Thailand

Thailand

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ต้อนรับคณะผู้แทนเยอรมนี เปิดมุมมองความร่วมมือไทย–เยอรมนี ขับเคลื่อน Data–AI สู่รัฐบาลดิจิทัลแห่งอนาคต
2 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วยสมาชิกสภาแห่งรัฐ North Rhine-Westphalia (NRW) ผู้แทนทางการทูตจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนจากมูลนิธิการเมืองเยอรมัน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างไทย–เยอรมนี เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ การพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผล การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI ในภาครัฐ สุขภาพ การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ณ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) การหารือครั้งนี้ นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ BDI ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับคณะผู้แทนจากเยอรมนี โดย BDI ได้นำเสนอภาพรวมบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่ใช้ข้อมูลในการพัฒนาและตัดสินใจ ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศ หนึ่งในประเด็นสำคัญของการแลกเปลี่ยน คือ ความท้าทายในการทลาย Data Silos และการทำให้ข้อมูลภาครัฐสามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ร่วมที่ทั้งประเทศไทยและเยอรมนีให้ความสำคัญ โดยการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลไม่ได้มุ่งเพียงการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่ยังรวมถึงการพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีโครงสร้างและมาตรฐานที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงและใช้งาน พร้อมออกแบบบริการที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและติดต่อภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่กับการรักษาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสิทธิของประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Digital Identity และ European Digital Identity Wallet (EUDI Wallet) รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพเพื่อการวิจัยและบริการสาธารณะ ตลอดจนแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ในด้านปัญญาประดิษฐ์ BDI ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ภาษาและบริบทของประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนตัวอย่างการนำ Large Language Model ไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงประเด็น AI in Education ซึ่งฝ่ายเยอรมนีได้แบ่งปันแนวทางการศึกษาและทดลองใช้ AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอนและลดภาระงานของครู โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Human-in-the-Loop ที่ยังคงให้มนุษย์มีบทบาทในการกำกับและตัดสินใจ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยและเยอรมนีจะมีบริบทด้านโครงสร้างภาครัฐและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน แต่ต่างมีโจทย์สำคัญร่วมกัน ทั้งการ ทลาย Data Silos การพัฒนาข้อมูลภาครัฐให้มีมาตรฐานและสามารถเชื่อมโยงกันได้ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การใช้ข้อมูลและ AI อย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศ AI ซึ่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันนับเป็นโอกาสในการเปิดมุมมองและต่อยอดแนวทางการพัฒนา Data และ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าว สอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงข้อมูล การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคน ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศด้าน Data และ AI ที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ยกระดับบริการประชาชน และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรม
2 September 2026

บทความ

National Big Data Platform คืออะไร เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณอย่างไร 
ในยุคที่ “ข้อมูล” กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าไม่ต่างจากเงินทุนหรือบุคลากร การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ  ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็น Data-Driven Nation โดยมี National Big Data Platform เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)  แต่หลายคนอาจสงสัยว่า National Big Data Platform คืออะไร แล้วเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ พร้อมยกตัวอย่างการนำข้อมูลไปใช้สร้างโอกาสใหม่ในการแข่งขัน  National Big Data Platform  คืออะไร?  National Big Data Platform คือแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการรวบรวม เชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และบริหารจัดการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน  เป้าหมายสำคัญของแพลตฟอร์มคือ  กล่าวง่าย ๆ คือ National Big Data Platform เปรียบเสมือน “โครงข่ายถนนของข้อมูล” ที่ช่วยให้ข้อมูลจากหลายองค์กรสามารถเดินทางถึงกันได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล  ทำไมประเทศไทยต้องมี National Big Data Platform  ในอดีต ข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมักถูกจัดเก็บแยกกัน (Data Silo)  ตัวอย่างเช่น  แม้ข้อมูลเหล่านี้จะมีคุณค่า แต่หากไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ก็ยากที่จะสร้างภาพรวมสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก  National Big Data Platform จึงเข้ามาช่วยให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงกันได้ภายใต้หลัก  ส่งผลให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ พร้อมนำไปใช้ต่อยอดทั้งในระดับนโยบายและระดับธุรกิจ  National Big Data Platform ทำงานอย่างไร  โดยทั่วไป National Big Data Platform ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่  1. Data Integration  เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าสู่ระบบเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องย้ายข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในที่เดียวเสมอไป  2. Data Catalog  รวบรวมรายละเอียดของชุดข้อมูล (Metadata) เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น  3. Data Exchange  สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านมาตรฐาน API และมาตรฐานข้อมูลกลาง  4. Data Governance  กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล บทบาทของผู้ใช้งาน และการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเป็นระบบ  5. Data Analytics & AI  รองรับการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ สร้าง Dashboard พัฒนา Machine Learning และ AI เพื่อสร้างคุณค่าใหม่  National Big Data Platform เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร  หลายคนเข้าใจว่า National Big Data Platform เป็นเรื่องของภาครัฐเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาคธุรกิจคือหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง  1. เข้าใจตลาดได้ลึกกว่าเดิม  เมื่อข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงกันได้ ธุรกิจจะมองเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น เช่น  ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การวางแผนธุรกิจมีความแม่นยำมากขึ้น  2. ลดต้นทุนในการจัดหาข้อมูล  หลายองค์กรเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง  หากมีแพลตฟอร์มข้อมูลระดับประเทศที่มีมาตรฐานเดียวกัน ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ลดทั้งเวลาและต้นทุนในการเตรียมข้อมูล  3. เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ  การตัดสินใจที่อาศัยข้อมูลจากหลายมิติช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลเพียงแหล่งเดียว  ตัวอย่างเช่น  4. สร้างนวัตกรรมใหม่  ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันสามารถนำไปพัฒนา  ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล  5. ยกระดับการให้บริการลูกค้า  เมื่อสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกขึ้น ธุรกิจสามารถออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalization) ได้ดียิ่งขึ้น  เช่น  ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในแต่ละอุตสาหกรรม  ธุรกิจค้าปลีก  ใช้ข้อมูลประชากร การท่องเที่ยว และกำลังซื้อ เพื่อเลือกทำเลเปิดสาขา วิเคราะห์สินค้า และบริหารสต็อก  ธุรกิจการเงิน  ใช้ข้อมูลเศรษฐกิจและข้อมูลเชิงพื้นที่ประกอบการประเมินความเสี่ยงและการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน  ธุรกิจโลจิสติกส์  ใช้ข้อมูลการคมนาคม การเดินทาง และความต้องการของตลาด เพื่อวางแผนเส้นทางขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ธุรกิจสุขภาพ  ใช้ข้อมูลด้านสาธารณสุขร่วมกับข้อมูลประชากร เพื่อวางแผนบริการและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์  ภาคการผลิต  นำข้อมูลห่วงโซ่อุปทานและข้อมูลเศรษฐกิจมาวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ช่วยวางแผนการผลิตและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  Data Governance หัวใจสำคัญของ National Big Data Platform  แม้ว่าการเชื่อมโยงข้อมูลจะสร้างโอกาสมหาศาล แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของข้อมูล  National Big Data Platform จึงให้ความสำคัญกับ  ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล  บทบาทของ Big Data Institute (Public Organization)   สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ Big Data Institute (Public Organization) - BDI มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการส่งเสริมธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา  นอกจากนี้ BDI ยังสนับสนุนการสร้างบุคลากรด้านข้อมูลผ่านหลักสูตรฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนา AI หรือการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล (Evidence-Based Policy)  การมี National Big Data Platform ที่เข้มแข็ง ประกอบกับบุคลากรที่มีทักษะด้านข้อมูล จะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว  สรุป  National Big Data Platform ไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยีของภาครัฐ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของทั้งประเทศในการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ  สำหรับภาคธุรกิจ National Big Data Platform คือโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติ และนำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดในอนาคต  ในโลกที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์กรที่สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่า การเตรียมความพร้อมด้าน Data Governance การพัฒนาทักษะบุคลากร และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานอย่าง National Big Data Platform จึงเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกองค์กรนั่นเอง  แหล่งอ้างอิง 
1 September 2026

บทความ

BDI ผู้แทน DE ร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ศึกษาทิศทาง Data Economy ต่อยอดความร่วมมือ Big Data–AI ระหว่าง ไทย–จีน
ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569, สาธารณรัฐประชาชนจีน – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ในฐานะผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับคณะผู้แทนจากประเทศไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล เข้าร่วมงาน China International Big Data Industry Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Token: A New Path to Value of Data Elements” ณ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy) และเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้าน Big Data และ AI ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสนี้ ดร.สุนทรีย์ ได้ขึ้นกล่าวบนเวที “China–Thailand Digital Economy Cooperation” ว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล AI เทคโนโลยีคลาวด์ ทักษะดิจิทัล และบริการดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมย้ำว่า “ข้อมูล” เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่เพียงการมีโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยประเทศไทยกำลังขยายการใช้ Big Data และ AI ในสาขาสำคัญ อาทิ สาธารณสุข การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ดร.สุนทรีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยและจีนยังมีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล AI และ AI Governance ตลอดจน Data Center บริการคลาวด์ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การวิจัย และนวัตกรรม โดยประสบการณ์ของจีนด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นองค์ความรู้ที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ พร้อมเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ เพื่อเปลี่ยนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมใช้ศักยภาพของข้อมูลและ AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ คณะผู้แทน BDI ยังได้ศึกษาแนวคิด Token Ecosystem ซึ่งไม่ได้มอง Token เพียงในฐานะหน่วยพื้นฐานของการประมวลผลโมเดล AI แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากรสำคัญในระบบนิเวศดิจิทัล ได้แก่ Data, Computing Power, AI Models และ AI Services รวมถึงแนวทางการพัฒนากลไกสำหรับวัดการใช้งาน ประเมินมูลค่า และสนับสนุนรูปแบบการให้บริการเชิงเศรษฐกิจในอนาคต อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ Data Trading และ Data Marketplace ซึ่งจีนมีการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล ทั้งในรูปแบบข้อมูลดิบและ Data Product ที่ผ่านการจัดการหรือพัฒนาให้พร้อมใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การรับรองผู้ให้ข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้าสู่แพลตฟอร์มและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสนับสนุนการนำข้อมูลไปต่อยอดสร้างมูลค่าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สำหรับงาน China International Big Data Industry Expo ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติด้าน Big Data และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่รวบรวมหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากจีนและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ รวมถึงสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยในปีนี้มีบริษัทจากจีนและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมกว่า 372 บริษัท และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 16,000 คน การเข้าร่วมงานครั้งนี้ของ BDI จึงไม่เพียงเป็นโอกาสในการติดตามทิศทางการพัฒนา Data Economy, Data Trading, Data Commercialization และ AI Ecosystem ของจีน แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยและจีน เพื่อนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งการพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าจากข้อมูล การยกระดับความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำข้อมูลและ AI ไปต่อยอดสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับบทบาทของ BDI ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำ Big Data และ AI มาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านข้อมูลและ AI ของประเทศไทย และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) อย่างยั่งยืน
29 August 2026

บทความ

ผอ.BDI ชูจุดเด่นประเทศไทยสู่การลงทุนเทคโนโลยี AI สร้างความมั่นคง-ลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมโชว์แผนรัฐบาลจัดตั้ง National AI Consortium
11 กันยายน 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ การขับเคลื่อนศูนย์ความเชี่ยวชาญด้าน AI โดยภาคีเครือข่ายรัฐ-เอกชน (Driving AI Centers of Excellence through Public-Private Networks) ภายในการประชุมวิชาการเนื่องในการเฉลิมฉลอง 100 ปีราชบัณฑิตยสภา การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย 2568 เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย (Thailand National AI Summit 2025 Advancing AI Readiness for Thailand) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รศ. ดร.ธีรณี กล่าวถึงความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นคงและลดการพึ่งพาต่างประเทศ โดยประเทศไทยสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อนำเสนอจุดเด่นเฉพาะด้าน (Niche Areas) เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์และสุขภาพแบบมีเอกลักษณ์พื้นบ้าน รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสนับสนุนงานด้านสมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry) ที่สามารถดึงดูดการถ่ายทำหนังและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ในด้านกลยุทธ์ การลงทุนและนโยบายที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ด้วยการเน้นการพัฒนาทักษะบุคลากรในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่กลุ่ม Technical ไปจนถึงวิศวกร AI รวมทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูลขนาดใหญ่ที่รองรับการเทรนโมเดลภาษาไทยและเป็นฐานให้กับบริษัท Startups ในการสร้างแชทบอท บริการด้านต่าง ๆ โดยมีแนวคิดให้เกิดการสร้าง AI Open Source เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมต่อรองกับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) โดยต้องมีการสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในภาษาไทย รวมถึงการพัฒนากลไกการออกกฎหมายและแนวทางการจัดการด้าน AI อย่างรับผิดชอบและโปร่งใส รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน ผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อสร้างกลุ่มอาเซียนที่สามารถแข่งและร่วมมือกันด้าน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญประเทศไทยต้องวางแนวทางการรับมือกับความท้าทายจากการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ในการสร้างสมดุลและความเป็นกลาง (Neural hope) โดยการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ร่วมมือในระดับภูมิภาค และเน้นสร้างความร่วมมือแบบ National AI Consortium เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ควบคู่ไปกับการจัดตั้ง AI Centers of Excellence ใน 10 ด้านสำคัญ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศอย่างยั่งยืนในยุค AI สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ได้อย่างเต็มรูปแบบต่อไป
11 September 2025

บทความ

Health Link ลุยออกบูทสร้างการรับรู้ ในงาน Thailand HealthCare 2025 ขานรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่”
26 – 29 มิถุนายน 2568, กรุงเทพฯ – โครงการ Health Link ภายใต้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมออกบูทในงาน Thailand HealthCare 2025 ระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ที่มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการรักษา ลดความซ้ำซ้อนในการรับบริการ และส่งเสริมระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน  ทั้งนี้ในโอกาสพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และได้เยี่ยมชมบูทของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงบูทของ BDI โดยมี นพ.ธนฤต จินตวร ผู้บริหารกิจการพิเศษ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และ นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี  ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของโครงการ การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงภารกิจของ BDI ในการร่วมขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ สอดรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ด้วยเพียงบัตรประชาชนใบเดียว
26 June 2025

บทความ

BDI จับมือพันธมิตร ลุยพัฒนา ThaiLLM โมเดลภาษาไทย จุดประกายคอมมูนิตี้ AI ไทย
19 มิถุนายน 2568, กรุงเทพมหานคร – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นายปฏิภาณ ประเสริฐสม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีเสวนา “Thai LLM: AI Powered Search Engine เพื่อการบูรณาการข้อมูล ววน.” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ร่วมกับ ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ผศ. ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ณิฎา เด่นไพศาล หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรการเรียนรู้สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ   นายปฏิภาณ กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การพัฒนา ThaiLLM ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น แต่เป็นภารกิจร่วมในการรวบรวมคลังข้อมูลภาษาไทยให้ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งจากอินเทอร์เน็ตและเอกสารจากหน่วยงานราชการ เพื่อใช้ในการฝึกสอนโมเดลให้เข้าใจภาษาไทย และบริบทของสังคมไทยได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งจะมีการเปิดให้ใช้งานแบบ Open source หรือ Open license เพื่อให้ภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้หรือต่อยอดได้โดยเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้นอกเหนือจากโมเดลจากต่างประเทศ ผู้แทน BDI กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเทศไทยไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเอง การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทยนั้น ย่อมต้องพึ่งพาโมเดลและเครื่องมือจากต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคนิค การจัดการข้อมูล และการกำกับดูแล ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดในอนาคต การพัฒนา ThaiLLM จึงเป็นช่องทางสำคัญเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเองของไทย และผลักดันการพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทยได้ นอกจากนี้แนวทางการเผยแพร่แบบโอเพ่นซอร์สจะช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงสำหรับสำหรับนักพัฒนาและผู้ประกอบการรายย่อย เปิดโอกาสให้ สตาร์ทอัพ มหาวิทยาลัย และนักวิจัย สามารถนำโมเดลไปใช้งานหรือฝึกสอนต่อได้ เพิ่มโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ  นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสในการสร้างทักษะบุคลากรไทยอย่างรอบด้าน เปิดเวทีให้คนไทยได้เรียนรู้ ฝึกใช้ เทรน และ deploy AI จริงในระบบงาน ขับเคลื่อนการสร้างคอมมูนิตี้และระบบนิเวศ AI ที่ยั่งยืนในประเทศได้
19 June 2025

บทความ

BDI ร่วมประชุม Thailand Zero Dropout เสนอแนวทางการจัดการข้อมูลเด็กและเยาวชน ผ่านแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
5 มิถุนายน 2568, กรุงเทพมหานคร – รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ มอบหมายให้ ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้จัดการทีมวิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.พีรดล สามะศิริ ผู้จัดการโครงการและนักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโส และนายอมร โชคชัยศิริภักดี ผู้จัดการโครงการและนักวิเคราะห์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่นและมีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ผู้แทน BDI ได้นำเสนอแนวทางการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ ดีทู (Data Integration and Intelligence Platform: DII) เพื่อทำหน้าที่บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่แล้วจากหลายภาคส่วน รวมถึงการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างแท้จริง ทั้งนี้ BDI เข้ามามีบทบาทในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล สำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเป้าหมายของโครงการ Thailand Zero-dropout ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบาง ข้อมูลส่วนบุคคลกลุ่มนี้จำเป็นต้องถูกกำกับดูแลอย่างรัดกุมเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ตามกำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงต้องมีมาตรการบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) ที่ครอบคลุม ทั้งในส่วนของการรับ-ส่งข้อมูล และการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) ไปจนถึงการมีมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพียงพอ ทั้งนี้ ยังมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบและแนวทางเฉพาะของแต่ละหน่วยงานที่เป็นผู้ให้ข้อมูลได้ อันประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่แม้ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลการศึกษาของเด็กโดยตรง แต่มีข้อมูลบริบทที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก เช่น ข้อมูลผู้ปกครอง ข้อมูลสุขภาพ การเพิ่มศักยภาพในการใช้งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมทั่วทุกด้าน จะช่วยให้สามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
5 June 2025

บทความ

BDI เผยตลาด “Big Data & AI” ไทย ย้อนหลัง 2 ปี มูลค่ากว่า 3.78 หมื่นล้านบาท กลุ่มบริการด้านข้อมูลขนาดใหญ่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงสุด เร่งระบบนิเวศเติบโต ผ่าน 4 แนวทาง พลิกโฉมประเทศสู่ Data Driven Nation
18 มีนาคม 2568, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ บริษัท ไอเอ็มซี เอ้าท์ซอร์สซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ IMC เผยผลสำรวจวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environmental Scanning) ด้านอุตสาหกรรม Big Data และ AI ในประเทศไทยย้อนหลัง 2 ปี พบว่ามูลค่ารวมสูงถึง 37,814 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) สูงสุดได้แก่ Big Data Services คิดเป็นร้อยละ 52.7 ของมูลค่ารวมทั้งหมด สะท้อนถึงความต้องการบริการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลเชิงลึกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้านกำลังคน พบประเทศไทยมีบุคลากรในอุตสาหกรรม Big Data และ AI รวมกว่า 32,000 คน ชี้มูลค่าตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7-8 ต่อปี พร้อมแนะ 4 แนวทางส่งเสริมตลาด Big Data และ AI สู่การวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต ภายใต้แผนยุทธศาสตร์หลักระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568 -2570) โดยมุ่งเน้นการผลักดันองค์กรและหน่วยงานให้เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ เสริมศักยภาพการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า รายงานการสำรวจวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environmental Scanning) ด้านอุตสาหกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย จัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนภาพรวม แนวโน้ม และทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย เพื่อนำ Big Data และ AI ไปใช้ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งในมิติการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือการต่อยอดโอกาสทางการตลาด โดยผลสำรวจจะเป็นแนวทางสำคัญในการให้ภาครัฐใช้กำหนดแนวนโยบาย และมาตรการสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมสร้างความพร้อมการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมดิจิทัลให้เติบโตในระยะยาว การสำรวจครั้งนี้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรม Big Data และ AI กว่า 264 รายทั่วประเทศ มีการแบ่งหมวดหมู่ผู้ประกอบการออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ การจำแนกตามประเภทธุรกิจหรือภารกิจ และจำแนกตามประเภทเทคโนโลยี ซึ่งจากผลสำรวจ พบว่า มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 37,814 ล้านบาท โดย Big Data Services ครองสัดส่วนสูงสุดที่ 19,923 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 52.7 ของมูลค่ารวมทั้งหมด สะท้อนถึงแนวโน้มธุรกิจในไทยให้ความสนใจและใช้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ขณะที่รองลงมา คือ Big Data / AI Software มีมูลค่า 8,057 ล้านบาท ตามมาด้วย ด้าน AI Services มีมูลค่า 5,160 ล้านบาท และ Big Data / AI Hardware มีมูลค่า 4,674 ล้านบาท นอกจากนี้ BDI ได้ขยายการสำรวจเบื้องต้นไปยังด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Big Data และ AI ระหว่างเดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2567 พบว่า มีบุคลากรรวมกว่า 32,000 คน ซึ่งแรงงานที่อยู่ในสายเทคโนโลยีสารสนเทศประมาณ 16,000 คน แบ่งออกเป็นพนักงานด้าน Big Data ประมาณ 14,500 คน และพนักงานด้าน AI ประมาณ 700 คน ขณะที่ตำแหน่ง Big Data / AI / IT Project Manager มีเพียงประมาณ 800 คน สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของบุคลากรระดับบริหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล และความต้องการทักษะด้าน Data Science และ Data Engineering ที่ยังขาดแคลน ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว รศ. ดร.ธีรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังได้มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม Big Data และ AI ในประเทศไทย เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7-8 ต่อปี สะท้อนถึงความตื่นตัวของตลาด และศักยภาพของผู้ประกอบการในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อย่างไรก็ดี ยังประเมินว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่และโอกาสสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Big Data และ AI โดยต้องเร่งปรับตัวและสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมให้เติบโตผ่าน 4 แนวทางดังต่อไปนี้ · การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล – ผ่านการขยายโครงสร้างฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ Data Center ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ · การพัฒนาทรัพยากรบุคคล – โดยต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AI ผ่านการจัดเตรียมหลักสูตรในการศึกษาและฝึกอบรม รวมถึงการสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง · การส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจ – ซึ่งต้องผลักดันภาคธุรกิจในการใช้งาน Big Data และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการฝึกอบรมและให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อยกระดับให้ธุรกิจไทยปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ · การสร้างกรอบกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้ใช้บริการ ป้องกันปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา จะช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม Big Data และ AI “BDI ในฐานะองค์กรหลักในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ มุ่งมั่นผลักดันการใช้ Big Data และ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระดับประเทศ พร้อมเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) ภายใต้วิสัยทัศน์ Data-Driven Nation โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ Big Data...
18 March 2025

บทความ

คัมภีร์การทำแผนที่บน MS Power BI ฉบับประเทศไทย The Cartographic Bible for MS Power BI, Thailand Edition
การวิเคราะห์ข้อมูลภูมิศาสตร์และตำแหน่งที่ตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการตัดสินใจในธุรกิจของหลายภาคส่วน การแสดงผลแผนที่แบบอินเตอร์แอคทีฟเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราสามารถแสดงข้อมูลตำแหน่งในรูปแบบแผนที่ได้อย่างสะดวก และช่วยให้เราสามารถเข้าใจแนวโน้มของข้อมูลที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
19 May 2023
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings