16 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “AI Ecosystem Strategies: Building and Scaling National AI Ecosystems – Lessons from Global Leaders and Implications for Thailand” ภายในงาน CU x NVAITC Joint Symposium: AI for Industry and Government ณ อาคารสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการขับเคลื่อนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI Ecosystem) ของประเทศไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยควรมุ่งสร้าง Sovereign AI หรืออธิปไตยด้านปัญญาประดิษฐ์บนพื้นฐานของข้อมูลและโมเดล AI ของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันด้านการผลิตโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ เช่น GPU ได้ในระดับโลก จึงควรสร้างความได้เปรียบผ่านการพัฒนาโมเดล AI ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยด้านเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดคุณค่าสูงสุด

หนึ่งในกลไกสำคัญคือ โครงการ Thai Large Language Model (ThaiLLM) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) และภาคีเครือข่าย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของประเทศไทยในรูปแบบ Open-weight/Open-license เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป นักพัฒนา และผู้ประกอบการไทย สามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรม AI ได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ BDI ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดทำ ยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้าน AI วางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI สำหรับภาครัฐ รวมถึงผลักดันการพัฒนา AI ในรูปแบบ Demand-led AI ที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคเศรษฐกิจจริง เพื่อให้การลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืน

ในด้านการสร้างระบบนิเวศ AI ศ. ดร.ธีรณี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานใน 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว การผลิต สาธารณสุข การเกษตร การเงิน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ พร้อมสนับสนุนการจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้าน AI Governance, Data Governance ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการพัฒนา AI ที่มีความน่าเชื่อถือ

สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า การนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะภาครัฐที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ BDI จึงสนับสนุนแนวทางการจัดตั้ง Innovation Team เพื่อศึกษา Workflow วิเคราะห์โอกาสในการประยุกต์ใช้ AI และร่วมออกแบบการปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิม ช่วยลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการให้บริการประชาชน

ศ. ดร.ธีรณี ยังกล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI คือ “Empathy” หรือความเห็นอกเห็นใจของผู้นำองค์กร ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่แรงงาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยี ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ

การเข้าร่วมเสวนาของ BDI ในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทในฐานะหน่วยงานหลักด้าน Big Data และ AI ของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล สร้างระบบนิเวศ AI ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI
- Narisara Boonsri
- Narisara Boonsri
- Narisara Boonsri






