากรอบมาตรฐานกลางสำหรับติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน และผ่านระบบออนไลน์ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนสถานภาพและความพร้อมของประเทศไทยด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วย Data และ AI อย่างเป็นรูปธรรม รายงานดังกล่าวประเมินความพร้อมของประเทศไทยผ่าน 6 มิติ 80 ตัวชี้วัด ครอบคลุม Data Infrastructure, Data Governance, Data Capability & Skills, Data Use, Data Ecosystem & Collaboration และ Data Impact เพื่อสะท้อนภาพรวมตั้งแต่ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล ไปจนถึงศักยภาพในการนำข้อมูลไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ผลการประเมินพบว่า ประเทศไทยมี คะแนนภาพรวม 58.91 คะแนน โดยมีจุดแข็งในมิติด้าน Data Governance อยู่ที่ 79.32 คะแนน ขณะที่มิติด้าน Data Impact อยู่ที่ 44.48 คะแนน สะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนจาก “ความพร้อม” ด้าน Data & AI ไปสู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้นจริงต่อเศรษฐกิจและสังคม ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “จาก Gap สู่การขับเคลื่อน: ปิดช่องว่างเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) ของไทย” โดยผู้แทนทรงคุณวุฒิจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางลดช่องว่างด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรและทักษะ ตลอดจนการผลักดันให้ Big Data และ AI ถูกนำไปใช้จริง เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การจัดทำ Data-Driven Thailand Report จึงไม่ได้เป็นเพียงการสะท้อนคะแนนความพร้อมของประเทศ แต่เป็นการสร้าง “จุดตั้งต้นร่วม” เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการมองเห็นทั้งจุดแข็งและช่องว่างของประเทศภายใต้กรอบการประเมินเดียวกัน และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย วางแผนการลงทุน พัฒนากำลังคน และสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ BDI มุ่งหวังให้รายงานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการติดตามพัฒนาการด้านข้อมูลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก “ความพร้อมด้าน Data & AI” สู่ “การใช้ประโยชน์และสร้างผลลัพธ์” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
8 September 2026

บทความ

BDI เปิดพื้นที่เรียนรู้ Data–AI ถ่ายทอดประสบการณ์จากโจทย์จริง เสริมทักษะนิสิตวิทยาศาสตร์ มก. สร้างกำลังคนพร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล
3 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะนิสิตและบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Data, Advanced Analytics และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดมุมมองการนำองค์ความรู้ด้านข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง พร้อมเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมนิสิตสู่การเป็นกำลังคนด้านข้อมูลและ AI ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data” ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดภารกิจและบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI และการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของประเทศ จากนั้น ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “จาก Data สู่การตัดสินใจ: การประยุกต์ใช้ Advanced Analytics และ AI เพื่อแก้โจทย์ภาครัฐ” ถ่ายทอดแนวคิดและตัวอย่างการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่เกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการ วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ให้ตอบโจทย์ได้จริง ขณะที่ ดร.อาทิตย์ สกุลเมือง ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “Data Science in Action: จากทักษะสู่ประสบการณ์ทำงานจริง” ชวนให้นิสิตเห็นภาพการทำงานด้าน Data Science ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจข้อมูล ไปจนถึงการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเข้ากับทักษะที่จำเป็นสำหรับสายอาชีพด้านข้อมูล การศึกษาดูงานครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญของ BDI เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ตลอดจนโอกาสในการนำ Data และ AI ไปสร้างประโยชน์ในหลากหลายบริบท พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้สู่การทำงานจริง BDI ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริงสู่ภาคการศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่สร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประเทศไทยมีทั้ง “คนที่พร้อมใช้ข้อมูล” และ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
3 September 2026

บทความ

D2 ทลาย Data Silo ยกระดับสวัสดิการสังคม จาก “ตั้งรับ” สู่ “เชิงรุก” ชี้เป้ากลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงความช่วยเหลือตรงจุด
23 สิงหาคม 2569, นนทบุรี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.พีรดล สามะศิริ (รักษาการ) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมเวทีเสวนาหัวข้อ “พลิกโฉมนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน” ในงาน Social Development Expo 2026 (SDX 2026) ภายใต้แนวคิด “Co-Creating a Better Society: ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน” จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พร้อมนำเสนอแนวทางการใช้ Big Data เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการดูแลกลุ่มเปราะบาง ลดโอกาสการตกหล่นจากระบบสวัสดิการ และยกระดับการทำงานของภาครัฐจาก “ตั้งรับ” สู่ “เชิงรุก” ด้วยข้อมูล ดร.พีรดล กล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ ไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือ ข้อมูลจำนวนมากยังถูกจัดเก็บแยกส่วนตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน หรือ Data Silo ทำให้การนำข้อมูลข้ามหน่วยงานมาใช้ประโยชน์ร่วมกันมีข้อจำกัด BDI จึงมีบทบาทในการสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูล ให้คำปรึกษา และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล โดยเน้นแนวคิด “เชื่อมโยงข้อมูล ไม่ใช่รวมศูนย์ข้อมูล” เพื่อให้ข้อมูลที่อยู่ภายใต้การดูแลของแต่ละหน่วยงาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ผ่านกลไกสำคัญ คือ แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Data Integration and Intelligence Platform – D2 (ดีทู) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อให้การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย อีกก้าวสำคัญของการใช้ประโยชน์จากข้อมูล คือ การยกระดับจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติในภาพรวม สู่การเชื่อมโยงและวิเคราะห์ ข้อมูลระดับบุคคล ทำให้หน่วยงานสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า ประชาชนแต่ละรายได้รับบริการหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดบ้าง ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสามารถติดตามผลได้ว่า ความช่วยเหลือที่ได้รับส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไร [เชื่อมข้อมูลข้ามกระทรวง ชี้เป้า “เด็กตกหล่น” จากระบบสวัสดิการ] ดร.พีรดล ยกตัวอย่างโครงการต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของการเชื่อมโยงข้อมูล ผ่านการนำข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีข้อมูลการลงทะเบียนเรียนและข้อมูลที่ครูบันทึกเกี่ยวกับเด็กที่อาจมีความบกพร่องด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการของ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน ทำให้สามารถมองเห็นช่องว่างของการเข้าถึงบริการ เช่น เด็กที่ครูบันทึกว่ามีแนวโน้มพบความบกพร่อง แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ทำให้ตกหล่นจากสิทธิและสวัสดิการที่ควรได้รับ ขณะเดียวกันยังช่วยให้มองเห็นเด็กพิการที่ขึ้นทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา เมื่อนำผลการวิเคราะห์มาแสดงในรูปแบบแผนที่ ยังช่วยให้เห็นพื้นที่เป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปประกอบการวางแผน ตรวจสอบ และลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเชิงรุกได้ตรงจุดมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวยังช่วยสนับสนุน การจัดลำดับความสำคัญในการใช้ทรัพยากร เนื่องจากกระบวนการขึ้นทะเบียนคนพิการจำเป็นต้องอาศัยการตรวจประเมินและวินิจฉัยจากแพทย์ ขณะที่บุคลากรมีจำนวนจำกัด การมีข้อมูลชี้เป้าจึงช่วยให้หน่วยงานสามารถพิจารณาพื้นที่หรือโรงเรียนที่ควรได้รับการตรวจประเมินก่อน เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น [เปลี่ยนจาก “ประชาชนเดินเข้าหารัฐ” สู่ “รัฐใช้ข้อมูลเดินเข้าหาประชาชน”] ดร.พีรดล กล่าวต่อว่า การเชื่อมโยงข้อมูลยังสามารถสนับสนุนการปรับรูปแบบการให้บริการภาครัฐ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง จากเดิมที่ประชาชนต้องรับรู้สิทธิและเดินทางมาติดต่อหน่วยงานเพื่อขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่ทราบสิทธิของตนว่าควรได้รับสิทธิอะไรบ้าง จึงทำให้ตกหล่นจากระบบความช่วยเหลือ หากหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกัน จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า “ใครต้องการความช่วยเหลือ อยู่ที่ไหน และต้องการความช่วยเหลือด้านใด” ทำให้หน่วยงานสามารถวางแผนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด จากเดิมที่ต้องรอให้ประชาชนเข้ามาขอรับบริการ สู่การทำงาน เชิงรุก ที่ใช้ข้อมูลช่วยชี้เป้าและนำความช่วยเหลือไปถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากระบบ แนวทางนี้จึงเป็นการยกระดับข้อมูลภาครัฐจาก “ข้อมูลเพื่อการรายงาน” สู่ “ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ” ช่วยให้หน่วยงานจัดสรรทรัพยากรได้เหมาะสม และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น [ใช้ข้อมูลจับคู่ “นวัตกรรม” กับ “ความต้องการ” ให้ตรงคน] ดร.พีรดล กล่าวปิดท้ายว่า อีกหนึ่งโอกาสสำคัญ คือ การใช้ Big Data เชื่อมช่องว่างระหว่าง “นวัตกรรมที่มีอยู่” กับ “ความต้องการของประชาชน” เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสังคมจำนวนมาก แต่ความท้าทาย คือ การทำให้นวัตกรรมเหล่านั้นไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการใช้งานจริง การวิเคราะห์และจำแนกกลุ่มผู้รับบริการ จะช่วยให้หน่วยงานเข้าใจความต้องการและข้อจำกัดที่แตกต่างกันของกลุ่มเปราะบางแต่ละกลุ่มหรือแต่ละบุคคลได้ละเอียดขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการจับคู่นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ หรือบริการให้เหมาะสมกับความต้องการ แทนการให้บริการแบบเหมารวมที่อาจไม่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง BDI มุ่งผลักดันให้ Big Data และ AI จากเทคโนโลยีสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight และต่อยอดสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐมองเห็นผู้ที่อาจตกหล่นจากระบบ เข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด พร้อมยกระดับบริการสาธารณะให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation
23 August 2026

บทความ

BDI สรุปความสำเร็จ Hackathon 2026 เฟ้น 13 สุดยอดนวัตกรรม Big Data และ AI จาก 3 เวทีระดับประเทศ เดินหน้าสร้างคน สร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation
30 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขัน BDI Hackathon 2026 ครบทั้ง 3 เวที ได้แก่ BDI Young Innovator Hackathon 2026, BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket และ BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok โดยสามารถเฟ้นหา 13 สุดยอดนวัตกรรมด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยด้านสุขภาพ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการจราจร สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ ความปลอดภัย ไปจนถึงการท่องเที่ยว สะท้อนศักยภาพของเยาวชน นักวิจัย สตาร์ตอัป และภาคเอกชนไทยในการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ BDI ในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการพัฒนาคน เทคโนโลยี และการต่อยอดผลงานสู่การใช้งานจริง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation สำหรับ BDI Young Innovator Hackathon 2026 เวทีบ่มเพาะเยาวชนและนักศึกษารุ่นใหม่ สามารถเฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรม โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ThunderPermanent กับผลงาน “พริบตา” ซึ่งได้รับ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับระบุสารจากข้อมูล NMR แบบอัตโนมัติ ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม เทเลทับบี้สายดาร์ค กับผลงาน “Pheno Rak” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม LACZ กับผลงาน “RuuPhenome” ทั้ง 3 ผลงานสะท้อนศักยภาพของเยาวชนไทยในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ การวิจัยสุขภาพ และการคัดกรองโรคในอนาคต ด้าน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket เวทีสำหรับผู้ประกอบการและนิติบุคคล สามารถเฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจังหวัดภูเก็ต ครอบคลุมการบริหารจัดการจราจร ขยะ ทรัพยากรน้ำ ความปลอดภัยด้านการคมนาคม และการท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท เทคมิ้นท์ จำกัด กับผลงาน “Phuket ThangRat” (AI for Better Traffic), บริษัท เมกชัวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับผลงาน “City Healing” (AI for Better Waste Management), ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมาร์ท จิ๊กซอว์ กับผลงาน “AquaSync – AI Water Intelligence Platform for Phuket” (AI for Better Water Management), บริษัท ชาร์ล คอนซัลติ้ง จำกัด กับผลงาน “การประยุกต์แนวคิดของระบบ Phuket Eye ร่วมกับ AI วิเคราะห์เชิงพฤติกรรมและ Scoring Technique” (AI for Better Vehicle Compliance) และ บริษัท ควอนตัมลีป จำกัด กับผลงาน “Phuket LocalLens: Community Identity and Predictive Safety Platform” (AI for Better Tourism) ทั้ง 5 ผลงานสะท้อนศักยภาพของภาคเอกชนในการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ขณะที่ BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เวทีเปิดสำหรับผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศ สามารถเฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรม ที่นำ Big Data และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Power Up Consulting กับผลงาน WalkWise แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการเดินเมืองอย่างปลอดภัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม MAN-KHAK กับผลงาน PA-TUEAN ระบบ AI ตรวจจับการปลอมแปลงเสียงแบบเรียลไทม์ พร้อมรับรางวัลขวัญใจมหาชน ในโจทย์ Data for Better Safety – รู้รอบก่อนเกิดภัย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม PAIMOO กับผลงาน PAIMOO แพลตฟอร์ม AI ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ ThaiLLM Special Award สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในบริบทของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ BDI ยังมอบ อีก 2 นวัตกรรมที่คว้ารางวัลขวัญใจมหาชน จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ทีม PARKVIEW กับผลงาน PARKVIEW ผู้ชนะในโจทย์ Data for Better Journey...
30 July 2026

บทความ

BDI ขานรับ ครม. รับทราบ ‘แผนยุทธศาสตร์ Big Data ชาติ’ พ.ศ. 2568–2570 เดินหน้าวางกรอบทิศทางขับเคลื่อนข้อมูลและ AI สู่ Data-Driven Nation ยกระดับเศรษฐกิจ-สังคมไทย
28 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568–2570 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาด้านข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นระบบ แผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับนี้ จัดทำโดย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เพื่อแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของประเทศ ทั้งปัญหาการจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายในหลายหน่วยงาน การขาดบุคลากรด้านข้อมูลและ AI การเชื่อมโยงข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ การใช้งานข้อมูลเชิงวิเคราะห์อย่างถูกต้องตามหลักความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับนี้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า  “ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มการใช้ Big Data เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยข้อมูล และการส่งเสริมบริการและนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI โดยตั้งเป้าหมายหลักให้ภายในปี 2570 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 จากปีก่อน และยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยในด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ให้อยู่ใน 25 อันดับแรกของโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แผนฉบับนี้ได้วาง 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่ BDI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะต้องเร่งขับเคลื่อน ได้แก่ 1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เช่น Government Cloud, Government Data Catalog และ National Big Data Platform 2. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ อาทิ สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การเกษตร และเศรษฐกิจการค้า 3. พัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการสร้างโมเดล AI ภาษาไทยและคลังข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI 4. พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้าน Big Data และ AI โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 “แผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของประเทศไทยนี้ มุ่งเน้นการวางทิศทางและเป้าหมายในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศไทย ให้ครอบคลุมทุกมิติที่จำเป็นต่อการวางรากฐานในการสร้างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานทั้งในภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาชนทั่วไปในการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการใช้งาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านข้อมูลและ AI เพื่อให้ผู้เล่นทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวปิดท้าย อ่าน (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568–2570 ฉบับเต็มได้ที่ https://short.bdi.or.th/big-data-strategy
28 July 2026

บทความ

BDI ปักหมุดขอนแก่น ประเดิมจัดงาน BDI Roadshow 2026 “เปิดโลก AI และ Big Data สู่อนาคต” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชนและคนรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนเมืองด้วยพลังของข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์
5 กรกฎาคม, ขอนแก่น – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้าจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาค “BDI Roadshow 2026 ขอนแก่น: เปิดโลก AI และ Big Data สู่อนาคต” ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น มุ่งเร่งขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ หวังดันขอนแก่นสู่ต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล พร้อมยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าร่วมทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อร่วมพัฒนากำลังคน ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI และ Big Data ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน นายนำศิลป์ วิเศษ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีศักยภาพและความพร้อมในการนำ AI และ Big Data มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว การจัดการประชุม รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจและประชาชน การที่ BDI เลือกจังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่จัดงาน BDI Roadshow 2026 นับเป็นโอกาสสำคัญที่คนในพื้นที่จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กร ชุมชน และการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าความร่วมมือของจากทุกภาคส่วนจากเวทีแห่งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเสริมพลังเครือข่าย พัฒนากำลังคน และขับเคลื่อนจังหวัดขอนแก่นสู่การเป็นเมืองที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นฐานในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้าน ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรม Big Data และ AI ให้เกิดความสำเร็จที่ยั่งยืน จำเป็นต้องเกิดจากระบบนิเวศข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริงและสอดรับกับบริบทของพื้นที่ BDI ในฐานะหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศ จึงมุ่งมั่นวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาประดิษฐ์และยกระดับศักยภาพ Data Ecosystem ให้มีความแข็งแกร่งร่วมกับภูมิภาค โดยการปักหมุดที่จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการผสานพลังและทลายข้อจำกัดด้านข้อมูลร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันปลดล็อกขีดความสามารถขยายผลการประยุกต์ใช้ AI ให้ตอบโจทย์การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของภาคอีสานได้อย่างตรงจุด “โดยทิศทางการขับเคลื่อนและการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมดนี้ ได้ถูกบูรณาการมาสู่การจัดงาน BDI Roadshow 2026 ขอนแก่น โดย BDI ได้นำผลงาน นวัตกรรม และแพลตฟอร์มข้อมูลที่ประสบความสำเร็จของ BDI มาเป็นแกนหลักในการจัดแสดง เพื่อให้งาน Roadshow ครั้งนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ส่งต่อองค์ความรู้ ทั้งในการบ่มเพาะกำลังคนรุ่นใหม่ และเป็นพื้นที่ถ่ายทอดกลไกการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ รวมถึงผลักดันศักยภาพของผู้ประกอบการ Local Entrepreneur โดยวันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งทั้งจากทางจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น หอการค้าจังหวัดขอนแก่น สมาคมการค้าธุรกิจไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืนภาคอีสาน ตลอดจนการขยายผลความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่บูรณาการข้อมูลในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมืองและบริการสาธารณะ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมให้องค์กรธุรกิจสามารถดึงพลังจากข้อมูล ไปสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง” รอง ผอ.BDI กล่าวทิ้งท้าย นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การขับเคลื่อนขอนแก่นในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมีรากฐานการทำงานรูปแบบใหม่ ซึ่งการเข้ามาสนับสนุนของ BDI ในการนำ Big Data และ AI มาเป็นกลไกหลัก จะช่วยให้การตัดสินใจและการกำหนดทิศทางเมืองมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์หลักของจังหวัด ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม MICE ที่จะนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาให้ตรงจุด การยกระดับเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) โดยใช้ Big Data ติดตามและประเมินจำนวนผู้ใช้บริการสาธารณสุขจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดศูนย์บริการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ในอนาคต ตลอดจนการขับเคลื่อน Khon Kaen Eco City ซึ่งสภาอุตสาหกรรมมีแผนนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมาสนับสนุนโครงการเมืองนิเวศ เพื่อสร้างความโดดเด่นในการเป็นผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ที่ผ่านมาข้อจำกัดของการพัฒนาเมืองคือการที่ข้อมูลจากหลากหน่วยงาน เช่น ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข ยังคงกระจัดกระจาย ส่งผลให้การรวบรวมข้อมูลมีความล่าช้าและขาดความต่อเนื่อง การได้ BDI เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลไหลลื่นอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถวางแผนรับมืออนาคต ตลอดจนขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดขอนแก่นได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านเวทีระดับยุทธศาสตร์ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เจาะกลุ่มผู้บริหารและนักธุรกิจ ผ่านการระดมสมองของประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน “BDI Roadshow 2026 ขอนแก่น” ได้รับความสนใจจากทั้งคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการอย่างมาก ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์เจาะลึกทิศทางอาชีพดาวรุ่งยุค AI ร่วมกับ FutureSkill พร้อม Workshop สร้างรายได้จากการเป็น Content Creator ด้วย AI นอกจากนี้ เวทีเสวนา “กิน-อยู่-เที่ยว ด้วยเทคโนโลยี” จากอินฟลูเอนเซอร์ช่อง “เต้าหู้ หมาไบโพลาร์” และ “DinoMark” ตลอดจนการถอดรหัสยกระดับ Soft Power อีสานสู่อินเตอร์ โดยเจ้าของร้าน “จี่เกีย” และผู้สร้างคาแรคเตอร์ “Tomato Twins” ควบคู่ไปกับการจัดแสดงนิทรรศการแบบ Interactive ที่เปลี่ยนเรื่องนวัตกรรมข้อมูลขนาดใหญ่และ AI ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน
5 July 2026

บทความ

BDI ผลักดันภารกิจ “National Backbone” ผ่านแพลตฟอร์ม D2 ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Big Data & AI มุ่งเป้าสร้างนโยบายที่แม่นยำเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน
27 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน eGovernment Forum 2026 หัวข้อ “A Big Shift for Public Value with Data, Analytics & AI” เดินหน้าภารกิจหลักในการเป็นองค์กรขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Deep Analytics) เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเป็น “ขุมทรัพย์” ของภาครัฐให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศและกำหนดนโยบายแบบมุ่งเป้า ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่า ภารกิจของ BDI ไม่ใช่การรวบรวมข้อมูล แต่คือการสร้าง “ถนนข้อมูล” (National Backbone) ผ่านแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก (Insights) ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยปัจจุบัน BDI มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่เป็น Data Scientist และ Data Engineer มากถึง 60% ขององค์กร พร้อมให้บริการในรูปแบบ “Answer as a Service” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะทางของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมชูความสำเร็จด้วย Use Cases ที่จับต้องได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านภารกิจสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการ Travel Link: การนำข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาวิเคราะห์เชิงสถิติและแสดงผลผ่าน Dashboard ช่วยให้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สามารถวางแผนวางแผนธุรกิจและการตลาดได้อย่างแม่นยำ การจัดสวัสดิการแบบมุ่งเป้า: D2 ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ จาก 15 กระทรวง 14 หน่วยงาน รวม 29 ฝ่าย เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน แก้ปัญหารายชื่อตกหล่นจากระบบ ทำให้รัฐบาลสามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้ถึงตัวบุคคลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การพยากรณ์สินค้าเกษตร: ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาแดชบอร์ดแสดงผลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณข้าว เตรียมหาตลาดรองรับล่วงหน้าและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจโลก การก้าวข้ามความท้าทายด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล แม้ว่าจะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่ BDI ได้สร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบ Data Governance ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมั่นใจในการแบ่งปันข้อมูล ทั้งนี้ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล เพื่อบูรณาการข้อมูลหน่วยงานรัฐให้เชื่อมโยงกัน พร้อมแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดอย่างทันท่วงที “นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยน Mindset หากเราเปิดใจในการใช้ข้อมูลร่วมกัน เราจะสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคของประเทศได้ ทำให้เกิดการใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation” ดร.สุนทรีย์ กล่าวทิ้งท้าย งาน eGovernment Forum 2026 เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) โดยเปิดเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การจัดงานครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐอัจฉริยะที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนเสริมสร้างการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งภายในและข้ามหน่วยงาน เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน
27 May 2026

บทความ

BDI เปิดบ้านต้อนรับนิสิต คณะวิศวฯ มศว. ถ่ายทอดองค์ความรู้ Big Data และ AI สู่การเป็น Data-Driven Nation
18 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ ณ อาคารสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ในการนี้ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายภารกิจและบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การส่งเสริมการใช้ Big Data และ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การพัฒนานวัตกรรม และการยกระดับศักยภาพของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา พร้อมการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ จากนั้น ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “การผสานเทคโนโลยี IoT, Big Data และ AI: สถาปัตยกรรมขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต” ถ่ายทอดแนวคิดพร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และบริหารจัดการเมืองในอนาคต นอกจากนี้ นายชยสิน แซ่เตีย วิศวกรข้อมูลอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ บรรยายหัวข้อ “เปิดโลกอาชีพ Data Platform และ AI กับโจทย์จริงระดับประเทศ” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสายอาชีพด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินโครงการแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ (Data Integration and Intelligence Platform: D2) เชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ มุ่งบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างการวางแผนเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BDI ในการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและ AI ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
18 May 2026

บทความ

BDI เดินหน้ายกระดับผู้นำไทย เปิดหลักสูตร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” เสริมศักยภาพองค์กรสู่ยุค Data-Driven Nation
8 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดหลักสูตรผู้บริหาร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความตื่นตัวขององค์กรไทยในการนำ Big Data และ AI มาใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรและประเทศ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Government Policies and Thailand’s Digital Competitive Edge” โดยชี้ให้เห็นว่า Big Data และ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ มองเห็นภาพรวม และตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI ในการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลจากระบบดาวเทียม เพื่อยกระดับการติดตามสถานการณ์แบบใกล้เคียงเวลาจริง รองรับการรับมือเหตุฉุกเฉิน อาทิ ไฟป่า น้ำท่วม และปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเทศ โดยกระทรวงดีอี และ BDI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลระดับชาติ และส่งเสริมให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ วางแผน กำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า หลักสูตร LEAD ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders” ซึ่งปีนี้มีการยกระดับเนื้อหาให้เข้มข้นและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งมิติด้านนโยบาย ธุรกิจ และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์และศักยภาพของผู้บริหารในการนำข้อมูลและ AI ไปใช้ขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้หลักสูตรยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น “การจัดหลักสูตร LEAD ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BDI ในการพัฒนาผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Global Best Practices) และเห็นตัวอย่างการนำ Big Data & Agentic AI มาใช้จริงในระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการ BDI กล่าว สำหรับวันแรกของหลักสูตร LEAD ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายมิติ ได้แก่ คุณคมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จํากัด บรรยายหัวข้อ Accelerating Digital Transformation ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ Head of Data Revolution Section บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) บรรยายหัวข้อ Leveraging Insights from Mobility Data พร้อมทั้งการทำ Workshop เชิงลึกผ่าน Use Cases จริงขององค์กรและฝึกออกแบบแนวทางแก้ปัญหา และกลยุทธ์ ที่สามารถนำกลับไปใช้ในองค์กรได้ทันที สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลหลักสูตร LEAD ได้ที่ https://bdi.or.th/executive-course/
8 May 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings