Smart Tourism

Smart Tourism

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ประกาศผล 5 สุดยอดนวัตกรรม AI พลิกโฉมภูเก็ตสู่ Smart Tourism ในเวที BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง
18 กรกฎาคม 2569, จังหวัดภูเก็ต – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ประกาศผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket รอบตัดสิน (Demo Day) ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ เฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรมด้าน Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากโจทย์ปัญหาจริงของจังหวัดภูเก็ต ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน การแข่งขันครั้งนี้เปิดโจทย์ท้าทาย 5 ด้านสำคัญ เพื่อเฟ้นหานวัตกรรม AI และ Big Data ที่ตอบโจทย์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตได้แก่ AI for Better Traffic ระบบบริหารจัดการจราจรและลดความแออัด, AI for Better Waste Management การจัดการขยะเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, AI for Better Water Management การบริหารจัดการน้ำประปาและคาดการณ์ปริมาณน้ำ, AI for Better Vehicle compliance ระบบเฝ้าระวังและเชื่อมโยงข้อมูลรถเพื่อความปลอดภัย และ AI for Better Tourism ระบบแนะนำข้อมูลยกระดับการท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีปิดและมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่ร่วมกันนำองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI มาพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่ “ผลงานที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือเทคโนโลยีต้นแบบภายใต้ทั้ง 5 โจทย์ ล้วนสะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ นักพัฒนา และผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างสร้างสรรค์ ผมหวังว่าผลงานจากเวทีแห่งนี้จะไม่สิ้นสุดเพียงการแข่งขัน แต่จะได้รับการต่อยอดสู่การทดลองใช้งานจริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองอัจฉริยะ และเมืองท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศ” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้แสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกทีม โดยเฉพาะทีมที่ได้รับรางวัลทั้ง 5 ประเภท พร้อมระบุว่า ทุกทีมล้วนเป็นผู้ชนะ เพราะได้ร่วมกันสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต BDI และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน จะยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน ด้าน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การประยุกต์ใช้ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยหัวใจสำคัญของ AI คือ “ข้อมูล” การมีข้อมูลที่มีคุณภาพ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการเปิดโอกาสให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน ด้วยเหตุนี้ BDI จึงมุ่งสร้างระบบนิเวศข้อมูล (Data Ecosystem) ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักพัฒนา ได้ร่วมกันนำศักยภาพของ Big Data และ AI มาพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของประเทศ พร้อมผลักดันการสร้าง City Data Ecosystem เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเปิดโอกาสให้ Startup ผู้ประกอบการ และนักพัฒนา สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง จังหวัดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง โดยในปี 2570 BDI มีแผนร่วมมือกับจังหวัดภูเก็ตในการจัดทำ Dashboard เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และพัฒนาระบบบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควบคู่กับการเชื่อมโยงข้อมูลกลางจากหน่วยงานภาครัฐกับข้อมูลในพื้นที่ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในท้องถิ่น เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และการยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัด พร้อมผลักดันผลงานจากเวที Hackathon ที่มีศักยภาพให้เกิดการใช้งานจริง เป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าว การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Hackathon สำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจระดับมืออาชีพ เปิดรับสมัครเฉพาะนิติบุคคล ได้แก่ บริษัท ผู้ประกอบการ และ Tech Startup ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบทีมละ 3–5 คน เพื่อพัฒนาและนำเสนอโซลูชันที่มีศักยภาพในการขยายผลสู่การใช้งานจริง (Scale-up) และตอบโจทย์การยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 19 ทีม ได้เข้าร่วมกิจกรรม Workshop ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite พร้อมรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจาก Mentor ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อพัฒนาโซลูชันจากโจทย์จริงของจังหวัดภูเก็ต ก่อนนำเสนอผลงานในรอบ Demo Day ภายใต้ 5 โจทย์สำคัญ ได้แก่ AI for Better Traffic, AI for Better Waste Management, AI for Better Water Management, AI for Better Vehicle Compliance และ AI for Better Tourism ผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: PRO AT Phuket สามารถเฟ้นหา 5 สุดยอดนวัตกรรม ด้าน Big Data และ AI ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง ประกอบด้วย ทีมชนะเลิศในแต่ละโจทย์ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 500,000 บาท พร้อมสิทธิ์เสนอขอรับทุนสนับสนุนเพื่อต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงสูงสุดทีมละ 2 ล้านบาท โดยคัดเลือกไม่เกิน 2 ทีม รวมวงเงินสนับสนุน 4...
18 July 2026

บทความ

TRAVEL LINK ถ่ายทอดแนวคิด "Breaking Data Silos" ยกระดับการท่องเที่ยวไทย เชื่อมข้อมูลสู่การตัดสินใจด้วย Big Data และ AI ในงาน Travel & Tech Asia 2026
2 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในงาน Travel & Tech Asia 2026 ภายใต้หัวข้อ “Breaking Data Silos: Creating a Unified Travel Intelligence Platform” โดย ดร.ภิรมย์มาส เตชิตณัฏฐ์ศรุต ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล โครงการ TRAVEL LINK นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศ ยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสนับสนุนการตัดสินใจของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนบนพื้นฐานของข้อมูล ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.ภิรมย์มาส กล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย คือ การที่ข้อมูลถูกจัดเก็บแบบแยกส่วน (Data Silos) ในหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้การวิเคราะห์ภาพรวมของประเทศเป็นไปได้ยาก และไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว BDI จึงพัฒนาโครงการ TRAVEL LINK แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายภาคส่วน พร้อมนำเสนอข้อมูลผ่าน Dashboard และ Infographic ที่เข้าใจง่ายและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเชิงนโยบาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในแพลตฟอร์ม TRAVEL LINK ยังมีการวิเคราะห์ Tourist Journey หรือเส้นทางการเดินทางของผู้โดยสารชาวต่างชาติ ตั้งแต่การเดินทางเข้าประเทศ การเข้าพัก การเคลื่อนที่ข้ามจังหวัด ไปจนถึงข้อมูลการใช้จ่าย เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม พบว่า ตลาดผู้โดยสารชาวอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y เดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ต ก่อนกระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น จังหวัดชลบุรี ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว จะช่วยให้ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการสามารถออกแบบมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย แพลตฟอร์ม TRAVEL LINK ยังนำ Mobility Data จากข้อมูลการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์มือถือมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบการเดินทางของผู้โดยสาร ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อศึกษาการกระจายตัวของผู้โดยสารในระยะเวลาการพำนัก และรูปแบบการเดินทาง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การกระจายรายได้ และการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในอนาคต ดร.ภิรมย์มาส กล่าวทิ้งท้ายว่า “การสร้างระบบนิเวศการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing Ecosystem) ระหว่างทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล เพราะเมื่อข้อมูลสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้ จะช่วยเปลี่ยนการตัดสินใจจากการอาศัยประสบการณ์หรือความรู้สึก ไปสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน“ นอกจากนี้ ทีมโครงการ TRAVEL LINK ยังได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงาน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ พร้อมสาธิตการใช้งาน Dashboard และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่สนับสนุนการวางแผนเชิงธุรกิจและการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ ส่งเสริมการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและเชิงธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และขับเคลื่อนประเทศสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรม
2 July 2026

บทความ

Travel Link โชว์ศักยภาพแพลตฟอร์มในงาน Travel & Tech Asia 2025 พร้อมออกบูทสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
3 กรกฎาคม 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล (รักษาการ) ผู้อำนวยการโครงการ Travel Link ขึ้นบรรยายหัวข้อ From Data to Decisions: How Travel Link Guides the Tourism Industry ภายในงาน Travel & Tech Asia 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.อัญชลิสา กล่าวถึงโครงการแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ Travel Link ว่า เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่จะช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค พร้อมกับคาดการณ์ฤดูกาลท่องเที่ยวทั้งช่วงไฮซีซันและโลว์ซีซัน รวมถึงการวางแผนขยายบริการ หรือสื่อสารการตลาดไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพใหม่ ๆ ด้วยข้อมูลที่ถูกถ่ายทอดผ่านฟีเจอร์สำคัญซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผ่าน https://www.travellink.go.th/ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่โครงการ Travel Link ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงานเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการให้กับผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส 4 ไฮไลท์ของแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย 1. สถิติจำนวนชาวต่างชาติขาเข้ารายเดือน 2. การเปรียบเทียบจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้ 3. ภาพรวมผู้เยี่ยมเยือนรายภาคและรายจังหวัด และ 4. การวิเคราะห์รีวิวจาก TripAdvisor เชิงลึก นำความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวจากแพลตฟอร์มชั้นนำมาวิเคราะห์ทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์ (Sentiment Analysis) สำหรับงาน Travel & Tech Asia 2025 คือ งานจัดแสดงนวัตกรรมและการประชุมระดับ B2B แห่งแรกของเอเชียที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสนับสนุนการจัดแสดงนิทรรศการด้านเทคโนโลยีบริการ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจและการให้บริการของผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และองค์กรท่องเที่ยวจากทั่วภูมิภาคเอเชียรวมไว้ในงานนี้ ซึ่งจัดโดย บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ได้รับการสนับสนุนจากท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น จุดหมายปลายทางอัจฉริยะ (Smart Tourism Destination) เปิดประตูสู่การจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ที่จะนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ยุคใหม่อย่างยั่งยืน
3 July 2025

บทความ

BDI ประกาศรายชื่อ 15 ทีมสุดท้าย! ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ “BDI Hackathon 2025“ คัดเข้มข้นจาก 115 ทีม เตรียมตะลุยโจทย์ พลิกโฉมเชียงใหม่ ปลายเดือนนี้
16 มิถุนายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ประกาศรายชื่อ 15 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในการแข่งขัน “BDI Hackathon 2025: AI & Data Innovation for Smart Tourism” เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท BDI โดยฝ่ายพัฒนากำลังคน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยพะเยา และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขัน “BDI Hackathon 2025: AI & Data Innovation for Smart Tourism” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ด้วยพลังของ AI และ Big Data  หลังจากการประกาศเปิดรับสมัครตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน – พฤษภาคม พบว่า มีนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ รวมกลุ่มกันทั้งสถาบันเดียวกัน และต่างสถาบัน แต่มีหัวใจเดียวกันในความมุ่งมั่นที่จะพร้อมสร้างสรรค์ไอเดียและนวัตกรรมสุดล้ำมากถึง 568 คนแบ่งเป็น 115 ทีม จาก 86 สถาบันการศึกษา  โดยวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมามี 113 ทีม หรือ 565 คนที่ผ่านเงื่อนไขการรับสมัคร ได้เข้ารับการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นในการแข่งขัน พร้อมรับโจทย์รอบคัดเลือก ผ่านรูปแบบออนไลน์ ซึ่งทุกทีมต่างมุ่งมั่นตั้งใจส่งผลงานมากถึง 78 ผลงาน เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทำให้คณะกรรมการทำงานกันอย่างเข้มข้น เพื่อคัดเลือก 15 ทีมสุดท้าย ที่เข้าสู่การแข่งขันจริงในวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้ ณ สำนักบริการวิชาการ (Uniserv) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU) สำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย ตัวแทนของทุกทีมกรุณาแจ้งยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00 น. โดยการตอบกลับทางอีเมลที่แจ้งผลการคัดเลือก หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด หรือมีการสละสิทธิ์ ทางทีมผู้จัดงาน ขอสงวนสิทธิ์เชิญทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรายชื่อสำรองตามลำดับ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป สามารถดูรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือก และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://ict.up.ac.th/hackathon2025/
16 June 2025
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings