MDES

MDES

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI เดินหน้ายกระดับผู้นำไทย เปิดหลักสูตร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” เสริมศักยภาพองค์กรสู่ยุค Data-Driven Nation
8 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดหลักสูตรผู้บริหาร “LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders รุ่นที่ 3” อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความตื่นตัวขององค์กรไทยในการนำ Big Data และ AI มาใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรและประเทศ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Government Policies and Thailand’s Digital Competitive Edge” โดยชี้ให้เห็นว่า Big Data และ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ มองเห็นภาพรวม และตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI ในการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลจากระบบดาวเทียม เพื่อยกระดับการติดตามสถานการณ์แบบใกล้เคียงเวลาจริง รองรับการรับมือเหตุฉุกเฉิน อาทิ ไฟป่า น้ำท่วม และปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเทศ โดยกระทรวงดีอี และ BDI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลระดับชาติ และส่งเสริมให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ วางแผน กำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า หลักสูตร LEAD ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders” ซึ่งปีนี้มีการยกระดับเนื้อหาให้เข้มข้นและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งมิติด้านนโยบาย ธุรกิจ และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์และศักยภาพของผู้บริหารในการนำข้อมูลและ AI ไปใช้ขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้หลักสูตรยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI ของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น “การจัดหลักสูตร LEAD ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BDI ในการพัฒนาผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Global Best Practices) และเห็นตัวอย่างการนำ Big Data & Agentic AI มาใช้จริงในระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการ BDI กล่าว สำหรับวันแรกของหลักสูตร LEAD ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายมิติ ได้แก่ คุณคมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จํากัด บรรยายหัวข้อ Accelerating Digital Transformation ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ Head of Data Revolution Section บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) บรรยายหัวข้อ Leveraging Insights from Mobility Data พร้อมทั้งการทำ Workshop เชิงลึกผ่าน Use Cases จริงขององค์กรและฝึกออกแบบแนวทางแก้ปัญหา และกลยุทธ์ ที่สามารถนำกลับไปใช้ในองค์กรได้ทันที สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลหลักสูตร LEAD ได้ที่ https://bdi.or.th/executive-course/
8 May 2026

บทความ

ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “ThaiLLM” วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ
5 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Infrastructure) อย่างเป็นรูปธรรม เปิดตัว “ThaiLLM” โมเดล AI ภาษาไทย ยกระดับการใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย นำร่องด้านสุขภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจภาษาและบริบทเชิงลึก มุ่งสร้าง ecosystem AI ภาษาไทย สู่อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของประเทศ ภายในงานได้รับเกียรติจากนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) เข้าร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สําหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้าน AI ของประเทศ ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รวมถึงการสร้างขีดความสามารถที่ประเทศเป็นเจ้าของ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียง “ผู้รับเทคโนโลยี” จากภายนอก เทคโนโลยีประเภท Large Language Model หรือ LLM มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเข้าถึงเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของ “ความเข้าใจ” ความเข้าใจในภาษาที่ใช้จริงในบริบทเฉพาะของสังคมไทย และในวิธีที่คนไทยสื่อสารกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลจากต่างประเทศยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ เป้าหมายของ ThaiLLM จึงไม่ใช่การสร้าง “โมเดลทางภาษาอีกโมเดลหนึ่ง” เพื่อแข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” โดยการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง โมเดลที่เข้าใจบริบทสังคมไทย ไปจนถึงแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่เปิดให้ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐาน “อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI”  (AI Sovereignty) ของประเทศไทย ไม่ใช่การทดแทนเทคโนโลยีจากภายนอก แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ประเทศมีทางเลือก มีความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขของตนเอง และมีรากฐานให้การพัฒนาด้าน AI เป็นไปได้อย่างยั่งยืน ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการ ThaiLLM เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีเครือข่ายระดับประเทศ นำโดยกระทรวงดีอี โดย BDI, กระทรวง อว. โดย สวทช.,  AIEAT, VISTEC, AIAT รวมถึงจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศ AI ของประเทศ ทั้งนี้ในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการขยายผลสู่การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการวางกรอบธรรมาภิบาลและการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนา ThaiLLM ที่เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวงในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของไทย “จากผู้ใช้งาน  สู่การเป็นผู้สร้าง และผู้กำหนดทิศทางระบบนิเวศ AI”  เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ โดยกระทรวง อว. ในฐานะเสาหลักด้านการวิจัยพัฒนา  ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวใน 3 ด้านหลัก ได้แก่  1) การพัฒนา Foundation LLM สำหรับภาษาไทย ที่ได้ระดมองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการ มาร่วมพัฒนาออกแบบสถาปัตยกรรมโมเดล พัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทย ไปจนถึงการประเมินและพัฒนาคุณภาพโมเดลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ThaiLLM มีความสามารถเข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง  2) สนับสนุนเครื่อง LANTA ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ เนคเทค สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ใช้ในการฝึกโมเดล ThaiLLM ภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการใช้บริการคลาวด์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาควาปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลสำคัญของชาติถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอกประเทศ และ 3) การพัฒนากำลังคน AI ซึ่งถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน AI ในระยะยาว ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดอบรม 4 หลักสูตร ที่ออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ AI Beginner สำหรับนักพัฒนาระดับเริ่มต้น, AI Engineer สำหรับการปรับแต่งโมเดล LLM และระบบ RAG, AI Professional และ AI Researcher สำหรับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 700 คน ที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม AI ของประเทศไทยให้มีศักยภาพทัดเทียม สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคต ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM มีการพัฒนา Foundation Model ThaiLLM ขนาด 8B และ ขนาด 30B ในลักษณะ open license และ open-weight ที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้พัฒนาต่อยอดเป็น Fine-tuned Model เฉพาะทาง โดยใช้ข้อมูลสาธารณะ และจากความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อมูลวิจัย และข้อมูลข่าวสารในบริบทไทย ทั้งนี้ทางโครงการยังได้มีการทดลองต่อยอดโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นในบริบทการแพทย์ ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชทบอทช่วยคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น นอกจากนี้ ทางโครงการได้มีการสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนใน ecosystem นักพัฒนาไทย เช่น  PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT)...
5 May 2026

บทความ

รมว.ดีอีเอส ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ Travel Link
ชูความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ เพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไทย 28 มิถุนายน 2566, กรุงเทพมหานคร – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ติดตามความคืบหน้าและผลสำเร็จการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ “Travel Link: เชื่อม (ข้อมูล) ท่องเที่ยวให้ถึงกัน” โดย สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDi) หรือ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) ในปัจจุบัน ชูความสำเร็จของการเชื่อมโยงความร่วมมือจากมากกว่า 20 หน่วยงาน รวบรวมชุดข้อมูลอ้างอิงมากกว่า 100 ชุด มีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไทยมากกว่า 14,000 แหล่ง พร้อมขยายผลสู่การบริการด้านข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะร่วมติดตามความคืบหน้าและผลสำเร็จภายใต้การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ “Travel Link: เชื่อม (ข้อมูล) ท่องเที่ยวให้ถึงกัน” โดยมี รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI คณะทำงานโครงการ Travel Link นายอนุกูล จันทร์จรัส ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทีมงาน และ นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยความคืบหน้าการดำเนินงานของแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ “Travel Link: เชื่อม (ข้อมูล) ท่องเที่ยวให้ถึงกัน” แสดงให้เห็นความสำเร็จอีกขั้นในการบูรณาการการทำงานระหว่างรัฐและเอกชน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อการจัดการข้อมูลก่อนเชื่อมโยงไปสู่การใช้งานจริง โดยอาศัยความรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวขึ้น ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ในการเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเกิดการบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ของหน่วยงานของรัฐและเอกชนสำหรับการแก้ไขปัญหา การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการให้บริการการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนับเป็นการเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนประเทศอย่างมั่นคงในอีกขั้น ด้าน รศ.ดร.ธีรณี กล่าวว่า แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ “Travel Link: เชื่อม (ข้อมูล) ท่องเที่ยวให้ถึงกัน” เป็นหนึ่งในโครงการที่ GBDi เริ่มต้นพัฒนาขึ้น โดยความร่วมมือกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ปัจจุบันมีการบูรณาการข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 หน่วยงาน อาทิ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม อัตราการเข้าพัก ฯลฯ เกิดชุดข้อมูลอ้างอิง (Data Catalog) มากกว่า 100 ชุด มีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไทยมากกว่า 14,000 แหล่ง เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการให้บริการ นอกจากนี้ยังมีการสำรวจเพื่อให้เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหรือนักท่องเที่ยว ว่ามีข้อมูลใดบ้างที่ให้ความสนใจ เช่น จำนวนและพฤติกรรม เป็นต้น โดยวิธีการศึกษาจะเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ มีการสัมภาษณ์เชิงลึก มุ่งทำความเข้าใจพฤติกรรมในบริบทและมุมมองที่หลากหลาย โดยผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงประชาชนที่สนใจสามารถเข้าถึงชุดข้อมูลได้ผ่าน https://www.travellink.go.th/ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ BDI ในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทำงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ “BDI มีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยความสามารถของบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เข้าใจเทคโนโลยีอุบัติใหม่ รวมถึง Business Domain ต่าง ๆ ของรัฐ และมีประสบการณ์ด้านข้อมูลเพื่อการวางแผนของภาครัฐพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มสำคัญด้านการท่องเที่ยวของไทย โดย BDI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการ BDI กล่าว พร้อมกันนี้ นายชัยวุฒิ ยังได้ร่วมพูดคุยถึงการดำเนินงานด้านข้อมูลขนาดใหญ่ในโครงการต่าง ๆ โดยนอกเหนือจากแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ Travel Link แล้ว BDI ยังได้บูรณาการการทำงานไปแล้วกว่า 100 โครงการกับ 67 หน่วยงาน รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Link) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลเด็กและเยาวชน (Youth Link) และระบบเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (CO-Link) #depaThailand #BDI #BigDataInstitute #TravelLink #GBDi #BigData #MDES #PhuketTouristAssociation #PTA #สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
29 June 2023

บทความ

“รมว.ดีอีเอส” นำประชุมติดตามการจัดการระบบเชื่อมโยงข้อมูลรักษาพยาบาล ครั้งที่ 3
“รมว.ดีอีเอส” นำประชุมติดตามความก้าวหน้าการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล ครั้งที่ 3
22 December 2020

บทความ

GBDi ร่วม depa ยกดิจิทัลแพลตฟอร์มประชาชนเสนอวุฒิสภา
GBDi ร่วมกับ depa ยกดิจิทัลแพลตฟอร์มบริการภาคประชาชน นำเสนอที่ประชุมวุฒิสภา
16 September 2020
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings