Data Sharing

Data Sharing

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลพร้อมใช้ ต่อยอด ThaiLLM–กำลังคน AI ผนึกภาครัฐ–เอกชน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
8 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน พร้อมเปิดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้พร้อมใช้ ต่อยอด AI ภาษาไทยและกำลังคนด้าน Data–AI รวมถึงขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนข้อมูลสู่ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” สะท้อนบทบาทของข้อมูลในการเตรียมประเทศไทยให้สามารถรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน โดยข้อมูลเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ประเทศเข้าใจสถานการณ์ มองเห็นความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ภายใต้กติกา มาตรฐาน และกลไกที่สร้างความเชื่อมั่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุด “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 และแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568–2570 เป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบให้การเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ AI และการพัฒนากำลังคน โดยบทบาทของ BDI คือการทำให้ความพร้อมด้านข้อมูลนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ตอบโจทย์ประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่บทบาท National Data Backbone ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง D2 เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถแบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ” นายกุลิศ กล่าว ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ภายใต้หัวข้อ “Data Backbone for a Resilient Thailand เชื่อมข้อมูลพร้อมรับอนาคต” โดยชูข้อมูลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และการพัฒนากลไกให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา BDI มุ่งวางรากฐานให้ข้อมูลของประเทศสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จึงเป็นช่วงสำคัญของการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในการกำหนดนโยบาย การยกระดับบริการประชาชน และการรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศ เป้าหมายของเรา คือ ทำให้ข้อมูลไม่เพียง ‘เชื่อมถึงกัน’ แต่ต้อง ‘พร้อมใช้’ และสร้างคุณค่าได้จริง หนึ่งในกลไกสำคัญคือ D2 หรือ Data Integration and Intelligence Platform แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ National Data Backbone เพื่อสนับสนุนการแบ่งปันและใช้ประโยชน์จากข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 เพื่อให้ข้อมูลพร้อมสนับสนุนการกำหนดนโยบาย บริการประชาชน และการรับมือสถานการณ์สำคัญของประเทศ [จาก “วางรากฐาน” สู่ “สร้างผลลัพธ์” หมุดหมายสำคัญของ BDI ปีที่ 4]การก้าวสู่ปีที่ 4 สะท้อนการขยับจากการวางรากฐานด้านข้อมูล สู่การนำ Data และ AI ไปใช้กับโจทย์จริง ผ่าน “BDI Forward: Progress in Action เปิดความก้าวหน้า สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ซึ่งนำเสนอความก้าวหน้าและแผนปี 2570 ของโครงการสำคัญ ได้แก่ Travel Link เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว, Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการรักษาและส่งต่อผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง, Envi Link วิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อเฝ้าระวังและรับมือปัญหา โดยเฉพาะ PM 2.5 และ PD Link เชื่อมข้อมูลระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจเชิงพื้นที่ อีกหนึ่งแกนสำคัญคือ การพัฒนากำลังคนด้าน Data และ AI ผ่านแนวทาง Micro-credential เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และรับรองทักษะเฉพาะด้าน ควบคู่กับ THackle และกิจกรรม Hackathon ที่เปิดโอกาสให้นำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง และต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ [ต่อยอด ThaiLLM สู่ AI ที่เข้าใจบริบทประเทศไทย]ด้านปัญญาประดิษฐ์ นายปฏิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ เปิดทิศทาง ThaiLLM 2570 มุ่งยกระดับโมเดลภาษาไทยให้ครอบคลุมบริบทของประเทศมากขึ้น ทั้งการรวบรวมข้อมูลภาษาถิ่นเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางภาษา การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงและทดลองใช้งาน การพัฒนา Benchmark ด้านการสกัดข้อมูลและการตรวจจับข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลให้รองรับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น การพัฒนาดังกล่าวเชื่อมโยงกับแนวคิด AI Sovereignty หรือการเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อรองรับบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และบริการภาครัฐ [เปิดมุมมองยุทธศาสตร์ AI ประเทศไทย สู่ Intelligent Nation]อีกหนึ่งไฮไลต์คือ เวที “Thailand AI Strategy ยุทธศาสตร์ AI ของไทย” ซึ่งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2570–2575 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Intelligent Nation – Built. Trusted. Useful” มุ่งเร่งการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการสร้างอธิปไตยทาง AI ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ กำลังคน และการสร้างมูลค่า เวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม CEO/Co-Founder ZTRUS, ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ AIEAT และ CEO iApp...
8 October 2026

บทความ

BDI เร่งเชื่อม 118 ชุด “ข้อมูลภัยพิบัติ” ตามกรอบ 60 วัน หลังระเบียบสำนักนายกฯ มีผลบังคับ เดินหน้า Data Sharing ผ่านแพลตฟอร์ม D2 สู่ “National Data Backbone” หนุนรัฐเห็นสถานการณ์เร็ว–ช่วยประชาชนตรงจุด
7 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้าขับเคลื่อนการเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลดิจิทัลด้านการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามภาคผนวกท้าย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ โดยระเบียบฯ กำหนดกรอบให้หน่วยงานของรัฐที่จัดทำและครอบครองชุดข้อมูลตามภาคผนวก เชื่อมโยงระบบสารสนเทศและนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลภายใน 60 วัน มุ่งยกระดับการนำข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาใช้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการประเมินสถานการณ์ การตัดสินใจ และการบริหารความช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็ว ตรงจุด และลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ระเบียบดังกล่าวนับเป็นกลไกสำคัญในการวาง กติกากลางด้านการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ โดยมีเป้าหมายให้การจัดทำ ครอบครอง นำส่ง และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อมูล และเอื้อต่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ กำหนดนโยบาย และการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งนี้ ระเบียบฯ กำหนดให้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จัดให้มีระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลสำหรับรองรับการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีข้อมูลจำนวนมากอยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ แต่ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยยังคงรักษาสิทธิและความรับผิดชอบของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่งและต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา การมีทั้งกติกากลางและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่พร้อม จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานให้สามารถนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น” ในการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยี BDI ได้พัฒนา แพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยออกแบบให้สามารถเชื่อมข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลตามสิทธิและเงื่อนไขที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดมารวมเก็บไว้ในที่เดียว พร้อมรองรับการประมวลผลข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านการกำกับดูแลและความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของระบบกลางเพื่อการแบ่งปันข้อมูลตามระเบียบฯ ที่กำหนดรูปแบบการบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงการใช้ข้อมูลดิบเพื่อการประมวลผลและการส่งต่อข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมตามสิทธิของเจ้าของข้อมูล สำหรับการดำเนินงานในระยะแรก 118 ชุดข้อมูลดิจิทัลด้านการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ระบุไว้ในภาคผนวกท้ายระเบียบฯ จะเป็นหนึ่งในกลุ่มข้อมูลสำคัญที่ถูกเร่งนำมาเชื่อมโยง ครอบคลุมข้อมูลจากหลายมิติ ทั้งด้านสภาพอากาศและอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝน ระดับน้ำ พื้นที่เสี่ยงและข้อมูลเชิงพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคม ระบบสื่อสาร ข้อมูลประชาชนและกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแล ข้อมูลด้านสุขภาพและบริการฉุกเฉิน ตลอดจนข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินพื้นที่และผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยภาคผนวกของระเบียบฯ กำหนดทั้งชุดข้อมูล ลักษณะการเชื่อมโยง และหน่วยงานของรัฐผู้จัดทำหรือครอบครองข้อมูลไว้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้บทเฉพาะกาลของระเบียบฯ หน่วยงานของรัฐที่จัดทำและครอบครองข้อมูลตามภาคผนวกจะต้อง เชื่อมโยงระบบสารสนเทศกับระบบกลางและนำส่งข้อมูลภายใน 60 วันนับแต่วันที่ระเบียบมีผลใช้บังคับ ขณะที่หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในการเชื่อมโยง สามารถประสานกับ BDI ภายใน 15 วัน เพื่อหารือและกำหนดแผนการสร้างความพร้อมร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้การขับเคลื่อน Data Sharing มีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและสามารถเปลี่ยนจากระดับนโยบายไปสู่การใช้งานจริงได้เร็วขึ้น เมื่อข้อมูลสำคัญจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้ จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศตลอดทั้งวงจร ได้แก่ นอกจากการจัดให้มีและบริหารระบบกลางแล้ว ระเบียบฯ ยังให้อำนาจหน้าที่ BDI ในการประมวลผลข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ เป็นตัวกลางในการส่งคำขอและส่งต่อข้อมูล ตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขการแบ่งปันข้อมูล ติดตามดูแลระบบให้มีความปลอดภัยและพร้อมใช้งาน รวมถึงสามารถทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางการจัดการข้อมูลในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นต่อการจัดการสถานการณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งทำให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นหนึ่งในกรณีใช้งานที่สะท้อนประโยชน์ของการแบ่งปันข้อมูลภาครัฐได้อย่างชัดเจน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง BDI ในการพัฒนา National Data Backbone หรือโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อทำให้ข้อมูลสำคัญจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและนำกลับมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กติกา มาตรฐาน สิทธิการเข้าถึง และการกำกับดูแลที่ชัดเจน พร้อมผลักดัน High Value Datasets (HVD) หรือชุดข้อมูลที่มีคุณค่าสูง เข้าสู่โครงสร้างดังกล่าวอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มจำนวนชุดข้อมูลและหน่วยงานที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การบริหารราชการ และการให้บริการประชาชน โดยการเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลด้านภัยพิบัติถือเป็นหนึ่งใน Use Case สำคัญของการขับเคลื่อน National Data Backbone ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม “เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ข้อมูลของประเทศ ‘พร้อมเชื่อม พร้อมใช้ และพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจ’ โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติที่ทุกนาทีมีความสำคัญ หากเรามีโครงสร้างข้อมูลและกติกาการเชื่อมโยงที่พร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ จะทำให้ประเทศไทยสามารถนำ Big Data และ AI มาใช้ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น ตั้งแต่การพยากรณ์และแจ้งเตือน การวิเคราะห์สถานการณ์ การบริหารจัดการความช่วยเหลือ ไปจนถึงการประเมินความเสียหายและการฟื้นฟู ปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมข้อมูล แต่คือการทำให้ข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่อช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจได้ดีขึ้น และประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวสรุป
7 September 2026

บทความ

BDI เดินหน้าหารือ Thai PBS ผนึกกำลังขับเคลื่อน ThaiLLM สร้างโมเดล AI ภาษาไทยของประเทศ ด้วยข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะ
20 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และคณะทำงาน BDI เข้าหารือร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) นำโดย รศ. ดร.ธีรภัทร สงวนกชกร กรรมการนโยบายฯ พร้อมด้วย นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และคณะผู้บริหาร Thai PBS ณ อาคาร A Thai PBS ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะในการพัฒนาโมเดล AI ที่เข้าใจภาษาไทย วัฒนธรรม และบริบทของประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นของประเทศไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน Startup และ SME สามารถนำโมเดลไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมและบริการใหม่ได้ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านค่าลิขสิทธิ์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ “ประเทศไทยควรมี AI ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย และเข้าใจบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่มีข้อมูลคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ จะช่วยยกระดับศักยภาพของ ThaiLLM ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของการให้บริการประชาชน การวิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” ศ. ดร.ธีรณี กล่าว ในการหารือครั้งนี้ BDI ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับ Thai PBS ในการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนชุดข้อมูล (Dataset Contributors) อาทิ ข่าว บทความ วิดีโอ และข้อมูลสาธารณะที่สามารถนำมาใช้พัฒนาโมเดล AI ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) พร้อมทั้งหารือถึงการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง สำหรับงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การจัดการภัยพิบัติ การตรวจสอบข่าวปลอม การให้ข้อมูลด้านสุขภาพ และด้านกฎหมาย นอกจากนี้ BDI ยังเสนอความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรม เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ภายในองค์กร รวมถึงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลและสาระสำคัญของ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้านคณะผู้บริหาร Thai PBS ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้ข้อมูล อาทิ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ลิขสิทธิ์ของเนื้อหา คุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตลอดจนความรับผิดชอบในการนำโมเดล AI ไปใช้งานในอนาคต ซึ่ง BDI ยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาลข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองหน่วยงานจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะเริ่มต้นความร่วมมือจากข้อมูลที่มีความพร้อมและสามารถเปิดเผยได้ (Open by Nature) รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลด้านภัยพิบัติ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่การเตรียมข้อมูลและการพัฒนา AI ในสาขาอื่น ๆ ผ่านการหารือเชิงเทคนิคในลำดับถัดไป การหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง BDI และ Thai PBS ในการนำข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะมาสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย เพื่อผลักดัน ThaiLLM ให้เป็นโมเดล AI ภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถต่อยอดการใช้งานเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน พร้อมยกระดับขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ สร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองได้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
20 July 2026

บทความ

BDI เดินหน้าจัด Focus Group รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กฎหมายการอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ สู่การกำหนดนโยบายภาครัฐ ขับเคลื่อนประเทศอย่างมีทิศทาง
23 มิถุนายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดยฝ่ายนโยบาย ยุทธศาสตร์และการต่างประเทศ จัดการประชุม Focus Group รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กฎหมายการอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ (Data Sharing Facilitation for Analytics Act) โดย รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เป็นประธาน ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ซึ่งมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนมากกว่า 60 คน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ สำหรับการจัดประชุม Focus Group เป็นการเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายฯ ให้มีความชัดเจน รอบคอบ สามารถแก้ปัญหา และข้อกังวลของหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ คือ 1. จัดให้มีระบบกลางเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ และมีหน่วยงานกลางในการอำนวยความสะดวกการแบ่งปันข้อมูลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและดำเนินงานระบบกลางฯ ดังกล่าว 2. เพิ่มประสิทธิภาพ การเชื่อมโยง รวบรวม จัดเก็บข้อมูล และรักษาความต่อเนื่องของการใช้งานระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ 3. ส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการจัดทำนโยบายภาครัฐและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 4. ส่งเสริมให้เกิดการประมวลผลและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงวิเคราะห์ 5. ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้รับบริการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดย BDI ได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) กฎหมายการอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ (Data Sharing Facilitation for Analytics Act) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลอย่างกว้างขวาง ผ่านกลไกกลางในการอำนวยความสะดวกให้การแบ่งปันและเชื่อมโยงข้อมูลเป็นไปได้โดยสะดวก ปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการธรรมาภิบาลข้อมูล รวมทั้งมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล สู่การกำหนดนโยบายของภาครัฐ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด ขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล สร้างการเติบโตในทุกมิติอย่างมีทิศทาง
23 June 2025
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings