Page 7

News

BDI ร่วมเวที World Bank แนะแนวทางกำกับ Data Center ไทย มุ่งสร้างสมดุลการลงทุน–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม หนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ
13 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม Knowledge Café ภายใต้หัวข้อ “Data Centers: From Reform to Investment” ซึ่งจัดโดย World Bank Group ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนา Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลการประกอบกิจการ Data Center ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยมี 3 ประการ ได้แก่ การกระจายอำนาจอนุญาตอยู่ในหลายหน่วยงาน (Fragmented Authority) ทำให้การขออนุญาตจัดตั้ง Data Center ต้องผ่านกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง การขาดข้อมูลภาพรวม Data Center ของประเทศที่เป็นระบบเดียวกัน (Limited Visibility) ทั้งจำนวน ประเภท และที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล และ การขาดกรอบหลักเกณฑ์ร่วมในการพิจารณาโครงการ (Unclear Decision Framework) เพื่อกำหนดความเหมาะสมของการลงทุนและพื้นที่ตั้งโครงการ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว ภาครัฐได้จัดตั้งกลไกคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาแนวทางกำกับดูแล และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างพิจารณาการพัฒนากรอบหลักเกณฑ์สำหรับการอนุมัติโครงการลงทุนผ่านแนวทาง Decision Tree ซึ่งครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ พิจารณาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) และประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Usage Effectiveness: WUE) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การก่อสร้างและผังเมือง พิจารณาขนาดโครงการ ความต้องการใช้ไฟฟ้า ระบบเชื้อเพลิงสำรอง ระยะถอยร่นของอาคาร และความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง ทั้งเขตที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งมีข้อจำกัดและเงื่อนไขแตกต่างกัน 3. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการ ทั้งด้านเสียง กลิ่น และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ โดยอาศัยการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ศ. ดร.ธีรณี ยังสะท้อนมุมมองว่า การพิจารณาโครงการลงทุน Data Center ไม่ควรมุ่งเพียงการผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ต้องประเมินถึง ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากรไทย การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจดิจิทัลในประเทศ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการ Cloud และ AI ตลอดจนการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ โดยแนวทางกำกับดูแลที่กำลังพัฒนาจะต้องรองรับผู้ประกอบการอย่างหลากหลาย ทั้ง Data Center ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน Mr. Mahesh Uttamchandani, Regional Practice Director for Digital & AI in East Asia and Pacific and South Asia Regions, World Bank Group ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน Data Center โดยระบุว่า แต่ละประเทศมีระดับความพร้อม ศักยภาพ และความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยตรง การใช้ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กร่วมกับบริการ Cloud ระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในระดับท้องถิ่น World Bank ยังเน้นย้ำบทบาทของภาครัฐในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์ด้าน Data Governance ที่ชัดเจน การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ การปรับปรุงกระบวนการอนุมัติการลงทุนให้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการไฟฟ้า น้ำ และที่ดินอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมการใช้บริการ Cloud ของภาครัฐเพื่อสร้างความต้องการใช้งานที่ชัดเจนและสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว การแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนานโยบาย Data Center ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการใช้ทรัพยากร ผลกระทบต่อชุมชน และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับ พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน ขอบคุณภาพจาก: World Bank Group
13 October 2026
BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลพร้อมใช้ ต่อยอด ThaiLLM–กำลังคน AI ผนึกภาครัฐ–เอกชน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
8 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน พร้อมเปิดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้พร้อมใช้ ต่อยอด AI ภาษาไทยและกำลังคนด้าน Data–AI รวมถึงขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนข้อมูลสู่ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า แนวคิด “Big Data for a Resilient Thailand” สะท้อนบทบาทของข้อมูลในการเตรียมประเทศไทยให้สามารถรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน โดยข้อมูลเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ประเทศเข้าใจสถานการณ์ มองเห็นความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ภายใต้กติกา มาตรฐาน และกลไกที่สร้างความเชื่อมั่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุด “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 และแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568–2570 เป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบให้การเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ AI และการพัฒนากำลังคน โดยบทบาทของ BDI คือการทำให้ความพร้อมด้านข้อมูลนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ตอบโจทย์ประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่บทบาท National Data Backbone ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง D2 เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถแบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ” นายกุลิศ กล่าว ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ภายใต้หัวข้อ “Data Backbone for a Resilient Thailand เชื่อมข้อมูลพร้อมรับอนาคต” โดยชูข้อมูลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และการพัฒนากลไกให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา BDI มุ่งวางรากฐานให้ข้อมูลของประเทศสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จึงเป็นช่วงสำคัญของการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในการกำหนดนโยบาย การยกระดับบริการประชาชน และการรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศ เป้าหมายของเรา คือ ทำให้ข้อมูลไม่เพียง ‘เชื่อมถึงกัน’ แต่ต้อง ‘พร้อมใช้’ และสร้างคุณค่าได้จริง หนึ่งในกลไกสำคัญคือ D2 หรือ Data Integration and Intelligence Platform แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ National Data Backbone เพื่อสนับสนุนการแบ่งปันและใช้ประโยชน์จากข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 เพื่อให้ข้อมูลพร้อมสนับสนุนการกำหนดนโยบาย บริการประชาชน และการรับมือสถานการณ์สำคัญของประเทศ [จาก “วางรากฐาน” สู่ “สร้างผลลัพธ์” หมุดหมายสำคัญของ BDI ปีที่ 4]การก้าวสู่ปีที่ 4 สะท้อนการขยับจากการวางรากฐานด้านข้อมูล สู่การนำ Data และ AI ไปใช้กับโจทย์จริง ผ่าน “BDI Forward: Progress in Action เปิดความก้าวหน้า สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ซึ่งนำเสนอความก้าวหน้าและแผนปี 2570 ของโครงการสำคัญ ได้แก่ Travel Link เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว, Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการรักษาและส่งต่อผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง, Envi Link วิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อเฝ้าระวังและรับมือปัญหา โดยเฉพาะ PM 2.5 และ PD Link เชื่อมข้อมูลระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจเชิงพื้นที่ อีกหนึ่งแกนสำคัญคือ การพัฒนากำลังคนด้าน Data และ AI ผ่านแนวทาง Micro-credential เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และรับรองทักษะเฉพาะด้าน ควบคู่กับ THackle และกิจกรรม Hackathon ที่เปิดโอกาสให้นำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง และต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ [ต่อยอด ThaiLLM สู่ AI ที่เข้าใจบริบทประเทศไทย]ด้านปัญญาประดิษฐ์ นายปฏิภาณ ประเสริฐสม (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ เปิดทิศทาง ThaiLLM 2570 มุ่งยกระดับโมเดลภาษาไทยให้ครอบคลุมบริบทของประเทศมากขึ้น ทั้งการรวบรวมข้อมูลภาษาถิ่นเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางภาษา การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงและทดลองใช้งาน การพัฒนา Benchmark ด้านการสกัดข้อมูลและการตรวจจับข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลให้รองรับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น การพัฒนาดังกล่าวเชื่อมโยงกับแนวคิด AI Sovereignty หรือการเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อรองรับบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และบริการภาครัฐ [เปิดมุมมองยุทธศาสตร์ AI ประเทศไทย สู่ Intelligent Nation]อีกหนึ่งไฮไลต์คือ เวที “Thailand AI Strategy ยุทธศาสตร์ AI ของไทย” ซึ่งแลกเปลี่ยนมุมมองต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2570–2575 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Intelligent Nation – Built. Trusted. Useful” มุ่งเร่งการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการสร้างอธิปไตยทาง AI ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ กำลังคน และการสร้างมูลค่า เวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม CEO/Co-Founder ZTRUS, ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ AIEAT และ CEO iApp...
8 October 2026
BDI พิธีบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2569
7 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล และทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2569 “วันนวมินทรมหาราช” โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหารกระทรวง และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ตลอดจนหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารซี
7 October 2026
BDI คว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา AI for Public Good ตอกย้ำบทบาทการขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ
7 ตุลาคม 2569, ประเทศอินโดนีเซีย – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI รับรางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา ASOCIO AI for Public Good Award โดยมี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นผู้แทนรับรางวัล ณ Swissotel Jakarta PIK Avenue Hotel กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในการประชุม ASOCIO Digital & AI Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2569 การดำเนินงานของ BDI มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมี ThaiLLM เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญ ภายใต้แนวทาง Sovereign AI ที่มุ่งเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และพัฒนา AI ให้สอดคล้องกับภาษา วัฒนธรรม และบริบทของไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน โดยการดำเนินงานของ ThaiLLM ครอบคลุมทั้งการพัฒนาคลังข้อมูลภาษาไทย แบบจำลองภาษาพื้นฐาน และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา รวมถึง ThaiLLM Playground และบริการ API เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคธุรกิจ และนักพัฒนาทดลองและต่อยอด AI ให้เหมาะกับการใช้งานของตนเอง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะและการสร้างชุมชนนักพัฒนา AI ของประเทศ ควบคู่กัน BDI ประยุกต์ใช้ AI ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลในมิติต่าง ๆ ได้แก่ Health Link ซึ่งสนับสนุนการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพื่อประกอบการวางแผนและตัดสินใจด้านสาธารณสุข Travel Link ซึ่งนำ AI มาใช้พัฒนาผู้ช่วยด้านการท่องเที่ยวหลายภาษา และ Envi Link ซึ่งผสานข้อมูลสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค และการวิเคราะห์ภาพด้วย AI เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ BDI ยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายสามารถนำมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย วางแผน และพัฒนาบริการสาธารณะได้อย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ ทั้งความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความมั่นคงปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมมีมนุษย์กำกับดูแลและตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI โดยเฉพาะการใช้งานที่มีผลกระทบสูง เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมอย่างเหมาะสม รางวัลนี้มอบโดยสมาพันธ์ ASOCIO (Asian-Oceanian Computing Industry Organization) องค์กรนานาชาติที่ประกอบด้วยสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการจาก 24 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย–โอเชียเนีย โดยสาขา AI for Public Good มุ่งยกย่ององค์กรที่นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้แก้ไขความท้าทายสำคัญของสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและทั่วถึง ทั้งนี้ สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ได้เสนอชื่อ BDI เข้ารับการพิจารณา ก่อนที่ ASOCIO จะพิจารณามอบรางวัลสาขานี้ของประเทศไทยให้กับ BDI
7 October 2026
BDI ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดีอี ครบรอบ 10 ปี ร่วมขับเคลื่อน 1 ทศวรรษ เศรษฐกิจดิจิทัลไทย สู่อนาคตแห่งโอกาส
30 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 10 ปี “A DECADE of Thailand's Digital Economy : A Future of PossibilitiesW : 1 ทศวรรษ เศรษฐกิจดิจิทัลไทย สู่อนาคตแห่งโอกาส” โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหารกระทรวงฯ รวมถึง ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พร้อมเจ้าหน้าที่ BDI  ตลอดจนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง บริเวณชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ (อาคารซี) ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่
30 September 2026
BDI หนุนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล เชื่อม Big Data–AI สู่เครื่องมือคาดการณ์และตัดสินใจ ยกระดับบริหารสินค้าเกษตรไทย
30 กันยายน 2569, นนทบุรี – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงาน “ใกล้เก็บเกี่ยว: ก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลง สู่อนาคตการเกษตรไทย” พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือคาดการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ภาครัฐสามารถเตรียมมาตรการรองรับผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างทันท่วงที ภายใต้ความร่วมมือของ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรของประเทศจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่ การบริหารสถานการณ์ล่วงหน้าด้วยข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล ภูมิสารสนเทศ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์ การวางแผน และการบริหารสถานการณ์ล่วงหน้า โดยเริ่มจาก “ข้าว” เป็นกรณีนำร่อง ก่อนขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่นตามความเหมาะสม เพื่อสร้างเสถียรภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.อิสระพงศ์ เอกสินชล หัวหน้าทีมด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมขับเคลื่อนแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเชิงพื้นที่ โดย BDI มีบทบาทสนับสนุนด้าน การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเชื่อมโยงข้อมูล การประยุกต์ใช้ AI มาตรฐานด้านดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัย เพื่อวางรากฐานให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ กรอบความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวงให้ความสำคัญกับ การบูรณาการข้อมูลตลอดห่วงโซ่สินค้าเกษตร ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลการผลิต พื้นที่เพาะปลูก ทะเบียนเกษตรกร ภูมิสารสนเทศ ผลผลิต ราคา สต็อก การตลาด อุปสงค์ อุปทาน ตลอดจนการค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถเชื่อมโยงผ่าน API หรือช่องทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางด้านมาตรฐานและธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผน และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการพัฒนาหรือสนับสนุน ฐานข้อมูล แพลตฟอร์ม Dashboard แอปพลิเคชัน แบบจำลองคาดการณ์ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ตลอดจน AI Chatbot และเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการสินค้าเกษตรตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับส่วนกลาง ไปจนถึงระดับจังหวัดและพื้นที่ รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และวิเคราะห์โอกาสทางการค้า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ BDI ในการผลักดันแนวคิด “Data to Action” เปลี่ยนข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานให้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยง วิเคราะห์ และพร้อมใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ภาครัฐสามารถมองเห็นสถานการณ์ล่วงหน้า วางแผนบริหารผลผลิต และกำหนดมาตรการได้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรไทยจาก “การแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น” สู่ “การรู้ล่วงหน้าและวางแผนได้” ด้วยพลังของ Big Data และ AI เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างเสถียรภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่การยกระดับรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการขับเคลื่อน “ข้อมูลที่พร้อมใช้” ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
30 September 2026
BDI ตอกย้ำมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คว้าใบประกาศนียบัตรจากโครงการ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards
25 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้ารับใบประกาศนียบัตรจากโครงการ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานและองค์กรในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BDI ในการพัฒนาระบบ กระบวนการ และการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการขับเคลื่อนภารกิจด้านข้อมูลขนาดใหญ่ และปัญญาประดิษฐ์  เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ใบประกาศนียบัตรนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ BDI ในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การบริหารจัดการความเสี่ยง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากข้อมูลและบริการ ทั้งนี้ BDI ยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำศักยภาพของข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีคุณภาพ มั่นคงปลอดภัย และสามารถเชื่อถือได้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
25 September 2026
BDI ถ่ายทอด 3 มุมมอง Data–AI ในงาน September Series 2026 ชูข้อมูลพร้อมใช้ ขับเคลื่อน Healthcare–Workforce สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ
24 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Data และ AI ภายในงาน September Series 2026 ผ่าน 3 มุมมองสำคัญ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link การใช้ Workforce Analytics ยกระดับการบริหารกำลังคน ไปจนถึงการวางรากฐานข้อมูลคุณภาพเพื่อรองรับ AI และ Predictive Models สะท้อนบทบาทของ “ข้อมูลที่พร้อมใช้” ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่องค์กรและประเทศ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ BDI ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดจากประสบการณ์การทำงานจริงในหลากหลายมิติ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีและ AI มาสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงได้ และพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Interoperability in Practice: Linking Healthcare for Better Patient Outcomes” โดยนำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่าน Health Link เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยบริการสุขภาพที่ใช้ระบบแตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย พญ.ปฐมพร กล่าวว่า “Interoperability ไม่ใช่แค่การทำให้ระบบเชื่อมถึงกัน แต่คือการทำให้ข้อมูลสุขภาพพร้อมใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Health Link ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพที่มีระบบ Hospital Information System (HIS) แตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิม พร้อมนำมาตรฐาน HL7 FHIR และรหัสมาตรฐานทางการแพทย์มาใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลสามารถ “คุยกันรู้เรื่อง” และนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลต่างแห่ง แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ ประวัติการรักษา การแพ้ยา และการใช้ยาเดิม ภายใต้การกำหนดสิทธิและความยินยอมที่เหมาะสม ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา ทั้งนี้ Health Link ใช้แนวทาง Decentralization โดยข้อมูลยังคงอยู่กับหน่วยบริการต้นทาง ขณะที่ BDI ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมระบบยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ และ Consent เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกิดขึ้นควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกหนึ่งมิติสำคัญคือการนำข้อมูลและ AI มาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดย นางสาวเกศพร สุคตะ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล BDI ร่วมบรรยายบนเวที Digital HR Forum 2026 ในหัวข้อ “Workforce Analytics to be Competitive Advantage” ถ่ายทอดแนวคิดการยกระดับการบริหารกำลังคนในยุค AI จากการใช้ข้อมูลเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ไปสู่การวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุ คาดการณ์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นางสาวเกศพร กล่าวว่า “Workforce Analytics ไม่ใช่แค่การดูข้อมูลคน แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจ พัฒนาคน และสร้างความได้เปรียบให้องค์กร” การก้าวสู่ Data-Driven HR จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การปรับ Mindset ให้เปิดรับเทคโนโลยี กล้าทดลอง และทำงานร่วมกับทีมด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับ Workforce Analytics จากการตอบคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การวิเคราะห์ว่า “ทำไมจึงเกิด” “อะไรมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” และ “องค์กรควรดำเนินการอย่างไรต่อไป” นอกจากนี้ Automation และ Agentic AI ยังสามารถเข้ามาช่วยลดภาระจากงานซ้ำซ้อนในกระบวนการด้าน HR อาทิ การช่วยคัดกรองและจัดลำดับใบสมัคร ตลอดจนการประมวลผลและตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องวางรากฐานให้พร้อมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Data, Technology และ People Capability หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลจำนวนมาก แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight และนำ Insight ไปสู่การตัดสินใจที่ช่วยพัฒนาคน วางแผนกำลังคน และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในระยะยาว ด้านการวางรากฐานข้อมูลเพื่อรองรับการใช้ AI นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ร่วมบรรยายบนเวที Healthcare Technology Summit 2026 ในหัวข้อ “Managing Modern Healthcare Through Data, AI and Predictive Models” ถ่ายทอดแนวคิดการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและประเทศด้วย Data, AI และ Predictive Models โดยชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน นพ.ธนกฤต กล่าวว่า “ข้อมูลคือ ‘กระดุมเม็ดแรก’ ของ AI หากข้อมูลถูกต้อง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน การวิเคราะห์และการตัดสินใจก็จะมีความแม่นยำ พร้อมต่อยอด Data สู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลลัพธ์ได้จริง” BDI จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อลดข้อจำกัดจากปัญหา Data Silo ทำให้ข้อมูลจากหลายภาคส่วนสามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก่อนต่อยอดสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Predictive Analytics, Generative AI, Agentic AI และ Sovereign AI โดยเฉพาะในระบบสุขภาพ การมีข้อมูลที่เชื่อมโยง มีคุณภาพ และพร้อมใช้งาน จะช่วยยกระดับจากการวิเคราะห์ว่า “เกิดอะไรขึ้น” ไปสู่การคาดการณ์ว่า “อะไรอาจเกิดขึ้นต่อไป” ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนด้านทรัพยากร บุคลากร และการให้บริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้ง 3 มุมมองสะท้อนแนวคิดสำคัญร่วมกันว่า “ข้อมูลที่พร้อมใช้” คือรากฐานของการสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อยกระดับบริการประชาชน การใช้ข้อมูลกำลังคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อรองรับ AI และการวิเคราะห์ขั้นสูง BDI เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดการใช้ประโยชน์ พร้อมต่อยอด...
24 September 2026
BDI ร่วมเวที Data, Analytics and Cloud 2026 ชูบทบาท D2 เชื่อมโยงข้อมูล สู่การขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นรูปธรรม
23 กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ September Series 2026 ในฐานะเจ้าภาพร่วมจัดงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ภายใต้แนวคิด Powering Decisions with Real-Time and AI-Ready Data ซึ่งจัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โอกาสนี้ ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสปัญญาประดิษฐ์และบูรณาการข้อมูล BDI ร่วมบรรยายในหัวข้อ “From Data Silos to AI-Ready Platforms: The Role of D2 in Rewiring Thailand’s Data Ecosystem” ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์จากการพัฒนา แพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence Platform) ของ BDI ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงาน โดยยังคงรักษาสิทธิ์และบทบาทของหน่วยงานเจ้าของข้อมูลไว้เช่นเดิม ช่วยให้ข้อมูลจากหลายแหล่งสามารถเชื่อมโยงและนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ต้องอาศัยข้อมูลอย่างทันท่วงที ทั้งในภาวะวิกฤตและการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมากหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่คือความสามารถในการ “เชื่อมโยงข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง” ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล ความมั่นคงปลอดภัย และการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การใช้ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ การวางแผน และการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ภายในงาน BDI ยังร่วมจัดนิทรรศการ พร้อมแนะนำแพลตฟอร์มและโครงการต่าง ๆ ของสถาบันฯ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศข้อมูลของประเทศ และส่งเสริมการนำ Big Data และ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับงาน Data, Analytics and Cloud 2026 ครั้งที่ 8 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ September Series 2026 เพื่อเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมและการประชุมวิชาการด้าน Data Analytics และ Cloud สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร พร้อมสร้างเครือข่ายระบบนิเวศด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และประสบการณ์จากการใช้งานจริง เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนองค์กรและประเทศด้วยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม
23 September 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings