Page 2

AI

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI เดินหน้าพัฒนาแผนที่ดัชนีความเปราะบางต่อฝุ่น PM2.5 รับฟังความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการออกแบบนโยบายอากาศสะอาดที่ครอบคลุมและเป็นธรรม
23 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดยโครงการ Envi Link จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ “เครื่องมือจัดทำแผนที่ดัชนีความเปราะบางต่อมลพิษทางอากาศฝุ่น PM2.5 (PM2.5 Vulnerability Map)” ภายใต้โครงการ “การจัดทำแผนที่คุณภาพอากาศและประชากรกลุ่มเปราะบาง เพื่อการออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมและเป็นธรรม” โดยเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาเครื่องมือให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านคุณภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ โรงแรมปริ๊นซ์ตัน กรุงเทพมหานคร นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครได้บูรณาการข้อมูลจาก 6 สำนัก ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักพัฒนาสังคม สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงทั้งข้อมูลคุณภาพอากาศ ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลทางสังคม เพื่อประเมินระดับความเปราะบางของพื้นที่และประชากรที่อาจได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ “เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือ การใช้ข้อมูลเพื่อระบุพื้นที่และประชากรกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ โดยพิจารณาร่วมกันทั้งระดับการสัมผัสมลพิษ ปัจจัยด้านสุขภาพ และปัจจัยทางสังคม เพื่อสนับสนุนการกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง การสื่อสารความเสี่ยง การดูแลกลุ่มเปราะบาง และการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม” นางสาววรนุชกล่าว นอกจากนี้ เครื่องมือดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐในการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานเชิงพื้นที่เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ด้าน ดร.ศรัณธร ภู่สิงห์ ผู้จัดการโครงการ Envi Link กล่าวว่า BDI มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation) ผ่านการส่งเสริมการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การพัฒนาแพลตฟอร์ม Envi Link เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนและมีปัจจัยแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ การพัฒนา “แผนที่คุณภาพอากาศและประชากรกลุ่มเปราะบาง” มีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ความเปราะบางของประชากรต่อผลกระทบจากมลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และผู้มีภาวะสุขภาพที่ไวต่อผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ เพื่อสนับสนุนการจัดทำนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Policy) และพัฒนาศักยภาพบุคลากรของกรุงเทพมหานครให้สามารถใช้งานและต่อยอดเครื่องมือดังกล่าวในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอแนวคิดและผลการพัฒนาเครื่องมือ พร้อมเปิดรับความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ตัวแปรและข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการคำนวณดัชนีความเปราะบาง แนวทางการนำเครื่องมือไปใช้สนับสนุนการออกแบบมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ตลอดจนแนวทางการกำกับดูแลและบำรุงรักษาระบบในระยะยาว การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Breathe Cities ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การ C40 กองทุน Clean Air Fund มูลนิธิ Bloomberg Philanthropies และกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในเขตเมือง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน BDI เชื่อมั่นว่า การบูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วนและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเสริมสร้างเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพสำหรับการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ นำไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีข้อมูลรองรับ ครอบคลุม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
23 June 2026

บทความ

หมดยุคเดาสุ่ม! พณ. x BDI ใช้ดาต้าขับเคลื่อน สปีดพาณิชย์ไทยก้าวล้ำนำเทรนด์โลก
23 มิถุนายน 2569, นนทบุรี – ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ โดย ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กับ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI เพื่อบูรณาการข้อมูลและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับสู่องค์กรอัจฉริยะและขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี การจับมือกันในครั้งนี้ BDI จะเข้ามาสนับสนุนกระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มพาณิชย์อัจฉริยะ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางด้านข้อมูลและ AI ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด ช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ ราคาและปริมาณสินค้าเกษตรทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน กฎหมายระเบียบทางการค้า และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ โดยดำเนินงานร่วมกันผ่าน 6 ภารกิจหลัก: การผนึกกำลังครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาทรานส์ฟอร์มระบบเศรษฐกิจการค้าไทยให้ก้าวหน้า ทันโลก และตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
23 June 2026

บทความ

BDI ผนึกเครือข่ายเดินหน้า “Thailand’s LLM Direction” ขับเคลื่อนทิศทาง LLM ไทย สู่การพัฒนา Sovereign AI อย่างยั่งยืน
18 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ จัดงานสัมมนา “Thailand’s LLM Direction: ทิศทาง LLM ไทย เพื่ออธิปไตยทาง AI อย่างยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด Realizing Sovereign AI เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวโน้มเทคโนโลยี และทิศทางการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ของประเทศไทย โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งด้าน AI ที่ตอบโจทย์บริบทไทย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนา AI ของประเทศ ทั้งนี้ ภายในงานมีการนำเสนอหัวข้อสำคัญ อาทิ “บทบาท BDI กับการพัฒนา Sovereign AI” โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนบทบาทของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศ AI ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “LLM Trends and Thailand’s Direction” โดย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และนายปฏิภาณ ประเสริฐสม ผู้จัดการโครงการ ThaiLLM ได้นำเสนอแนวโน้มเทคโนโลยี LLM ในระดับโลกและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย รวมถึงหัวข้อ “Leveraging Sovereign AI for Business” โดย ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การนำเสนอ “AI Thailand Benchmark: The Pillar of the Sovereign AI Ecosystem” โดย ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ NECTEC ได้สะท้อนความสำคัญของมาตรฐานและกลไกการประเมินศักยภาพ AI ไทย เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโมเดล AI ที่พัฒนาภายในประเทศ ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “Research Capability as the Foundation of Sovereign AI” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของงานวิจัย บุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนา AI ของประเทศไทย การจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับพันธกิจของ BDI ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล สร้างองค์ความรู้ พัฒนากำลังคนดิจิทัล และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างนวัตกรรม AI ที่มีอธิปไตยทางเทคโนโลยี (Sovereign AI) รองรับความต้องการของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง BDI เชื่อมั่นว่า การพัฒนา LLM และ Sovereign AI ที่อาศัยข้อมูลคุณภาพสูง งานวิจัยที่เข้มแข็ง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับบริการภาครัฐ และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนไทยในอนาคต
18 June 2026

บทความ

LEAD NEXT: หลักสูตร Big Data & AI สำหรับผู้บริหารยุคใหม่ ที่อยากเปลี่ยนความรู้ให้เป็นผลลัพธ์จริงในองค์กร
เมื่อ Big Data และ AI ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย IT อีกต่อไป ในยุคที่ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร ผู้บริหารในทุกระดับจำเป็นต้องเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ วางกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มลงทุนด้าน AI และ Data Analytics มากขึ้น แต่ยังพบความท้าทายสำคัญ คือ บุคลากรและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยยังไม่มั่นใจว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จึงพัฒนา หลักสูตร LEAD NEXT: Hands-on Big Data & AI for Next-Level Future Leaders หลักสูตรอบรมสำหรับผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง ผู้จัดการโครงการ และบุคลากรศักยภาพสูงขององค์กร ที่ต้องการเรียนรู้ Big Data และ AI ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Learning) เพื่อนำกลับไปต่อยอดการทำงานและสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรได้ทันที LEAD NEXT หลักสูตรที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ LEAD หลายปีที่ผ่านมา BDI ได้จัดหลักสูตร LEAD สำหรับผู้บริหารระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หนึ่งในข้อเสนอแนะที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง คือ ความต้องการหลักสูตรที่ตอบโจทย์ผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติ LEAD NEXT จึงถูกออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเทคโนโลยี Big Data และ AI ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในองค์กร ผ่านกรณีศึกษา เวิร์กชอป และเครื่องมือ AI ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เรียนรู้ Big Data และ AI อย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่รู้จักศัพท์ ผู้บริหารจำนวนมากเคยได้ยินคำว่า Big Data, Machine Learning, Generative AI หรือ AI Agent แต่ยังไม่แน่ใจว่าความแตกต่างคืออะไร และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับบริบทขององค์กร LEAD NEXT จะช่วยปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ผู้เรียนจะได้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ พร้อมเข้าใจว่าควรลงทุนหรือประยุกต์ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อัปเดต AI Tools พร้อม Live Demo เห็นภาพการใช้งานจริง หนึ่งในจุดเด่นของหลักสูตร คือ การสาธิตการใช้งานเครื่องมือ AI ผ่าน Live Demonstration ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ว่า ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุน Workshop จริง ใช้ AI ช่วยทำงานได้ทันที LEAD NEXT ไม่ใช่หลักสูตรที่เน้นการบรรยายเพียงอย่างเดียว แต่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้งาน AI ผ่าน Workshop จากโจทย์ที่พบได้จริงในการทำงาน ตัวอย่างกิจกรรม Hands-on ได้แก่ ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกเขียน Prompt อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้กับงานประจำได้ทันที ช่วยลดเวลาการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ สร้าง Dashboard เป็น เข้าใจ Data Storytelling มากขึ้น ข้อมูลที่ดีจะไม่มีคุณค่า หากไม่สามารถสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจได้ หลักสูตร LEAD NEXT จึงมีเนื้อหาด้าน Business Intelligence และ Dashboard Design ที่ช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจหลักการสำคัญของการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ เมื่อจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะสามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ทีมงานและผู้บริหารเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้ Agentic AI เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนอนาคตการทำงาน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ LEAD NEXT คือ Workshop ด้าน Agentic AI จากเดิมที่ AI ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ปัจจุบัน AI Agent สามารถช่วยวางแผน ทำงานเป็นลำดับขั้น และประสานงานหลายกระบวนการร่วมกันได้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ เนื้อหาส่วนนี้ช่วยให้ผู้บริหารเห็นทิศทางการใช้ AI ในระดับองค์กร และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สร้างทีม Data และ AI ให้แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนองค์กร การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร Data-Driven ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคนและวัฒนธรรมองค์กร LEAD NEXT จึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับ พร้อมกรณีศึกษาจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม Data Governance และ PDPA เรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องรู้ เมื่อองค์กรนำข้อมูลและ AI มาใช้งานมากขึ้น ความเสี่ยงด้านข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลักสูตรจึงครอบคลุมเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย หลักสูตรเข้มข้น 4 วัน พร้อมเครือข่ายผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม LEAD NEXT จัดอบรมทั้งหมด 4 วัน ได้แก่ วันที่ 13, 14, 20 และ 21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม ibis Styles Bangkok Ratchada โดยครอบคลุม 7 หัวข้อสำคัญ ตั้งแต่ Big Data & AI Essentials, AI Trends, Dashboard & Storytelling, AI Tools Workshop, Agentic AI, Data-Driven Culture ไปจนถึง Data Governance และ PDPA นอกจากองค์ความรู้และการฝึกปฏิบัติ ผู้เข้าอบรมยังมีโอกาสสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต พร้อมก้าวสู่การเป็น Future Leader ด้วย Big Data และ AI หากคุณเป็นผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง ผู้จัดการโครงการ หรือบุคลากรศักยภาพสูงที่ต้องการเพิ่มทักษะด้าน Big Data และ AI เพื่อยกระดับการทำงานและสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กร หลักสูตร LEAD...
15 June 2026

บทความ

BDI ชูพลัง Data และ AI ยกระดับภาคการผลิตไทย สร้างความสามารถแข่งขันสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ในงาน ProPak Asia 2026
12 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมจัดเวทีเสวนาในงาน ProPak Asia 2026 ภายใต้แนวคิด Data-Driven Manufacturing: Empowering Thai Factories to OvercomeGlobal Economic Challenges with Precision Data เดินหน้าผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคการผลิตและผู้ประกอบการ SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ บรรยายหัวข้อ “Unlocking Business Potential: Enabling Data-Driven Growth” กล่าวว่า ในโลกธุรกิจปัจจุบัน “Data” ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ AI ได้เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ BDI ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI มุ่งสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่เอื้อต่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูล ตลอดจนการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ โครงการ “The UP: Unlock Potential with Data & AI” ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 3 โดย BDI พัฒนาขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ SME รายกิจการ มุ่งสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลและ AI มาใช้แก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การวาง Data Roadmap ไปจนถึงการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตลอด 2 ปี ที่ผ่านมา ผลลัพธ์จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ The UP สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ข้อมูลในการยกระดับธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของบริษัท การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภายในบริษัท การสร้าง Dashboard แบบ Real-Time การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการยกระดับบุคลากรให้สามารถใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ BDI ยังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญของการใช้ข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กรควบคู่กัน เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์เชิงลึกและมองเห็นภาพรวมของตลาดได้อย่างครบถ้วน อันจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ BDI เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจาก 2 ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตที่เคยเข้าร่วมโครงการ The UP โดยได้รับเกียรติจาก คุณรัฐศักดิ์ สกุลวัชรอนันต์ บริษัท ดี ซี แอล พลาสติก จำกัด และคุณมนตรี ไตรเพทพิสัย บริษัท โบแม็ก จำกัดมาร่วมแชร์ความสำเร็จในการนำ Data และ AI มาประยุกต์ใช้ในภาคการผลิต ภายใต้หัวข้อ “Scaling Up: Data-Driven Business in Action” เพื่อถ่ายทอดบทเรียน แนวคิด และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงศักยภาพของข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจและพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ BDI เชื่อมั่นว่าการสร้างวัฒนธรรมการใช้ข้อมูล การพัฒนาทักษะด้าน Data และ AI และการสนับสนุนให้เกิดการประยุกต์ใช้จริงในภาคธุรกิจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Enabling Data-Driven Nation” ที่มุ่งใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับคนไทยทุกคน สำหรับงาน ProPak Asia 2026 เป็นงานแสดงเทคโนโลยีด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงกว่า 2,500 แบรนด์ชั้นนำจาก 45 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
12 June 2026

บทความ

บทบาทของ Big Data ในการพัฒนาภาครัฐ
Big Data กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการบริหารภาครัฐทั่วโลก โดยเปิดโอกาสให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ให้บริการประชาชนได้ตรงจุด และป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ยังมีความท้าทายสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของประชาชน ต้นทุนการลงทุนที่สูง และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ความสำเร็จของการใช้ Big Data ในภาครัฐจึงต้องอาศัยการออกแบบระบบที่สมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน พร้อมทั้งต้องมีกฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่รัดกุม Big Data คืออะไรและทำไมภาครัฐต้องให้ความสำคัญ Big Data หมายถึงข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีปริมาณมหาศาล มีความหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถจัดการด้วยเครื่องมือทั่วไปได้ ข้อมูลเหล่านี้อาจมาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ฐานข้อมูลราชการ ระบบกล้องวงจรปิด อุปกรณ์ IoT โซเชียลมีเดีย หรือธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะสามารถสกัดข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าออกมาได้ บริบทของการใช้ Big Data ในภาครัฐไทยและต่างประเทศ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เริ่มนำ Big Data มาใช้ในการบริหารราชการอย่างแพร่หลาย สิงคโปร์ใช้ระบบ Smart Nation เพื่อบริหารจัดการเมือง เกาหลีใต้ใช้วิเคราะห์ข้อมูลสาธารณสุขเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนสหรัฐอเมริกาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับการฉ้อโกงภาษี สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้เริ่มมีการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุขใช้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพประชาชน กระทรวงคมนาคมใช้วิเคราะห์ข้อมูลการจราจร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานป.ป.ช.) ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบการทุจริต ประโยชน์ของการใช้ Big Data ในภาครัฐ การพัฒนานโยบายที่อิงข้อมูล Big Data ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถเข้าใจปัญหาและความต้องการของประชาชนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะตัดสินใจจากสมมติฐานหรือข้อมูลที่ล้าสมัย การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและสามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ ข้อมูลเศรษฐกิจ และข้อมูลพฤติกรรมสังคม สามารถช่วยวางแผนการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม การให้บริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล ระบบ Big Data ทำให้ภาครัฐสามารถปรับแต่งการให้บริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ เช่น ระบบสามารถแนะนำสวัสดิการที่ประชาชนมีสิทธิ์ได้รับโดยอัตโนมัติ หรือปรับเส้นทางการเดินทางของรถโดยสารสาธารณะตามความต้องการในแต่ละช่วงเวลา การบริการแบบนี้ไม่เพียงแต่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและบริการที่พึงมีพึงได้อย่างครบถ้วน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน การวิเคราะห์ข้อมูลช่วยระบุจุดที่สิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ภาครัฐสามารถปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในอาคารราชการสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างสามารถช่วยเจรจาราคาที่ดีขึ้น การเสริมสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต ระบบ Big Data Analytics สามารถตรวจจับรูปแบบที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายงบประมาณที่ผิดปกติ หรือการหลีกเลี่ยงภาษี ระบบสามารถส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทันท่วงที นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะในรูปแบบที่เข้าใจง่ายยังช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้ด้วย การปรับปรุงการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสถานการณ์วิกฤต เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือการระบาดของโรค การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินสถานการณ์ วางแผนการช่วยเหลือ และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม หรือการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางเพื่อติดตามการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ข้อจำกัดและความท้าทายของ Big Data ในภาครัฐ ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและสิทธิมนุษยชน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในวงกว้างอาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน โดยเฉพาะหากข้อมูลถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การให้บริการสาธารณะ ในบางประเทศ ระบบ Big Data ถูกใช้เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมประชาชน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การขาดกฎหมายและกลไกคุ้มครองที่เข้มงวดอาจทำให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ได้ง่าย ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึง ระบบที่อาศัย Big Data อาจสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มประชากรที่มีข้อมูลดิจิทัลกับกลุ่มที่ไม่มี ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอาจไม่ได้รับประโยชน์จากระบบ หรือแย่กว่านั้นคืออาจถูกละเลยในการออกแบบนโยบาย เพราะข้อมูลของพวกเขาไม่ปรากฏในระบบ สิ่งนี้อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมรุนแรงขึ้น ต้นทุนและความซับซ้อนในการดำเนินการ การสร้างระบบ Big Data ที่มีประสิทธิภาพต้องใช้การลงทุนสูงมากทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สำหรับประเทศกำลังพัฒนาหรือหน่วยงานที่มีงบประมาณจำกัด การลงทุนเริ่มต้นอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ นอกจากนี้ ความซับซ้อนของเทคโนโลยียังทำให้การบำรุงรักษาและพัฒนาระบบต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ท้าทาย คุณภาพของข้อมูลและความลำเอียง ผลลัพธ์ที่ได้จาก Big Data มีคุณภาพเท่ากับคุณภาพของข้อมูลที่นำเข้า หากข้อมูลมีความผิดพลาด ไม่สมบูรณ์ หรือมีความลำเอียง การวิเคราะห์ก็จะให้ผลที่ผิดพลาดตามไปด้วย อัลกอริทึมที่เรียนรู้จากข้อมูลที่มีอคติอาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่ตั้งใจ เช่น ระบบให้ความสำคัญกับกลุ่มประชากรบางกลุ่มมากกว่ากลุ่มอื่น หรือมีการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม ความปลอดภัยของข้อมูลและภัยคุกคามทางไซเบอร์ ข้อมูลของภาครัฐเป็นเป้าหมายสำคัญของอาชญากรไซเบอร์ แฮกเกอร์ และแม้แต่รัฐบาลต่างประเทศ การถูกโจมตีทางไซเบอร์อาจส่งผลให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหล ระบบล่ม หรือข้อมูลถูกดัดแปลง ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ แต่ยังกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนต่อภาครัฐ การรักษาความปลอดภัยของระบบจึงต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลอ้างอิง
8 June 2026

บทความ

BDI ปลื้ม! โครงการ Health Link คว้ารางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold ตอกย้ำ บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัลของประเทศ
5 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – โครงการ Health Link สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล และ น.ส.น้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ร่วมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ Thai HealthTech Excellence Awards 2026 ระดับ Gold ในสาขา HealthTech Ecosystem Supporter จากสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (Thai HealthTech Association: THTA) ภายในงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร รางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BDI ในการพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการ Health Link ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประเทศ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยบริการสุขภาพอย่างมีมาตรฐาน และความปลอดภัย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุขดิจิทัลของประเทศไทย ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการ Health Link มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ และสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยในระยะยาว การได้รับรางวัลในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ BDI และโครงการ Health Link ที่ได้รับการยอมรับจากภาคส่วนในวงการ HealthTech ของประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาทในการเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศด้านสุขภาพดิจิทัล (HealthTech Ecosystem) และการขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับบริการสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน BDI ขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตร เครือข่ายความร่วมมือ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ Health Link อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป
5 June 2026

บทความ

BDI ผลักดันภารกิจ “National Backbone” ผ่านแพลตฟอร์ม D2 ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Big Data & AI มุ่งเป้าสร้างนโยบายที่แม่นยำเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน
27 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน eGovernment Forum 2026 หัวข้อ “A Big Shift for Public Value with Data, Analytics & AI” เดินหน้าภารกิจหลักในการเป็นองค์กรขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & AI) โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Deep Analytics) เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเป็น “ขุมทรัพย์” ของภาครัฐให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศและกำหนดนโยบายแบบมุ่งเป้า ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ดร.สุนทรีย์ กล่าวว่า ภารกิจของ BDI ไม่ใช่การรวบรวมข้อมูล แต่คือการสร้าง “ถนนข้อมูล” (National Backbone) ผ่านแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก (Insights) ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยปัจจุบัน BDI มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่เป็น Data Scientist และ Data Engineer มากถึง 60% ขององค์กร พร้อมให้บริการในรูปแบบ “Answer as a Service” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะทางของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมชูความสำเร็จด้วย Use Cases ที่จับต้องได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านภารกิจสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการ Travel Link: การนำข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาวิเคราะห์เชิงสถิติและแสดงผลผ่าน Dashboard ช่วยให้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง สามารถวางแผนวางแผนธุรกิจและการตลาดได้อย่างแม่นยำ การจัดสวัสดิการแบบมุ่งเป้า: D2 ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ จาก 15 กระทรวง 14 หน่วยงาน รวม 29 ฝ่าย เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน แก้ปัญหารายชื่อตกหล่นจากระบบ ทำให้รัฐบาลสามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้ถึงตัวบุคคลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การพยากรณ์สินค้าเกษตร: ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาแดชบอร์ดแสดงผลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์ปริมาณข้าว เตรียมหาตลาดรองรับล่วงหน้าและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจโลก การก้าวข้ามความท้าทายด้วยธรรมาภิบาลข้อมูล แม้ว่าจะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่ BDI ได้สร้างความเชื่อมั่นผ่านระบบ Data Governance ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมั่นใจในการแบ่งปันข้อมูล ทั้งนี้ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล เพื่อบูรณาการข้อมูลหน่วยงานรัฐให้เชื่อมโยงกัน พร้อมแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดอย่างทันท่วงที “นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยน Mindset หากเราเปิดใจในการใช้ข้อมูลร่วมกัน เราจะสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคของประเทศได้ ทำให้เกิดการใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation” ดร.สุนทรีย์ กล่าวทิ้งท้าย งาน eGovernment Forum 2026 เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) โดยเปิดเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การจัดงานครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐอัจฉริยะที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนเสริมสร้างการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งภายในและข้ามหน่วยงาน เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน
27 May 2026

บทความ

BDI เปิดบ้านต้อนรับนิสิต คณะวิศวฯ มศว. ถ่ายทอดองค์ความรู้ Big Data และ AI สู่การเป็น Data-Driven Nation
18 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ ณ อาคารสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ในการนี้ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายภารกิจและบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การส่งเสริมการใช้ Big Data และ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การพัฒนานวัตกรรม และการยกระดับศักยภาพของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา พร้อมการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ จากนั้น ผศ. ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน บรรยายในหัวข้อ “การผสานเทคโนโลยี IoT, Big Data และ AI: สถาปัตยกรรมขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต” ถ่ายทอดแนวคิดพร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การบริหารจัดการข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และบริหารจัดการเมืองในอนาคต นอกจากนี้ นายชยสิน แซ่เตีย วิศวกรข้อมูลอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ บรรยายหัวข้อ “เปิดโลกอาชีพ Data Platform และ AI กับโจทย์จริงระดับประเทศ” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสายอาชีพด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินโครงการแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ (Data Integration and Intelligence Platform: D2) เชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ มุ่งบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างการวางแผนเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BDI ในการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและ AI ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
18 May 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings