Page 2

News

BDI ถ่ายทอด 3 มุมมอง Data–AI ในงาน September Series 2026 ชูข้อมูลพร้อมใช้ ขับเคลื่อน Healthcare–Workforce สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ
24 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Data และ AI ภายในงาน September Series 2026 ผ่าน 3 มุมมองสำคัญ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link การใช้ Workforce Analytics ยกระดับการบริหารกำลังคน ไปจนถึงการวางรากฐานข้อมูลคุณภาพเพื่อรองรับ AI และ Predictive Models สะท้อนบทบาทของ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่องค์กรและประเทศ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ BDI ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดจากประสบการณ์การทำงานจริงในหลากหลายมิติ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีและ AI มาสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงได้ และพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Interoperability in Practice: Linking Healthcare for Better Patient Outcomes” โดยนำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยบริการสุขภาพที่ใช้ระบบแตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย พญ.ปฐมพร กล่าวว่า “Interoperability ไม่ใช่แค่การทำให้ระบบเชื่อมถึงกัน แต่คือการทำให้ข้อมูลสุขภาพพร้อมใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Health Link ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพที่มีระบบ Hospital Information System (HIS) แตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิม พร้อมนำมาตรฐาน HL7 FHIR และรหัสมาตรฐานทางการแพทย์มาใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลสามารถ “คุยกันรู้เรื่อง” และนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลต่างแห่ง แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ ประวัติการรักษา การแพ้ยา และการใช้ยาเดิม ภายใต้การกำหนดสิทธิและความยินยอมที่เหมาะสม ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา ทั้งนี้ Health Link ใช้แนวทาง Decentralization โดยข้อมูลยังคงอยู่กับหน่วยบริการต้นทาง ขณะที่ BDI ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมระบบยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ และ Consent เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกิดขึ้นควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกหนึ่งมิติสำคัญคือการนำข้อมูลและ AI มาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดย นางสาวเกศพร สุคตะ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Digital HR Forum 2026 ในหัวข้อ “Workforce Analytics to be Competitive Advantage” ถ่ายทอดแนวคิดการยกระดับการบริหารกำลังคนในยุค AI จากการใช้ข้อมูลเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ไปสู่การวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุ คาดการณ์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นางสาวเกศพร กล่าวว่า “Workforce Analytics ไม่ใช่แค่การดูข้อมูลคน แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจ พัฒนาคน และสร้างความได้เปรียบให้องค์กร” การก้าวสู่ Data-Driven HR จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การปรับ Mindset ให้เปิดรับเทคโนโลยี กล้าทดลอง และทำงานร่วมกับทีมด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับ Workforce Analytics จากการตอบคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การวิเคราะห์ว่า “ทำไมจึงเกิด” “อะไรมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” และ “องค์กรควรดำเนินการอย่างไรต่อไป” นอกจากนี้ Automation และ Agentic AI ยังสามารถเข้ามาช่วยลดภาระจากงานซ้ำซ้อนในกระบวนการด้าน HR อาทิ การช่วยคัดกรองและจัดลำดับใบสมัคร ตลอดจนการประมวลผลและตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องวางรากฐานให้พร้อมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Data, Technology และ People Capability หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลจำนวนมาก แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight และนำ Insight ไปสู่การตัดสินใจที่ช่วยพัฒนาคน วางแผนกำลังคน และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในระยะยาว ด้านการวางรากฐานข้อมูลเพื่อรองรับการใช้ AI นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Managing Modern Healthcare Through Data, AI and Predictive Models” ถ่ายทอดแนวคิดการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและประเทศด้วย Data, AI และ Predictive Models โดยชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน นพ.ธนกฤต กล่าวว่า “ข้อมูลคือ ‘กระดุมเม็ดแรก’ ของ AI หากข้อมูลถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน การวิเคราะห์และการตัดสินใจก็จะมีความแม่นยำ พร้อมต่อยอด Data สู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลลัพธ์ได้จริง” BDI จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อลดข้อจำกัดจากปัญหา Data Silo ทำให้ข้อมูลจากหลายภาคส่วนสามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก่อนต่อยอดสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Predictive Analytics, Generative AI, Agentic AI และ Sovereign AI โดยเฉพาะในระบบสุขภาพ การมีข้อมูลที่เชื่อมโยง มีคุณภาพ และพร้อมใช้งาน จะช่วยยกระดับจากการวิเคราะห์ว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การคาดการณ์ว่า “อะไรอาจเกิดขึ้นต่อไป” ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนด้านทรัพยากร บุคลากร และการให้บริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้ง 3 มุมมองสะท้อนแนวคิดสำคัญร่วมกันว่า “ข้อมูลที่พร้อมใช้” คือรากฐานของการสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อยกระดับบริการประชาชน การใช้ข้อมูลกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อรองรับ AI และการวิเคราะห์ขั้นสูง BDI เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดการใช้ประโยชน์ พร้อมต่อยอด...
24 September 2026
BDI ร่วมเวที Data, Analytics and Cloud 2026 ชูบทบาท D2 เชื่อมโยงข้อมูล สู่การขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นรูปธรรม
23 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ September Series 2026 ในฐานะเจ้าภาพร่วมจัดงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ภายใต้แนวคิด Powering Decisions with Real-Time and AI-Ready Data ซึ่งจัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โอกาสนี้ ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสปัญญาประดิษฐ์และบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายในหัวข้อ “From Data Silos to AI-Ready Platforms: The Role of D2 in Rewiring Thailand’s Data Ecosystem” ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์จากการพัฒนา แพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) ของ BDI ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงาน โดยยังคงรักษาสิทธิ์และบทบาทของหน่วยงานเจ้าของข้อมูลไว้เช่นเดิม ช่วยให้ข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงและนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ต้องอาศัยข้อมูลอย่างทันท่วงที ทั้งในภาวะวิกฤตและการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมากหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่คือความสามารถในการ “เชื่อมโยงข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง” ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล ความมั่นคงปลอดภัย และการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การใช้ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ การวางแผน และการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ภายในงาน BDI ยังร่วมจัดนิทรรศการ พร้อมแนะนำแพลตฟอร์มและโครงการต่าง ๆ ของสถาบันฯ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ และส่งเสริมการนำ Big Data และ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ครั้งที่ 8 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ September Series 2026 เพื่อเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมและการประชุมวิชาการด้าน Data Analytics และ Cloud สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร พร้อมสร้างเครือข่ายระบบนิเวศด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และประสบการณ์จากการใช้งานจริง เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
23 September 2026
BDI ผนึก “มติชน” หนุน ThaiLLM เติมข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง วางรากฐาน National Data Bank for AI ขับเคลื่อน AI Sovereignty ของไทย
21 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดยศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และ นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) “โครงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์” โดยมี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ นายวิชญศักดิ์ สุวรรณทัต รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและไอที เครือมติชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM) และ คลังข้อมูลกลางเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (National Data Bank for AI) โดยนำศักยภาพด้านข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูงจากฐานข้อมูลในเครือมติชนมาสนับสนุนการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของประเทศไทย เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศ AI ของไทย และวางรากฐานสู่อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Sovereignty) เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI บนฐานข้อมูลและบริบทของประเทศอย่างยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM เป็นความร่วมมือระหว่าง BDI กับหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) รวมถึงอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยในระยะแรกได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อพัฒนา ThaiLLM ให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่สำคัญของประเทศ และเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการสร้างโมเดลภาษาที่แข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่มุ่งเน้นการสร้างทรัพยากรข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง การพัฒนาโมเดลที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของสังคมไทย ไปจนถึงการสร้างเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักพัฒนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนสามารถเข้าถึงและนำทรัพยากรพื้นฐานมูลค่าสูงเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอด AI ของคนไทยได้ “หัวใจสำคัญของการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ประเทศไทย คือ การมีข้อมูลภาษาไทยที่มีคุณภาพและสะท้อนบริบทของสังคมไทยอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับมติชน จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารและเนื้อหาภาษาไทยคุณภาพสูงมาสนับสนุนการพัฒนา ThaiLLM ให้เข้าใจภาษา เหตุการณ์ และบริบทของสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น โดย BDI มีบทบาทในการพัฒนา ThaiLLM และ National Data Bank for AI ขณะที่มติชนสนับสนุนข้อมูลคุณภาพสำหรับการประมวลผลและพัฒนาโมเดล พร้อมร่วมเผยแพร่ผลการศึกษา วิจัย และพัฒนา เพื่อเสริมความมั่นคงด้านภาษา วางรากฐาน AI Sovereignty และขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI ของไทยให้เติบโตอย่างมีทิศทาง” ศ. ดร.ธีรณี กล่าว นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2570 นี้มติชนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 เครือมติชน ได้แก่ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐี และศิลปวัฒนธรรม ยังคงทำหน้าที่ผลิตและรวบรวมข้อมูลข่าวสารภาษาไทยที่สะท้อนทั้งเหตุการณ์ ความเปลี่ยนแปลง และบริบทของสังคมไทยในหลากหลายมิติ โดยยังคงบทบาทของการเป็นสื่อที่นำเสนอความจริงและองค์ความรู้เพื่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเรามีฐานข้อมูล เนื้อหา และองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ ความร่วมมือกับ BDI ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำทรัพยากรข้อมูลที่มีคุณภาพมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในมิติใหม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนา ThaiLLM ให้สามารถเข้าใจภาษา เนื้อหา และบริบทของสังคมไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่คนไทยสามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อยอดได้จริง “เครือมติชนเชื่อว่า ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น ข้อมูลคุณภาพ คือรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ ตลอดระยะเวลาการทำงานด้านข่าวและเนื้อหาที่มีมาอย่างยาวนาน มติชนได้สั่งสมข้อมูลที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความร่วมมือในครั้งนี้ เราจึงให้การสนับสนุนด้านข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากฐานข้อมูลของสื่อต่าง ๆ ในเครือฯ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมองค์ความรู้และบริบทในมิติต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ความเชี่ยวชาญในการเรียบเรียงและใช้ภาษาไทยในแบบกองบรรณาธิการข่าวก็เป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนา AI ให้เข้าใจบริบทและการสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมีคุณภาพ การนำองค์ความรู้และข้อมูลภาษาไทยที่มติชนสั่งสมมาตลอด 50 ปี มาผสานกับศักยภาพด้านข้อมูลและเทคโนโลยีของ BDI จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนการพัฒนาโมเดล AI แต่คือการร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานความรู้ภาษาไทยสำหรับอนาคต ที่ช่วยให้เทคโนโลยีเข้าใจบริบทของสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ นักพัฒนา สังคม และประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายปราปต์ กล่าว สำหรับความคืบหน้าโครงการ ThaiLLM ปัจจุบันโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรข้อมูล โมเดล เครื่องมือ และชุดเกณฑ์มาตรฐาน (benchmarks) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาและประเมินโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทย เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาไทยในการประยุกต์ใช้ต่อยอดให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี AI ที่ตอบโจทย์ในบริบทของตนเอง ทรัพยากรและข้อมูลที่โครงการรวบรวมและพัฒนาขึ้นได้ถูกนำมาใช้ในการสร้างและเผยแพร่โมเดลพื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face (https://huggingface.co/ThaiLLM) โดยปัจจุบันได้มีการเผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B และ 30B พารามิเตอร์ เพื่อเป็นหนึ่งในทรัพยากรกลางสำหรับในการพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลเฉพาะทางตามความต้องการ โดยมีเครือข่ายพันธมิตรผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทยจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ Pathumma LLM โดย NECTEC, OpenThai โดย AIEAT, Typhoon โดย SCB DataX และ THaLLE โดย KBTG ให้ความสนใจและนำโมเดลไปทดลองพัฒนาต่อยอด นอกจากนี้โครงการ ThaiLLM ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปทดลองใช้งานโมเดลที่ถูกต่อยอดจากเครือข่ายพันธมิตรผู้พัฒนาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ ThaiLLM Playground (https://www.thaillm.or.th/) ทั้งในรูปแบบแชทบอท และ API สำหรับนักพัฒนา โดยรองรับมาตรฐาน OpenAI-compatible  ณ ปัจจุบันตัวระบบได้มีผู้สนใจเข้าทดลองใช้งานแล้วมากกว่า 14,000 คน ครอบคลุมตั้งแต่นักศึกษา นักพัฒนา ไปจนถึงองค์กรธุรกิจ สะท้อนการขยายตัวของระบบนิเวศ ThaiLLM จากการพัฒนาโมเดลพื้นฐานสู่การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึง ทดลอง และนำ AI ภาษาไทยไปต่อยอดใช้งานจริง
21 September 2026
ดีอี จัดพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
. 18 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง โดยมี นายแพทย์ธนกฤต จินตวร นักบริหารกิจการพิเศษ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ นายกิตติศักดิ์ สะอาดเอี่ยม ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ BDI เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ (อาคารซี) .
18 September 2026
BDI ร่วมเวที Job Fair พสวท. แชร์ประสบการณ์ เปิดมุมมองคนรุ่นใหม่ สู่การขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI
17 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย นายไพโรจน์ เจริญศรี นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ร่วมบรรยายและแชร์ประสบการณ์บนเวที Job Fair ภายในงานกิจกรรมส่งเสริมสมรรถนะผู้รับทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานตอบแทนทุน จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “Science Talent for Thailand’s Future” ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ BDI ยังได้ร่วมออกบูทเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภารกิจของสถาบันฯ ในการขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI เพื่อส่งเสริมการเติบโตในทุกมิติอย่างมีทิศทาง พร้อมทั้งถ่ายทอดบทบาทและศักยภาพของ BDI ในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภายในงานมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 20 หน่วยงาน ร่วมออกบูทเพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้รับทุน พสวท. เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับบทบาทของหน่วยงานในหลากหลายสาขา รวมถึงค้นหาแนวทางในการต่อยอดองค์ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจ และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในอนาคต
17 September 2026
BDI ร่วมผนึกเชื่อมโยงข้อมูล–เทคโนโลยี ยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติของประเทศ มุ่งใช้ Big Data–AI เพิ่มความแม่นยำ เข้าถึงประชาชนทันเหตุการณ์
15 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา (อต.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เพื่อบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ ยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศโดยมี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกล่าวมอบนโยบาย ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมกล่าวแสดงเจตนารมณ์และลงนามความร่วมมือ โดย BDI จะนำความเชี่ยวชาญด้านการบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการวิเคราะห์สถานการณ์ การเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนภัย ช่วยให้ภาครัฐมองเห็นสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำ และส่งต่อข้อมูลสำคัญถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Integration and Exchange) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลกลางที่มีความสมบูรณ์และเป็นเอกภาพ พร้อมต่อยอดสู่ แดชบอร์ดเตือนภัยล่วงหน้าแบบรวมศูนย์ (Unified Early Warning Dashboard) ซึ่งจะเป็นระบบสารสนเทศหลักสำหรับติดตาม วิเคราะห์ เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ พร้อมกันนี้ ทั้ง 4 หน่วยงานจะร่วมส่งเสริม การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) นวัตกรรม และแบบจำลองการคาดการณ์ภัยพิบัติเชิงพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารแจ้งเตือนตามแนวทาง Early Warnings for All (EW4All) เพื่อให้การออกประกาศเตือนภัยมีความเป็นเอกภาพ และสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building) ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับทักษะของเจ้าหน้าที่ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน สำหรับ BDI โดยโครงการ Envi Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสิ่งแวดล้อม จะมีบทบาทในการบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและแดชบอร์ดสำหรับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ควบคู่กับการส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลตามหลัก ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับหน่วยงานภาคี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติ รวมถึงร่วมเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์น้ำและข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางของหน่วยงาน ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการ “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” โดยนำข้อมูลที่กระจายอยู่ในแต่ละหน่วยงาน (Data Silos) มาเชื่อมโยงและวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ การคาดการณ์ความเสี่ยง และการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การจัดทำโครงการย่อยภายใต้กรอบความร่วมมือ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี แบบจำลอง และระบบเฝ้าระวังให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน สู่การยกระดับประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
15 September 2026
BDI คว้า “รางวัลเลิศรัฐ 2569” ด้านบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น ชู Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพ สู่บริการประชาชนแบบไร้รอยต่อ
10 กันยายน 2569, นนทบุรี – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นางวิชุดา วิริยะอุตสาหกุล รองผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมด้วยผู้แทนจาก กรมการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA แพทยสภา และกรุงเทพมหานคร เข้ารับ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ด้านบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น” จากผลงาน “แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Link) เพื่องานบริการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ” ประเภท บูรณาการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ภายในงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นประธาน และมอบรางวัล การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนความสำเร็จของ โครงการ Health Link ในการนำเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงข้อมูลมาสนับสนุนการพัฒนาบริการสุขภาพภาครัฐ โดยเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่กระจายอยู่ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ลดข้อจำกัดจากข้อมูลที่แยกอยู่ในหลายระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของประชาชน ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ 6 หน่วยงาน ที่นำบทบาทและความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาร่วมกันพัฒนา ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริการสุขภาพ ตลอดจนมาตรฐานและแนวทางที่เกี่ยวข้อง สะท้อนแนวคิด “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” เพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานให้สามารถนำมาใช้ยกระดับบริการประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม Health Link โครงการภายใต้การดำเนินงานของ BDI สะท้อนความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานมาใช้ยกระดับบริการภาครัฐ ช่วยลดข้อจำกัดจากการทำงานแบบแยกส่วน และทำให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้สร้างคุณค่าแก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย BDI พร้อมเดินหน้าร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อผลักดันให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ยกระดับบริการภาครัฐ และขับเคลื่อนประเทศภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data”
10 September 2026
BDI ผนึก 4 ภาคี ติดอาวุธ Big Data–AI บุคลากรท่องเที่ยวกว่า 1,100 คน ผ่าน 10 เวทีทั่วประเทศ ขับเคลื่อนท่องเที่ยวด้วยข้อมูล เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย
10 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TCT) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงาน “SHAPING THAI TOURISM: Success, Lessons Learned & the Way Forward” ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดทิศทางการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ ภาคเทคโนโลยี และผู้ประกอบการท่องเที่ยวร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้จริง ตลอดปี 2569 ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันยกระดับทักษะด้าน Big Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ให้แก่บุคลากรและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 1,100 คน ผ่านกิจกรรมอบรมและเวิร์กช็อป 10 เวที ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผน และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย และเป็นภาคส่วนที่มีข้อมูลเกิดขึ้นจำนวนมากในทุกวัน ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้ข้อมูลไม่หยุดอยู่เพียงในฐานข้อมูลหรือรายงาน แต่สามารถนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้จริง โดย “ข้อมูลจะมีค่าก็ต่อเมื่อถึงมือคนหน้างาน” ซึ่งการจัดกิจกรรมทั้ง 10 เวที เป็นส่วนหนึ่งของการลดช่องว่างระหว่างข้อมูลที่มีอยู่ในระดับประเทศกับความสามารถในการนำข้อมูลไปใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลมาตอบโจทย์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์กลุ่มนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาการเดินทาง ระยะเวลาพำนัก ศักยภาพของพื้นที่ ตลอดจนการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและแคมเปญการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ กิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่พื้นฐานด้าน Big Data การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลกลางด้านการท่องเที่ยว Travel Link และ Travel Link Dashboard เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและศักยภาพเชิงพื้นที่ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI ทั้ง Machine Learning, Predictive AI และ Agentic AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม พยากรณ์สถานการณ์ และพัฒนางานบริการด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการ “ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล” (Shaping Thai Tourism by Big Data, AI & Digital Transformation) ได้ดำเนินกิจกรรมระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 รวม 10 เวที ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ อุดรธานี กรุงเทพมหานคร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บุรีรัมย์ เชียงราย กระบี่ ระยอง ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่อำเภอหัวหิน ครอบคลุมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,100 คน จากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าร่วมจาก ภาครัฐกว่า 500 คน ภาคเอกชนกว่า 400 คน และกลุ่มอื่น ๆ กว่า 200 คน สะท้อนถึงความตื่นตัวในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการในพื้นที่ทั่วประเทศ ในอนาคตทั้ง 5 ภาคีพร้อมเดินหน้าต่อยอดจากการพัฒนาทักษะด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ไปสู่การสร้าง Data-Driven Tourism Ecosystem ผ่านการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเทคโนโลยี และภาคธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
10 September 2026
รองนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการ BDI ชู Health Link–ThaiLLM ขับเคลื่อนบริการภาครัฐด้วย Data และ AI ในงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ 2569
10 กันยายน 2569, นนทบุรี – นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายในงานเสวนาวิชาการและพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569โดยมี นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link และ นายปฏิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอภารกิจของสถาบันฯ และการดำเนินงานของโครงการ Health Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ และ ThaiLLM (Thai Large Language Model) โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้ภายในงาน พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล BDI ได้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและความก้าวหน้าของโครงการ Health Link บนเวที “บริการภาครัฐยุค AI ลดภาระ เพิ่มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ประชาชน” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างปลอดภัย ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และหลักธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยบริการสุขภาพ ปัจจุบัน Health Link สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยบริการสุขภาพแล้วกว่า 19,000 แห่งทั่วประเทศ โดยระบบทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลมากกว่า 30 รูปแบบ และ ไม่มีการนำข้อมูลสุขภาพของประชาชนมาจัดเก็บไว้ที่ BDI ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง อาทิ ข้อมูลโรค ประวัติการใช้ยา และประวัติการแพ้ยา ผ่านแอปพลิเคชันที่ภาครัฐสนับสนุน รวมถึงสามารถให้ความยินยอมแก่แพทย์เพื่อเปิดดูข้อมูลประกอบการรักษาได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย ลดการตรวจซ้ำ และสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น BDI พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลอย่างมีมาตรฐาน มั่นคงปลอดภัย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับบริการภาครัฐและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เพื่อข้อมูลที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ – Driving our nation with data”
10 September 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings