สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)

Data Tax เมื่อข้อมูลมีมูลค่าเหมือนสินทรัพย์ แล้วต่อไปจะโดนเก็บภาษีไหม?

Jun 30, 2022

เมื่อข้อมูลมีมูลค่ามหาศาลเฉกเช่นเดียวกับน้ำมันหรือทองคำ จึงไม่แปลกใจที่บริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google หรือ Facebook จึงพยายามรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ให้มากที่สุด ถ้าหากมองว่าข้อมูลเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า… แล้วอย่างนี้จะโดนเรียกเก็บภาษีข้อมูล (Data Tax) หรือไม่นะ

ทำไมจึงมีความต้องการจัดเก็บภาษีข้อมูล

สาเหตุหลักคือหลาย ๆ แพลตฟอร์มมีการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้จำนวนมาก ผู้ใช้บางคนอาจจะมองว่ามากเกินไป จึงควรจะมีอะไรมาควบคุมการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ให้ลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็น GDPR ของ EU หรือ PDPA ของประเทศไทยเองที่ระบุว่าข้อมูลส่วนบุคคลควรมีการจัดเก็บให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

ในสารคดี The Social Dilemma บน Netflix มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่บริษัทเหล่านี้นำข้อมูลจำนวนมากของผู้ใช้มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในแพลตฟอร์ม ซึ่งในสารคดีนั้นก็แสดงให้เห็นว่ามีอดีตพนักงานของ Google ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวว่า ถ้าเรามีการจัดเก็บภาษีของข้อมูล บริษัทก็จะจัดเก็บข้อมูลแค่เท่าที่จำเป็น หรือเท่าที่จะสร้างกำไรให้กับบริษัทได้

Social Dilemma series on Netflix
สารคดี Social Dilemma

เราจะเก็บภาษี Data Tax จากอะไร และมีวิธีการอย่างไร

ภาษีจาก Data Collection

ลักษณะเดียวกันกับการเก็บภาษีถ่านหินในหลายประเทศ ที่คิดอัตราภาษีต่อปริมาณถ่านหินที่ถูกขุดมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการใช้ถ่านหินซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน ในมุมมองของการจัดเก็บข้อมูลก็คงเป็นการลดปริมาณการจัดเก็บข้อมูลเพื่อเคารพความเป็นส่วนบุคคลของผู้ใช้ ทุกครั้งที่มีการไหลของข้อมูลเข้ามาก็จะคำนวณเม็ดเงินภาษี ความยากอยู่ที่ว่าเราจะตีมูลค่าของข้อมูลที่ไหลเข้ามาได้อย่างไร ข้อมูลที่ไหลมาส่วนไหนที่ควรถูกเก็บภาษีและส่วนไหนได้รับการยกเว้น

ภาษีจาก Data Storage

อีกวิธีคือการประเมินภาษีจากปริมาณข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ ไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์หรือบนเครื่อง ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีการเช่าคลาวด์เพื่อบันทึกข้อมูล ก็จะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มจากการเช่านั้นตามความจุของคลาวด์ ซึ่งผลที่ตามมาก็จะทำให้บริษัทพยายามลดการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ นอกจากนี้ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือลดการใช้พลังงานสำหรับเครื่อง Server อีกด้วย

Data Storage on Cloud as a data tax evaluation method

แต่ละประเทศมีมุมมองต่อ Data Tax อย่างไร

ทาง EU ได้ถกเถียงมาสักพักหนึ่งแล้วว่าจะเก็บภาษีจาก Digital Transaction ได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น อาจจะเก็บภาษีจากข้อมูลลูกค้าที่ถูกบันทึกระหว่างการเข้าใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด และแต่ละประเทศสมาชิกก็ได้เริ่มหันมาหาวิธีจัดเก็บภาษีของตัวเอง

ฝั่งสหรัฐอเมริกาก็เจอปัญหาเดียวกัน ที่ผ่านมาเคยพยายามจัดเก็บภาษีการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตแต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ ปัญหาหลักคือการโฆษณานั้นไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ภูมิศาสตร์เดียวซึ่งจะทำให้เกิดความสับสนในการคำนวณภาษีหรือเกิดการซ้ำซ้อนได้ เพราะแต่ละรัฐก็จะมีนโยบายภาษีที่ต่างกัน ซึ่งก็สามารถมองได้ว่าการเก็บภาษีของข้อมูลก็จะพบปัญหาเดียวกัน

Tax collection model for internet advertisement proposed by MeCCSA
ตัวอย่างโมเดลการคำนวณภาษีการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต จาก MeCCSA

ในประเทศจีนก็เริ่มมีแนวคิดนี้ โดยทางรัฐบาลมองว่าแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่ถือข้อมูลไว้มากมาย เช่น Alibaba และ Tencent สามารถสร้างรายได้จากข้อมูลเหล่านั้น ผู้ว่าเมืองฉงชิงได้กล่าวเอาไว้ว่าแพลตฟอร์มที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลควรคืนกำไรที่ได้กลับไปยังเจ้าขอข้อมูล 20-30% แต่นี่ก็อาจมองได้ว่าเป็นความพยายามที่รัฐบาลจีนพยายามกุมอำนาจด้าน Data Economy ให้เหนือฝั่งเอกชน

ผลกระทบของการเก็บภาษีข้อมูล

1. ค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทที่ให้บริการต่าง ๆ เพิ่มเติมไปจากภาษีรายได้ที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว บริษัทที่มีขนาดเล็กอาจได้รับผลกระทบมากกว่าทำให้ยิ่งเกิดการผูกขาดโดยผู้เล่นรายใหญ่ นอกจากนี้บริษัทอาจผลักภาระไปที่ลูกค้า เช่น ผู้ใช้บริการโฆษณาในแพลตฟอร์ม

2. ผลักภาระไปที่ผู้บริโภค ผู้ให้บริการอาจจะผลักค่าใช้จ่ายไปที่ผู้ใช้ระบบ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มค่าบริการ หรือ กำหนดให้ผู้ใช้ต้องส่งข้อมูลการใช้งานขั้นต่ำในการใช้ระบบที่จะมาหักล้างเงินภาษีที่เพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งดูน่าจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น

3. ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูลมีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีโดยเฉพาะ Artificial Intelligence (AI) ที่ต้องอาศัยข้อมูลในการสอนตัว AI ภาษีข้อมูลจึงเป็นกำแพงที่ทำให้การพัฒนา AI มีราคาสูงขึ้นโดยเฉพาะกับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก บริษัทในประเทศที่มีการใช้ภาษีเหล่านี้ก็อาจเสียเปรียบในการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีกับประเทศที่ไม่มีภาษีข้อมูล

บทสรุป

สุดท้ายภาษีข้อมูลก็ยังคงเป็นเรื่องของอนาคตโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้เท่าไหร่ ซึ่งต่อให้มีความต้องการที่จะจัดเก็บ ในทางปฏิบัติก็ยังทำจริงได้ยาก ไม่ต่างกับภาษีคริปโทเคอร์เรนซีที่เป็นประเด็นร้อนในทุกวันนี้

แหล่งที่มา

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีและข้อมูล

เนื้อหาโดย นนทวิทย์ ชีวเรืองโรจน์

ตรวจทานและปรับปรุงโดย ดวงใจ จิตคงชื่น

Nontawit Cheewaruangroj, PhD

Project Manager and Senior Data Scientist at Big Data Institute (Public Organization), BDI

Asst. Prof. Duangjai Jitkongchuen, PhD

Vice President, Manpower Development Division at Big Data Institute (Public Organization), BDI