NHSO

NHSO

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI - สปสช. - DGA ยกระดับ ‘Health Link’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ 2 หมื่นแห่งมุ่งใช้ AI ตรวจสอบเบิกจ่าย พร้อมโชว์ประวัติการรักษาผ่านแอปฯ ‘ทางรัฐ’
27 เมษายน 2569, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “การจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Information Exchange: Health Link)” ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สำนักงานใหญ่) โดยมีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Health Link เข้ากับฐานข้อมูลด้านการเบิกจ่ายของ สปสช. ที่มีข้อมูลการรักษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ทำให้เกิดการบูรณาการขยายวงการแลกเปลี่ยนข้อมูลประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อประชาชนไปรับบริการที่หน่วยบริการใหม่ แพทย์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านแพลตฟอร์ม Health Link ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมุลสูงสุด นำไปใช้ประกอบการวินิจฉัยและการรักษาพยาบาล อันจะช่วยยกระดับคุณภาพบริการ ลดการตรวจและสั่งยาซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขโดยรวม ที่ผ่านมาแพลตฟอร์ม Health Link เชื่อมโยงหน่วยบริการและหน่วยนวัตกรรมไปแล้วกว่า 8,500 แห่งทั่วประเทศ รองรับข้อมูลสุขภาพที่สำคัญมากกว่า 12 ประเภท และมีการขยายการใช้ประโยชน์แพลตฟอร์มไปยังระบบอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ การส่งต่อข้อมูลสุขภาพไปยังระบบตรวจก่อนจ่าย (On Screen Review) และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ที่มีการขึ้นทะเบียนกับระบบ One Stop Service ของ สปสช. เข้ามายังแพลตฟอร์ม Health Link ตลอดจนการส่งข้อมูลการรักษาไปยัง Personal Health Record (PHR) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ BDI และ DGA ครั้งนี้ เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระบบ โดย สปสช. ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญการขับเคลื่อนหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ “Health Link”  และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงในระดับพื้นที่ ทั้งในด้านการจัดเตรียมระบบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้โครงการฯ นี้ จะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ส่งผลให้การรักษามีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ และเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการและการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายแพทย์จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า สปสช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลสุขภาพ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง และเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า ปัจจุบัน Health Link สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายจากหน่วยบริการของ สปสช. ได้มากกว่า 10,000 แห่ง และเมื่อรวมกับหน่วยบริการและหน่วยนวัตกรรม เช่น คลินิกและร้านยาอีกประมาณ 8,500 แห่ง ทำให้เกิดเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพรวมเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งประวัติโรคและข้อมูลการใช้ยา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ที่แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ในด้านการบริหารจัดการ BDI ได้ร่วมกับ สปสช. พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่าย (Pre-audit) สำหรับการบริการผู้ป่วยนอก เพื่อช่วยให้ สปสช. สามารถพิจารณาข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพทำให้หน่วยบริการสามารถได้รับเงินจากการให้บริการได้รวดเร็ว เพิ่มสภาพคล่อง เพิ่มความโปร่งใส มากยิ่งขึ้น และมีแผนพัฒนาไปสู่ Agentic AI ที่จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจการจ่ายเงินค่าบริการให้หน่วยบริการได้มีความถูกต้องแม่นยำ และการเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนงบประมาณอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral) ร่วมกับกรุงเทพมหานครและ สปสช. โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีแผนขยายผลไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน BDI ยังได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม “Health Link” เข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวในช่องทางเดียว นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในด้านข้อมูลสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ โดยแอปพลิเคชัน“ทางรัฐ” ถือเป็นซุปเปอร์แอปพลิเคชันของภาครัฐที่เป็นเสมือนศูนย์รวมการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดจากทุกหน่วยงานรัฐ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ปัจจุบันมีบริการภาครัฐบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มากถึง 476 บริการ และมียอดดาวน์โหลดกว่า 46 ล้านครั้ง รวมถึงมีปริมาณการใช้งาน (สะสม) กว่า 823 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน 2569) นางไอรดา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม “Health Link” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้นั้น มียอดผู้สมัครผ่านแอปฯ ทางรัฐ และเข้าดูประวัติของตนเองแล้วประมาณ 30,129 คน นอกจากนี้ในแอปฯ ทางรัฐ ยังมีบริการที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น บริการกระเป๋าเอกสารหรือ Document Wallet บริการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและใบขับขี่ บริการตรวจสอบเครดิตบูโรฉบับย่อฟรี บริการจ่ายค่าใบสั่งจราจร ค่าน้ำ ค่าไฟ ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สิทธิการรักษาพยาบาล เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตรวจสอบเบี้ยคนชราและเบี้ยความพิการ เป็นต้น สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ทั้งจาก App Store, Google Play และ App Gallery เพื่อเข้าใช้งานได้ทันที ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการร่วมมือกันเพื่อวางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาลดิจิทัล อย่างแท้จริง สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถสมัครใช้งาน Health Link ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ “เป๋าตัง” ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://healthlink.go.th
27 April 2026

บทความ

Health Link อัปเดตความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับ สปสช. เขต 6 ระยอง
26 กุมภาพันธ์ 2569, จังหวัดระยอง – โครงการ Health Link ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมประชุมอัปเดตความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง โดยมี นางพิทยา สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนและกำกับติดตามระบบหลักประกันสุขภาพ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ นพเก้า นักบริหารงานหลักประกันสุขภาพ น.ส.พิมพา บุญโพธิ์ทอง นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ นายธเนศ ศิวพรเสถียร นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ และ นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link และผู้แทนโครงการ Health Link เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงาน พร้อมหารือแนวทางการขยายผลการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการในพื้นที่ ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง อาคารสตาร์พลาซ่า ชั้น 2 จังหวัดระยอง ในการประชุมดังกล่าว ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ได้นำเสนอภาพรวมความคืบหน้าการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 6 พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงบริการของประชาชนผ่านการสมัครใช้งาน Health Link บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม Health Link เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และโปร่งใส ภายหลังการประชุม คณะทำงานโครงการ Health Link ได้ลงพื้นที่ ณ คลินิกบ้านกายภาพบำบัดระยอง จังหวัดระยอง เพื่อสาธิตการใช้งานระบบ Health Link ในบริบทการให้บริการจริง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อนำไปพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานและการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น การดำเนินงานครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับนโยบายและหน่วยบริการในพื้นที่ ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพดิจิทัลของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สนับสนุนการตรวจสอบสิทธิด้านสุขภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 6 อย่างเป็นรูปธรรม
26 February 2026

บทความ

BDI หนุน สปสช. เปิดบริการ “30 บาทรักษาทุกที่” รูปแบบใหม่ขยาย Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพ ปลอดภัย-ตรวจสอบได้ ใช้งานจริง วันนี้
12 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดให้บริการ “30 บาทรักษาทุกที่ หน่วยบริการนวัตกรรมรูปแบบใหม่” ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ Health Link ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการการรักษาของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพอย่างแท้จริง ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI โดยแพลตฟอร์ม Health Link ได้ดำเนินงานร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่ทำให้ข้อมูลสุขภาพเดินทางไปกับประชาชน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล คลินิก หรือร้านยา เพราะหัวใจสำคัญในการรักษา คือ ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้ 7 หน่วยนวัตกรรมของ สปสช. สามารถเข้าใช้ระบบ A-MED และระบบอื่น ๆ ในอนาคตเพื่อตรวจสอบประวัติการรักษาประชาชนผ่านระบบ Health Link ได้ทันที ซึ่งช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ลดความซ้ำซ้อนทางการแพทย์ เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และส่งต่อการรักษาได้ทันท่วงที โดยบุคลากรทางการแพทย์จะเข้าถึงประวัติการรักษาได้ ต้องผ่านความยินยอมของประชาชนทุกครั้ง ด้วยระบบที่มีมาตรฐานและปลอดภัย นอกจากประชาชนจะได้รับบริการที่ปลอดภัยแล้ว ระบบ Health Link ยังทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติสุขภาพของตนเองได้ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายหลังการพิสูจน์ตัวตนสำเร็จ ระบบนี้จะเป็นรากฐานสำคัญสู่การสร้างระบบสาธารณสุขเชื่อมโยงทั้งประเทศในระยะยาว ซึ่งขณะนี้มีหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยนวัตกรรมมากกว่า 8,000 แห่ง ที่เชื่อมต่อกับระบบ Health Link โดย BDI พร้อมเดินหน้าเชื่อมต่อให้ครบถ้วน 15,000 แห่งทั่วประเทศต่อไป “BDI มุ่งมั่นต่อยอดระบบ Health Link ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพระดับชาติ รองรับบริการสาธารณสุขในอนาคต ทั้งการแพทย์เชิงรุก การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การดูแลต่อเนื่อง และระบบบริการสุขภาพที่มุ่งป้องกันมากกว่ารักษา อันจะนำไปสู่ประเทศที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการที่ไหน ข้อมูลก็พร้อมตามไปด้วยทุกที เพราะทุกวินาที คือ ชีวิตของประชาชน” ศ. ดร.ธีรณี กล่าวทิ้งท้าย การบริการ “30 บาทรักษาทุกที่” รูปแบบใหม่ ทาง สปสช. ได้ยกระดับรูปแบบการให้บริการ ด้วยการนำระบบดิจิทัลเข้ามากำกับดูแลการใช้สิทธิ ทั้งระบบโควตา การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า และการใช้ QR Code เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และป้องกันการสวมสิทธิ โดยประสานความร่วมมือกับกรมการปกครอง ในการเชื่อมโยงบริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และ ระบบพิสูจน์ตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service : FVS) ซึ่งเป็นระบบที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สำหรับประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th
12 January 2026

บทความ

อบจ.ชลบุรี – สปสช. – BDI จับมือปั้น Health Data Hub มาตรฐานสูง ปลอดภัยยกระดับสาธารณสุขชลบุรีสู่อนาคต!
16 ธันวาคม 2568, จังหวัดชลบุรี – องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ข้อมูลสุขภาพประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC)” เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของจังหวัดให้โปร่งใส ปลอดภัย และพร้อมรองรับการบริหารจัดการด้วยข้อมูลในยุคดิจิทัล ภายใต้กรอบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายแพทย์สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลสามารถสนับสนุนการบริหารสิทธิและการให้บริการประชาชนได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ BDI ในครั้งนี้ เป็นการวางกลไกการใช้ข้อมูลร่วมกันในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการสิทธิ การติดตามบริการ และการวิเคราะห์เชิงระบบ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการรองรับการบริหารจัดการบริการปฐมภูมิในบริบทใหม่ และเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบายด้านบริการสุขภาพในอนาคต” นายแพทย์สินชัย กล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของจังหวัดชลบุรีมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. การบูรณาการและคืนข้อมูลสุขภาพให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น รองรับบริบทของจังหวัดที่มีทั้งประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงจำนวนมาก  2. การใช้ข้อมูลระดับประเทศของ สปสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ 3. การวางแผนบริการ 4. การจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมุ่งผลักดันให้จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขแบบเบิกจ่ายตรง ลดภาระการสำรองจ่ายของประชาชน และเพิ่มความคล่องตัวด้านการเงินของหน่วยบริการ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต ทั้งภัยพิบัติและการระบาดของโรค โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างทันท่วงที รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้การใช้ข้อมูลสุขภาพเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI มีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพและระบบเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการรักษา การบริหารจัดการ และการวิเคราะห์เชิงนโยบาย โดยแพลตฟอร์ม Health Link ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็น เช่น ประวัติการรักษา การแพ้ยา และโรคประจำตัว ระหว่างหน่วยบริการอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานเดียวกัน ศ. ดร.ธีรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสู่ระบบปฐมภูมิขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกที่สามารถเชื่อมโยงหน่วยบริการในสังกัด อบจ. ครบทั้ง 118 แห่ง เพื่อรองรับการใช้งานทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน “BDI ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยกำหนดบทบาทด้านการควบคุมและประมวลผลข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้การใช้ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพระดับท้องถิ่น ที่สามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศในอนาคต” ผอ.BDI กล่าว ปัจจุบัน ระบบ Health Link สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นกว่า 12 ประเภท มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเชื่อมโยงหน่วยบริการทั่วประเทศแล้วกว่า 8,600 แห่ง โดยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีโรงพยาบาลที่เชื่อมโยงแล้ว 7 แห่ง และหน่วยบริการนวัตกรรมกว่า 100 แห่ง ส่งผลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากเครือข่ายที่เชื่อมโยงได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ BDI ยังสนับสนุนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนากลไกกำกับดูแลข้อมูล และการยกระดับศักยภาพบุคลากร เพื่อให้การใช้ข้อมูลสุขภาพตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน และการวางแผนด้านงบประมาณและกำลังคน อันเป็นเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ ด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบสาธารณสุขด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นฐาน โดยเฉพาะภารกิจด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ภายหลังการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้ง 118 แห่งมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อบจ.ชลบุรี นายก อบจ.ชลบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดชลบุรีเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว มีประชากรแฝงจำนวนมาก ทำให้การบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันได้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ “ความร่วมมือกับ สปสช. และ BDI ในครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยบริการในสังกัด อบจ.ชลบุรี ทั้ง 118 แห่ง สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และนำไปใช้ในการดูแลรักษา วางแผน และพัฒนาระบบสาธารณสุขของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของ อบจ.ชลบุรีในการผลักดันความร่วมมือครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในระยะยาว” นายวิทยา กล่าวสรุป ในขณะเดียวกัน ทั้งสามหน่วยงานยังร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพกลางของจังหวัด (Health Data Hub) ที่รองรับข้อมูลประชาชนผู้ใช้งานกว่า 2,500,000 ราย ให้เป็นระบบที่มีมาตรฐานสูง ครบถ้วน ปลอดภัย และรองรับการวิเคราะห์เชิงนโยบาย รวมถึงสนับสนุนการใช้ข้อมูลผ่านระบบ Health Link เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานพยาบาล จำนวน 118 แห่ง ช่วยให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ลดความล่าช้าในการรักษา และเพิ่มความต่อเนื่องของการดูแลสุขภาพ การพัฒนาระบบ Health Data Hub และการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Health Link ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ ให้สามารถใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ วางแผน และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้ข้อมูลสุขภาพอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบบริการสุขภาพของประชาชนในจังหวัดชลบุรี MOU ฉบับนี้กำหนดกรอบความร่วมมือ บทบาท และหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไว้อย่างชัดเจน รวมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย เพื่อให้การใช้ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน การลงนามในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดชลบุรีในการพัฒนาระบบสาธารณสุขดิจิทัลอย่างครบวงจร ช่วยให้ข้อมูลสุขภาพถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่า สนับสนุนการวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และวางรากฐานสู่อนาคตของระบบสุขภาพดิจิทัลของจังหวัดชลบุรีอย่างแท้จริง
16 December 2025
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings