8 มิถุนายน 2569, กรุงเทพมหานคร – สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนอันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน สังกัดกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายตามประกาศสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันผันผวน ให้จัดทำแดชบอร์ดแสดงข้อมูลห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของประเทศไทย (Thailand Oil Supply Chain) เพื่อบูรณาการข้อมูลและและนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจในภาวะวิกฤติด้านพลังงานของประเทศ

คณะทำงานจาก BDI นำโดย ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูล พร้อมทีมผู้แทนจากโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (D2) เข้าเสนอผลการพัฒนาแดชบอร์ดเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันตามห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ณ ห้องประชุมธารา กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ทั้งนี้คณะทำงาน D2 ยังได้เสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าเพื่อการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ และติดตามสถานการณ์น้ำมันด้วยข้อมูลที่อัปเดตเป็นรายวัน โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลด้านพลังงานของประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของตลาดน้ำมัน และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีแผนขยายผลการบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งจากกรมสรรพสามิต และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเห็นข้อมูลในหลายมิติที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมในมุมมองอื่นเพิ่มเติม

แดชบอร์ด “ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน” เป็นการบูรณาการข้อมูลจาก 4 เสาหลัก (Pillars) ของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน อันได้แก่ การจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป การกระจายน้ำมัน และการจำหน่ายน้ำมัน โดยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมของระบบอุปทานน้ำมันได้อย่างครบถ้วนในระดับรายวัน แดชบอร์ดดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน เช่น ภาคขนส่ง ภาคบริการ ภาคการเกษตร ภาคประมง และภาคสาธารณสุข ซึ่งต้องพึ่งพาการใช้พาหนะหรือเชื้อเพลิงในการดำเนินงาน เพื่อช่วยชะลอและลดความรุนแรงของวิกฤติการขาดแคลนน้ำมัน (Oil Shortage Crisis) นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนแนวทางตามประกาศกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงด้านน้ำมันสำรองและการบริหารจัดการอุปทานน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกภาคส่วน รวมถึงการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน การนำข้อมูลมาบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมันของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากวิกฤติด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
การร่วมมือดังกล่าวขับเคลื่อนโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล จากโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (D2) ของ BDI ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ในระดับประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อรองรับประเด็นท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในหลากหลายมิติ




