Health Link

Health Link

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI - สปสช. - DGA ยกระดับ ‘Health Link’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ 2 หมื่นแห่งมุ่งใช้ AI ตรวจสอบเบิกจ่าย พร้อมโชว์ประวัติการรักษาผ่านแอปฯ ‘ทางรัฐ’
27 เมษายน 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “การจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Information Exchange: Health Link)” ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สำนักงานใหญ่) โดยมีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Health Link เข้ากับฐานข้อมูลด้านการเบิกจ่ายของ สปสช. ที่มีข้อมูลการรักษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ทำให้เกิดการบูรณาการขยายวงการแลกเปลี่ยนข้อมูลประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อประชาชนไปรับบริการที่หน่วยบริการใหม่ แพทย์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านแพลตฟอร์ม Health Link ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมุลสูงสุด นำไปใช้ประกอบการวินิจฉัยและการรักษาพยาบาล อันจะช่วยยกระดับคุณภาพบริการ ลดการตรวจและสั่งยาซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขโดยรวม ที่ผ่านมาแพลตฟอร์ม Health Link เชื่อมโยงหน่วยบริการและหน่วยนวัตกรรมไปแล้วกว่า 8,500 แห่งทั่วประเทศ รองรับข้อมูลสุขภาพที่สำคัญมากกว่า 12 ประเภท และมีการขยายการใช้ประโยชน์แพลตฟอร์มไปยังระบบอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ การส่งต่อข้อมูลสุขภาพไปยังระบบตรวจก่อนจ่าย (On Screen Review) และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ที่มีการขึ้นทะเบียนกับระบบ One Stop Service ของ สปสช. เข้ามายังแพลตฟอร์ม Health Link ตลอดจนการส่งข้อมูลการรักษาไปยัง Personal Health Record (PHR) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ BDI และ DGA ครั้งนี้ เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระบบ โดย สปสช. ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญการขับเคลื่อนหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ “Health Link”  และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงในระดับพื้นที่ ทั้งในด้านการจัดเตรียมระบบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้โครงการฯ นี้ จะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ส่งผลให้การรักษามีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ และเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการและการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายแพทย์จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า สปสช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลสุขภาพ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง และเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า ปัจจุบัน Health Link สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายจากหน่วยบริการของ สปสช. ได้มากกว่า 10,000 แห่ง และเมื่อรวมกับหน่วยบริการและหน่วยนวัตกรรม เช่น คลินิกและร้านยาอีกประมาณ 8,500 แห่ง ทำให้เกิดเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพรวมเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งประวัติโรคและข้อมูลการใช้ยา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ที่แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ในด้านการบริหารจัดการ BDI ได้ร่วมกับ สปสช. พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่าย (Pre-audit) สำหรับการบริการผู้ป่วยนอก เพื่อช่วยให้ สปสช. สามารถพิจารณาข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพทำให้หน่วยบริการสามารถได้รับเงินจากการให้บริการได้รวดเร็ว เพิ่มสภาพคล่อง เพิ่มความโปร่งใส มากยิ่งขึ้น และมีแผนพัฒนาไปสู่ Agentic AI ที่จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจการจ่ายเงินค่าบริการให้หน่วยบริการได้มีความถูกต้องแม่นยำ และการเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนงบประมาณอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral) ร่วมกับกรุงเทพมหานครและ สปสช. โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีแผนขยายผลไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน BDI ยังได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม “Health Link” เข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวในช่องทางเดียว นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในด้านข้อมูลสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ โดยแอปพลิเคชัน“ทางรัฐ” ถือเป็นซุปเปอร์แอปพลิเคชันของภาครัฐที่เป็นเสมือนศูนย์รวมการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดจากทุกหน่วยงานรัฐ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ปัจจุบันมีบริการภาครัฐบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มากถึง 476 บริการ และมียอดดาวน์โหลดกว่า 46 ล้านครั้ง รวมถึงมีปริมาณการใช้งาน (สะสม) กว่า 823 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน 2569) นางไอรดา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม “Health Link” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้นั้น มียอดผู้สมัครผ่านแอปฯ ทางรัฐ และเข้าดูประวัติของตนเองแล้วประมาณ 30,129 คน นอกจากนี้ในแอปฯ ทางรัฐ ยังมีบริการที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น บริการกระเป๋าเอกสารหรือ Document Wallet บริการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและใบขับขี่ บริการตรวจสอบเครดิตบูโรฉบับย่อฟรี บริการจ่ายค่าใบสั่งจราจร ค่าน้ำ ค่าไฟ ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สิทธิการรักษาพยาบาล เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตรวจสอบเบี้ยคนชราและเบี้ยความพิการ เป็นต้น สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ทั้งจาก App Store, Google Play และ App Gallery เพื่อเข้าใช้งานได้ทันที ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการร่วมมือกันเพื่อวางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาลดิจิทัล อย่างแท้จริง สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถสมัครใช้งาน Health Link ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ “เป๋าตัง” ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://healthlink.go.th
27 April 2026

บทความ

ปิดช่องโหว่การรักษาสะดุด BDI ขับเคลื่อน "Health Link" เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วไทย ยกระดับการรักษาไร้รอยต่อด้วยพลังข้อมูลขนาดใหญ่
24 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ– สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President ร่วมเวทีเสวนาหัวข้อ One Health Data, One Health City เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสู่มหานครสุขภาวะ ภายในงานสัมมนาวิชาการประจำปี สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 22 ด้วยแนวคิด “Healthy City For All – เมืองสุขภาวะที่ดีเพื่อทุกคน” จัดโดยสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค นพ.ธนกฤต เปิดเผยถึงความสำคัญของการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในด้านสาธารณสุข โดยระบุว่าภารกิจหลักของ BDI คือการบูรณาการข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในมิติทางการแพทย์นั้น ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแนะนำแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำ ปัญหาสำคัญของการแพทย์ในปัจจุบัน คือ ขาดการเชื่อมโยงข้อมูล โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลมากกว่า 200 แห่งจากหลายสังกัด และใช้ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) แตกต่างกัน ความกระจัดกระจายของข้อมูลนี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการรักษา เช่น การสั่งยาที่ผู้ป่วยแพ้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายมหาศาลต่อทั้งชีวิตผู้ป่วยและมูลค่าทางเศรษฐกิจ BDI เดินหน้าพัฒนาโครงการ “Health Link” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการเชื่อมโยงหน่วยงานบริการสุขภาพครอบคลุมทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งระบบ Health Link ถูกออกแบบภายใต้รูปแบบการกระจายศูนย์ (Decentralized Model) ภายใต้มาตรฐานสากล HL7 FHIR เพื่อให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ เช่น ประวัติการแพ้ยา, ผลแล็บ, ประวัติการได้รับวัคซีน และการวินิจฉัยโรคได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องขอประวัติการรักษาด้วยตนเอง ลดภารกิจการตรวจซ้ำซ้อน และช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วย (Refer) ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่านระบบที่เชื่อมโยงกัน “เป้าหมายในอนาคตของ BDI คือ การใช้ข้อมูลเหล่านี้มาบริหารจัดการเมืองแบบบูรณาการ และพัฒนา AI ทางการแพทย์ที่จำเพาะสำหรับประชาชนไทย โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่มีลักษณะทางประชากรศาสตร์เฉพาะตัว และขณะนี้กำลังผลักดันระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อให้การแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานทำได้กว้างขวางและถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน” นพ.ธนกฤต กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Health Link ฟรี และให้ความยินยอมในการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น เป๋าตัง, ทางรัฐ, หมอ กทม. หรือแอปพลิเคชันของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการรักษาพยาบาลทุกที่ทั่วประเทศ ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th/
24 March 2026

บทความ

Health Link แชร์มุมมองอนาคตสาธารณสุขไทย ก้าวสู่ยุคข้อมูลเชื่อมโยงเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
23 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link เข้าร่วมเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์: โอกาสใหม่ของเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล” ภายในงานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ปี 2569 จัดโดย สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ณ อาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน นางสาวน้ำฝน แชร์มุมมองแนวโน้มของเทคโนโลยีและข้อมูลที่จะเปลี่ยนโฉมระบบสาธารณสุขในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ระบบสาธารณสุขจะไม่ใช่แค่การรักษาในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวจากการยึดโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลาง (Hospital Centric) สู่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient Centric) ดังนั้น “การเชื่อมโยงข้อมูล” เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการให้บริการแบบไร้รอยต่อ ที่จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจการรักษาได้แม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยรายบุคคลเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลพันธุกรรม (Genomics) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา การแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำ (Personalized & Precision Medicine) เพราะเมื่อข้อมูลมีการเชื่อมโยงมากขึ้น AI จะยิ่งฉลาดและแม่นยำขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลพันธุกรรมมาใช้วางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลได้ และด้วยเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้เกิด Anywhere Care อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้จากทุกที่ ผ่านการส่งข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับการอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับ BDI ได้พัฒนาโครงการ Health Link อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ โดยใช้มาตรฐานสากล HL7 FHIR ในการเชื่อมข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) ที่หลากหลายกว่า 100 รูปแบบ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA และการกำหนดสิทธิ์บุคลากรทางการแพทย์ ในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยตามขอบเขตวิชาชีพของตัวเองเท่านั้น ปัจจุบันระบบ Health Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยบริการด้านสุขภาพได้แล้วกว่า 8,000 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านยา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (กระเป๋าสุขภาพ) และแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรักษาฉุกเฉิน อย่างระบบ 5G Ambulance ทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ช่วยให้การรักษาแม่นยำและรวดเร็วทันท่วงที “ความท้าทายสำคัญ ยังคงเป็นการลดการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต โดยโครงการ Health Link ยังคงเดินหน้าผลักดันการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นางสาวน้ำฝน กล่าวทิ้งท้าย
23 March 2026

บทความ

Health Link อัปเดตความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับ สปสช. เขต 6 ระยอง
26 กุมภาพันธ์ 2569, จังหวัดระยอง – โครงการ Health Link ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมประชุมอัปเดตความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง โดยมี นางพิทยา สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนและกำกับติดตามระบบหลักประกันสุขภาพ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ นพเก้า นักบริหารงานหลักประกันสุขภาพ น.ส.พิมพา บุญโพธิ์ทอง นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ นายธเนศ ศิวพรเสถียร นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ และ นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link และผู้แทนโครงการ Health Link เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงาน พร้อมหารือแนวทางการขยายผลการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการในพื้นที่ ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง อาคารสตาร์พลาซ่า ชั้น 2 จังหวัดระยอง ในการประชุมดังกล่าว ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ได้นำเสนอภาพรวมความคืบหน้าการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 6 พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงบริการของประชาชนผ่านการสมัครใช้งาน Health Link บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม Health Link เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และโปร่งใส ภายหลังการประชุม คณะทำงานโครงการ Health Link ได้ลงพื้นที่ ณ คลินิกบ้านกายภาพบำบัดระยอง จังหวัดระยอง เพื่อสาธิตการใช้งานระบบ Health Link ในบริบทการให้บริการจริง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อนำไปพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานและการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น การดำเนินงานครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับนโยบายและหน่วยบริการในพื้นที่ ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพดิจิทัลของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สนับสนุนการตรวจสอบสิทธิด้านสุขภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 6 อย่างเป็นรูปธรรม
26 February 2026

บทความ

BDI หนุน สปสช. เปิดบริการ “30 บาทรักษาทุกที่” รูปแบบใหม่ขยาย Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพ ปลอดภัย-ตรวจสอบได้ ใช้งานจริง วันนี้
12 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดให้บริการ “30 บาทรักษาทุกที่ หน่วยบริการนวัตกรรมรูปแบบใหม่” ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ Health Link ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการการรักษาของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพอย่างแท้จริง ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI โดยแพลตฟอร์ม Health Link ได้ดำเนินงานร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่ทำให้ข้อมูลสุขภาพเดินทางไปกับประชาชน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล คลินิก หรือร้านยา เพราะหัวใจสำคัญในการรักษา คือ ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้ 7 หน่วยนวัตกรรมของ สปสช. สามารถเข้าใช้ระบบ A-MED และระบบอื่น ๆ ในอนาคตเพื่อตรวจสอบประวัติการรักษาประชาชนผ่านระบบ Health Link ได้ทันที ซึ่งช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ลดความซ้ำซ้อนทางการแพทย์ เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และส่งต่อการรักษาได้ทันท่วงที โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเข้าถึงประวัติการรักษาได้ ต้องผ่านความยินยอมของประชาชนทุกครั้ง ด้วยระบบที่มีมาตรฐานและปลอดภัย นอกจากประชาชนจะได้รับบริการที่ปลอดภัยแล้ว ระบบ Health Link ยังทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติสุขภาพของตนเองได้ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายหลังการพิสูจน์ตัวตนสำเร็จ ระบบนี้จะเป็นรากฐานสำคัญสู่การสร้างระบบสาธารณสุขเชื่อมโยงทั้งประเทศในระยะยาว ซึ่งขณะนี้มีหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยนวัตกรรมมากกว่า 8,000 แห่ง ที่เชื่อมต่อกับระบบ Health Link โดย BDI พร้อมเดินหน้าเชื่อมต่อให้ครบถ้วน 15,000 แห่งทั่วประเทศต่อไป “BDI มุ่งมั่นต่อยอดระบบ Health Link ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพระดับชาติ รองรับบริการสาธารณสุขในอนาคต ทั้งการแพทย์เชิงรุก การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การดูแลต่อเนื่อง และระบบบริการสุขภาพที่มุ่งป้องกันมากกว่ารักษา อันจะนำไปสู่ประเทศที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการที่ไหน ข้อมูลก็พร้อมตามไปด้วยทุกที เพราะทุกวินาที คือ ชีวิตของประชาชน” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวทิ้งท้าย การบริการ “30 บาทรักษาทุกที่” รูปแบบใหม่ ทาง สปสช. ได้ยกระดับรูปแบบการให้บริการ ด้วยการนำระบบดิจิทัลเข้ามากำกับดูแลการใช้สิทธิ ทั้งระบบโควตา การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า และการใช้ QR Code เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และป้องกันการสวมสิทธิ โดยประสานความร่วมมือกับกรมการปกครอง ในการเชื่อมโยงบริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และ ระบบพิสูจน์ตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service : FVS) ซึ่งเป็นระบบที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สำหรับประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th
12 January 2026

บทความ

BDI เดินหน้าพัฒนา “HealthLink” แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ เชื่อมโยงกว่า 8,000 หน่วยบริการ พร้อมดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง
25 กันยายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President ร่วมเสวนาหัวข้อ Towards Interoperable Digital Health: Sharing Data While Safeguarding Trust ภายในงานสัมมนา Healthcare Technology Summit 2025 ภายใต้แนวคิดUnlocking the Last Mile of Responsible Al for Healthcare จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ณ ห้อง Mayfair Ballroom โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ นพ.ธนกฤต กล่าวถึงความคืบหน้าของ โครงการ Health Linkว่า โครงการถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย การที่ข้อมูลผู้ป่วยไม่สามารถตามตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทางได้ทันเวลา ส่งผลให้การรักษาไม่ต่อเนื่องและการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แพลตฟอร์ม Health Link สามารถทำให้ข้อมูลสุขภาพเดินทางไปพร้อมกับคนไทยทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการย้ายโรงพยาบาล การเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งการรักษาในต่างประเทศ แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ประวัติการแพ้ยา วัคซีน การวินิจฉัย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และภาพถ่ายทางการแพทย์ได้อย่างครบถ้วน ปัจจุบัน Health Link ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 8,000 หน่วยบริการสุขภาพ ตั้งเป้าจะขยายครบ 10,000 แห่งภายในปีนี้ ครอบคลุมโรงพยาบาลภายใต้สังกัด 5 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนโรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนผ่านภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อให้ระบบ HIS กว่า 60 ระบบในประเทศสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อ นี่ไม่ใช่แค่การสร้างระบบดิจิทัล แต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Sovereignty) ของประเทศ เราต้องการให้ข้อมูลสุขภาพสำคัญของคนไทย มีมาตรฐานกลางเดียวกัน และพร้อมต่อยอดสู่การใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของประชาชนในอนาคต นพ.ธนกฤต กล่าวปิดท้ายว่า แพลตฟอร์ม Health Link ยังช่วยอำนวยความสะดวกรองรับให้กับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ดำเนินการได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสมัครการใช้งานระบบ Health Link ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เลือก “กระเป๋าสุขภาพ” ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ทันที ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความปลอดภัย สำหรับงานสัมมนา Healthcare Technology Summit (ครั้งที่ 12) จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีนำเสนอแนวทางและนวัตกรรมในการขับเคลื่อน Digital Health เพื่อการพัฒนาและยกระดับสาธารณสุขประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพทั่วถึง ทุกที่ และเท่าเทียม
25 September 2025

บทความ

BDI เดินหน้า “Health Link” เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วย ภายในงาน Medical Fair Thailand 2025 
10 กันยายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นายปัณพิกรณ์ รัตนวิโรจน์กุล Product Manager โครงการ Health Link เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของแพลตฟอร์ม Health Link ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ (Health Information Exchange: HIE) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูลผู้ป่วย และยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายในงาน Medical Fair Thailand 2025 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  นายปัณพิกรณ์ กล่าวว่า Health Link คือ จิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของคนไทยจากหลายหน่วยบริการเข้าด้วยกัน ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที ประชาชนจะได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องและมีคุณภาพมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบสาธารณสุขไทย  โครงการ Health Link เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2562 โดยศึกษาต้นแบบจากต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และเอสโตเนีย ก่อนนำร่องที่โรงพยาบาลสมุทรปราการและราชวิถี ปัจจุบันมีหน่วยบริการกว่า 12000 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมเครือข่าย เชื่อมโยงด้วยมาตรฐานสากล HL7 FHIR พร้อมมาตรการคุ้มครองข้อมูลตาม PDPA อย่างเข้มงวด  ปัจจุบันบริการหลักที่เปิดให้ใช้งานแล้ว ได้แก่  Health Link เตรียมขยายเครือข่ายครอบคลุมกว่า 20,000 หน่วยบริการทั่วประเทศ รองรับข้อมูลสุขภาพรูปแบบใหม่ อาทิ ภาพถ่ายทางการแพทย์ (PACS) บริการส่งเสริมป้องกันโรค และระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และต่อเนื่อง โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืน และมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกคน 
10 September 2025

บทความ

BDI เดินหน้า Health Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ เสริมศักยภาพบริการสาธารณสุขไทย 
5 กันยายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “Health Link: Nationwide Health Data Linking Platform” ภายในงาน Health & Innovation Asia 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ  นพ.ธนกฤตได้กล่าวถึงความสำคัญของ Health Link แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange – HIE) ที่ BDI พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ผ่านแอปพลิเคชันภาครัฐเป๋าตัง  Health Link ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบบริการสุขภาพของไทยในภาพรวม ทั้งการเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน การลดค่าใช้จ่ายและความซ้ำซ้อนจากการตรวจรักษา การสนับสนุนกระบวนการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผ่านการใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับความถูกต้องและป้องกันการทุจริต รวมถึงการต่อยอดไปสู่การวางนโยบายสาธารณสุข โดยนำข้อมูลเชิงลึกมาใช้วิเคราะห์และวางแผนเชิงระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน Health Link ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน ส่งผลให้ระบบครอบคลุมแล้วกว่า 8,600 หน่วยบริการสุขภาพ และตั้งเป้าจะขยายครบ 10,000 แห่งภายในปีนี้  การบรรยายครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ BDI ในฐานะองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน  งาน Health & Innovation Asia 2025 จัดโดย บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เพื่อเป็นเวทีที่นำเสนอนวัตกรรม อุปกรณ์ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ หน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ชมการสาธิตเทคโนโลยี และหารือแนวทางพัฒนาการดูแลสุขภาพด้วยดิจิทัลอย่างรอบด้าน 
5 September 2025

บทความ

Health Link ลุยออกบูทสร้างการรับรู้ ในงาน Thailand HealthCare 2025 ขานรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่”
26 – 29 มิถุนายน 2568, กรุงเทพฯ – โครงการ Health Link ภายใต้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมออกบูทในงาน Thailand HealthCare 2025 ระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ที่มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการรักษา ลดความซ้ำซ้อนในการรับบริการ และส่งเสริมระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน  ทั้งนี้ในโอกาสพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และได้เยี่ยมชมบูทของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงบูทของ BDI โดยมี นพ.ธนฤต จินตวร ผู้บริหารกิจการพิเศษ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และ นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี  ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของโครงการ การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงภารกิจของ BDI ในการร่วมขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ สอดรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ด้วยเพียงบัตรประชาชนใบเดียว
26 June 2025
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings