Data Driven Nation

Data Driven Nation

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ผนึก อีวาย ประเทศไทย จัดงาน “AI Sovereignty & the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative” เดินหน้าขับเคลื่อนอธิปไตยด้าน AI ของประเทศไทย
29 เมษายน 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) ร่วมกับ อีวาย ประเทศไทย เดินหน้าจัดงาน “AI Sovereignty & the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative” ขับเคลื่อน “Sovereign AI” ในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน มุ่งส่งเสริมอธิปไตยทางดิจิทัล ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว พร้อมผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและสร้างระบบนิเวศ AI ไทยที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศอย่างแท้จริง ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “การพัฒนา Sovereign AI เป็นวาระสำคัญของประเทศไทย โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถในการพัฒนา และกำกับดูแลเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บนพื้นฐานของข้อมูลคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อให้การใช้ AI เกิดประโยชน์อย่างมั่นคง ปลอดภัย และสอดคล้องกับบริบทของประเทศ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI อย่างยั่งยืน กระทรวงดีอีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการวางรากฐานของประเทศในยุค AI หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ThaiLLM ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BDI, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อสร้างกลไกในการพัฒนา Large Language Model สำหรับภาษาไทย โดยคนไทย และเพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม บริบท และความต้องการของสังคมไทยอย่างแท้จริง” นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภค โดยประเทศที่สามารถพัฒนาและควบคุม AI ได้ จะเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเร่งสร้างขีดความสามารถของตนเอง เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางการใช้ AI และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการสร้าง “AI Sovereignty” ของประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญอย่างแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพสูง คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง การพัฒนาและกำกับดูแลข้อมูลภายในประเทศ การสร้างโมเดล AI ของไทยที่เข้าใจภาษาและบริบทของสังคมไทย ไปจนถึงการนำ AI ประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศได้จริง อาทิ ด้านการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนด้าน AI ในทุกระดับ เพื่อให้คนไทยสามารถเป็นผู้พัฒนา ผู้ใช้ และผู้กำกับดูแลเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง” ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)  กล่าวว่า ปัจจุบัน AI กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ AI ใช้ฝึกฝนนั้นมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากสถิติแล้วมีข้อมูลภาษาอังกฤษจำนวนมหาศาล คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของข้อมูลทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลภาษาไทยมีสัดส่วนเพียง 0.4% เท่านั้น  ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมาก การนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานจึงอาจทำให้ไม่สามารถสะท้อนบริบทของไทยได้อย่างครบถ้วน ทำให้ประเทศไทยขาดโมเดลภาษาที่ “เข้าใจบริบท” ของคนไทยอย่างแท้จริง การพัฒนา ThaiLLM ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโมเดลภาษา แต่เป็นภารกิจของประเทศในการวาง “โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ด้านภาษา” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและใช้งาน AI ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของตนเอง โดย BDI ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางบูรณาการความร่วมมือ และร่วมวางมาตรฐานการพัฒนา AI ภาษาไทย ผอ.BDI กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ ThaiLLM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว “ThaiLLM Playground” พื้นที่กลางบนเว็บสำหรับทดลองใช้งานโมเดลภาษาไทย ที่ช่วยให้ทั้งนักพัฒนา นักวิจัย และผู้ที่สนใจ สามารถเข้ามาทดสอบ เปรียบเทียบผลลัพธ์ และต่อยอดแนวคิดการใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบคำนวณด้วยตนเองในระยะเริ่มต้น ภายใน ThaiLLM Playground ได้รวบรวมโมเดลภาษาไทยที่พัฒนาต่อยอดจาก ThaiLLM foundation model โดยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนใน ecosystem อาทิ PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT) ซึ่งสะท้อนแนวคิดและแนวทางการพัฒนา AI ภาษาไทยที่หลากหลาย ทำให้แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ทดลองเทคโนโลยี แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ ecosystem ของ AI ภาษาไทยได้เรียนรู้ร่วมกัน และเร่งการพัฒนาให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม Mr. Gaurav Modi, EY Asean and Singapore Consulting Leader กล่าวว่า “ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อสร้างเทคโนโลยี AI ที่ดีที่สุด แต่ควรเป็นผู้ควบคุมและเป็นเจ้าของ AI ของตนเอง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. Classify before you build – จำแนกข้อมูลก่อนพัฒนาด้วยการพัฒนา AI ต้องเริ่มจากการเข้าใจและจัดประเภทข้อมูลอย่างเป็นระบบ 2. Deploy a sovereign inference layer – สร้างชั้นการใช้งาน AI ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศ โดยแทนที่จะพึ่งพา AI จากต่างประเทศทั้งหมด ประเทศไทยควรมี “inference layer” หรือชั้นการประมวลผลและนำ AI ไปใช้งานที่สามารถควบคุมได้เอง และ 3. Build the data boundary now – สร้างขอบเขตข้อมูลของประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อกำหนดขอบเขตการไหลของข้อมูล (data boundary) และการกำกับดูแลข้อมูลอย่างชัดเจน เป็นรากฐานสำคัญของอธิปไตย AI“ นางสาวรัตนา จาละ Country Managing Partner, อีวาย ประเทศไทย กล่าวว่า “AI Sovereignty กำลังเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ โดยจากการแลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนจากบริบทโลก ต้นทุนเทคโนโลยี หรือการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ โดยอีวายมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้าน AI...
29 April 2026

บทความ

BDI แชร์ประสบการณ์การบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติ ตอกย้ำการ “เชื่อมข้อมูล” หนุนการตัดสินใจ ฝ่าวิกฤต ได้แม่นยำ ตรงจุด
21 เมษายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล พร้อมด้วย ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล (รักษาการ) ผู้อำนวยการโครงการ Travel Link ร่วมบรรยายเรื่องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนการบริหารสถานการณ์วิกฤต และสถานการณ์ภัยพิบัติเพื่อการช่วยเหลือประชาชน ภายใต้การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทหารและพลเรือนในการดำเนินงานด้านกิจการพลเรือน ครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้อง กว่า 100 คน จัดโดย กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้รับเกียรติจาก พลโท ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นประธานเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้ พญ.ปฐมพร กล่าวถึงบทบาท ภารกิจ และโครงการสำคัญของสถาบันฯ ในการสนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการสถานการณ์ของประเทศ มุ่งเน้นหัวใจสำคัญในการฝ่าวิกฤตด้วย “ข้อมูล” ผ่านโครงการแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) (Data Integration and Intelligence Platform – D2) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยภารกิจสำคัญของระบบ D2 คือการทำ Data Consolidation หรือการนำชุดข้อมูล (Dataset) จากหลากหลายหน่วยงานมา “เชื่อมกัน” เพื่อตอบโจทย์การใช้ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลให้สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของประเทศได้ทันที ด้าน ดร.อัญชลิสา แชร์ประสบการณ์การบูรณาการข้อมูลในสถานการณ์อุทกภัย หาดใหญ่ 2568 และการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงในสถานการณ์ภัยพิบัติวิกฤตฉุกเฉิน สะท้อนถึงความสำคัญในการ “เชื่อมข้อมูล” ผู้ประสบภัยจากหลากหลายแพลตฟอร์ม และศูนย์พักพิงต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือไม่ซ้ำซ้อน พร้อมจัดทำ Dashboard แบบ Real Time โดยแสดงข้อมูลขอความช่วยเหลือ เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากร และการลงพื้นที่ช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ และภาคเอกชนของกองทัพไทย ในการดำเนินงานด้านกิจการพลเรือน ครอบคลุมการบริหารจัดการด้านการป้องกันประเทศในการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ตลอดจนการบริหารจัดการด้านสาธารณภัย และความร่วมมืออื่น ๆ ในการพัฒนาประเทศ พร้อมช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์
21 April 2026

บทความ

BDI ผนึกกำลัง ปภ. และ DGA เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลสาธารณภัย ยกระดับการบริหารจัดการ “ศูนย์พักพิงชั่วคราว” ของประเทศ
02 เมษายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President และ พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ด้านสาธารณภัยระดับประเทศ การประชุมครั้งนี้มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันการพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์มข้อมูล “ศูนย์พักพิงชั่วคราว” เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนและสนับสนุนการบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ BDI ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูล ได้นำเสนอแนวคิดและต้นแบบระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริงในระดับพื้นที่และระดับประเทศต่อไป ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการข้อมูลสาธารณภัยของประเทศให้มีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และมีมาตรฐานกลางในการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยระบบที่พัฒนาขึ้นจะสามารถติดตามสถานะผู้อพยพได้แบบ Real-time สนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ และเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างสะดวกและโปร่งใส ทั้งนี้ ผลจากการหารือจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกันในระยะถัดไป เพื่อให้เกิดระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) ที่เข้มแข็ง รองรับการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของ BDI ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ (Data – Driven Nation) เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ขอบคุณภาพจาก เพจ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM
2 April 2026

บทความ

ปิดช่องโหว่การรักษาสะดุด BDI ขับเคลื่อน "Health Link" เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วไทย ยกระดับการรักษาไร้รอยต่อด้วยพลังข้อมูลขนาดใหญ่
24 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ– สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President ร่วมเวทีเสวนาหัวข้อ One Health Data, One Health City เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสู่มหานครสุขภาวะ ภายในงานสัมมนาวิชาการประจำปี สำนักการแพทย์ ครั้งที่ 22 ด้วยแนวคิด “Healthy City For All – เมืองสุขภาวะที่ดีเพื่อทุกคน” จัดโดยสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค นพ.ธนกฤต เปิดเผยถึงความสำคัญของการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในด้านสาธารณสุข โดยระบุว่าภารกิจหลักของ BDI คือการบูรณาการข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในมิติทางการแพทย์นั้น ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแนะนำแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำ ปัญหาสำคัญของการแพทย์ในปัจจุบัน คือ ขาดการเชื่อมโยงข้อมูล โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลมากกว่า 200 แห่งจากหลายสังกัด และใช้ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) แตกต่างกัน ความกระจัดกระจายของข้อมูลนี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการรักษา เช่น การสั่งยาที่ผู้ป่วยแพ้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายมหาศาลต่อทั้งชีวิตผู้ป่วยและมูลค่าทางเศรษฐกิจ BDI เดินหน้าพัฒนาโครงการ “Health Link” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการเชื่อมโยงหน่วยงานบริการสุขภาพครอบคลุมทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งระบบ Health Link ถูกออกแบบภายใต้รูปแบบการกระจายศูนย์ (Decentralized Model) ภายใต้มาตรฐานสากล HL7 FHIR เพื่อให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ เช่น ประวัติการแพ้ยา, ผลแล็บ, ประวัติการได้รับวัคซีน และการวินิจฉัยโรคได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องขอประวัติการรักษาด้วยตนเอง ลดภารกิจการตรวจซ้ำซ้อน และช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วย (Refer) ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่านระบบที่เชื่อมโยงกัน “เป้าหมายในอนาคตของ BDI คือ การใช้ข้อมูลเหล่านี้มาบริหารจัดการเมืองแบบบูรณาการ และพัฒนา AI ทางการแพทย์ที่จำเพาะสำหรับประชาชนไทย โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่มีลักษณะทางประชากรศาสตร์เฉพาะตัว และขณะนี้กำลังผลักดันระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อให้การแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานทำได้กว้างขวางและถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน” นพ.ธนกฤต กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Health Link ฟรี และให้ความยินยอมในการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น เป๋าตัง, ทางรัฐ, หมอ กทม. หรือแอปพลิเคชันของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการรักษาพยาบาลทุกที่ทั่วประเทศ ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th/
24 March 2026

บทความ

Health Link แชร์มุมมองอนาคตสาธารณสุขไทย ก้าวสู่ยุคข้อมูลเชื่อมโยงเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
23 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link เข้าร่วมเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์: โอกาสใหม่ของเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล” ภายในงานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ปี 2569 จัดโดย สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ณ อาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน นางสาวน้ำฝน แชร์มุมมองแนวโน้มของเทคโนโลยีและข้อมูลที่จะเปลี่ยนโฉมระบบสาธารณสุขในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ระบบสาธารณสุขจะไม่ใช่แค่การรักษาในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวจากการยึดโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลาง (Hospital Centric) สู่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient Centric) ดังนั้น “การเชื่อมโยงข้อมูล” เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการให้บริการแบบไร้รอยต่อ ที่จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจการรักษาได้แม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยรายบุคคลเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลพันธุกรรม (Genomics) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา การแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำ (Personalized & Precision Medicine) เพราะเมื่อข้อมูลมีการเชื่อมโยงมากขึ้น AI จะยิ่งฉลาดและแม่นยำขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลพันธุกรรมมาใช้วางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลได้ และด้วยเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้เกิด Anywhere Care อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้จากทุกที่ ผ่านการส่งข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับการอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับ BDI ได้พัฒนาโครงการ Health Link อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ โดยใช้มาตรฐานสากล HL7 FHIR ในการเชื่อมข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) ที่หลากหลายกว่า 100 รูปแบบ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA และการกำหนดสิทธิ์บุคลากรทางการแพทย์ ในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยตามขอบเขตวิชาชีพของตัวเองเท่านั้น ปัจจุบันระบบ Health Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยบริการด้านสุขภาพได้แล้วกว่า 8,000 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านยา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (กระเป๋าสุขภาพ) และแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรักษาฉุกเฉิน อย่างระบบ 5G Ambulance ทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ช่วยให้การรักษาแม่นยำและรวดเร็วทันท่วงที “ความท้าทายสำคัญ ยังคงเป็นการลดการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต โดยโครงการ Health Link ยังคงเดินหน้าผลักดันการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นางสาวน้ำฝน กล่าวทิ้งท้าย
23 March 2026

บทความ

BDI นำเสนอแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง หนุนการเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม ในงาน Kick Off ประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคม
23 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมออกบูทนิทรรศการในงาน KICK OFF การประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธี เพื่อประชาสัมพันธ์ความพร้อมในการประเมินความพิการและส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยมีผู้บริหาร บุคลากรภาครัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกว่า 400 คน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผ่านระบบออนไลน์ ในการนี้ BDI นำโดย ดร.พีรดล สามะศิริ ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโส ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมด้วยผู้แทนโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) ร่วมถ่ายทอดบทบาทของการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการสนับสนุนการพัฒนานโยบายด้านสังคม ผ่านการนำเสนอแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลตอบรับแนวคิด ปักหมุด รู้จุดพิกัด สวัสดิการคนพิการ จากชุดข้อมูลสำคัญที่รวบรวมได้จากการบูรณาการการจัดทำฐานข้อมูลของประชาชนในกลุ่มคนเปราะบาง คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมสนับสนุนข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยให้การดูแลช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางเกิดขึ้นได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม พร้อมกันนี้ ทีมงานจึงได้นำเสนอการใช้งานแดชบอร์ด “เด็กที่ถูกบันทึกว่าพิการ แต่ยังไม่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านการบูรณาการชุดข้อมูลจากทะเบียนผู้ถือบัตรคนพิการ ร่วมกับชุดข้อมูลนักเรียนในระบบการศึกษา แดชบอร์ดดังกล่าวช่วยให้สามารถระบุมุ่งเป้าพื้นที่ที่พบการบันทึกความพิการโดยคุณครูแต่เด็กเหล่านั้นยังไม่ได้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ สอดรับแนวทางตามประกาศกระทรวง พม. เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ.2568 ซึ่งให้ความสำคัญกับการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อมเพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากการให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยแต่เพียงอย่างเดียว อันจะช่วยให้คนพิการสามารถทำบัตรประจำตัวคนพิการและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น สร้างความเท่าเทียมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนพิการทุกคน การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของ BDI ในการนำข้อมูลมาสร้างคุณค่าเชิงนโยบาย และความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาประเทศ มุ่งสู่การเป็น “Data-Driven Nation” อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
23 March 2026

บทความ

BDI x สนง.เลขาธิการวุฒิสภา จัดอบรม Data Scientist และ AI ยกระดับบุคลากรสู่การทำงานแบบ Data-Driven
27 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดอบรมหลักสูตรนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมี ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา และ ดร.อังคณา พรหมราช นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน พร้อมด้วยนายอมร โชคชัยสิริภักดี ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และ ดร.วิวรรธภ์ ทองโชติฉัตร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโส ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI ทั้งนี้ การอบรมได้รับเกียรติจาก นายต้นพงศ์ ตั้งเติมทอง รองเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับกรม (DCIO) นำคณะบุคลากรเข้าร่วม “โครงการพัฒนานักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา” เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กร ระหว่างวันที่ 25 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) (depa) หลักสูตรดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Practitioner) โดยวางรากฐานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในบริบทการทำงานภาครัฐ ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติการใช้ภาษา Python ร่วมกับเครื่องมือ AI Coding Assistant เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล เนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเตรียมและจัดระเบียบข้อมูล (Data Wrangling) การสร้างแบบจำลองวิเคราะห์และพยากรณ์พื้นฐาน (Machine Learning) ไปจนถึงการสื่อสารผลการวิเคราะห์ผ่านเทคนิคการนำเสนอข้อมูลด้วยภาพและการเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data Storytelling) เพื่อเชื่อมโยงผลลัพธ์เชิงวิเคราะห์สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง การอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน Data Science และ AI สำหรับการปฏิบัติงานในองค์กรภาครัฐ พัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการข้อมูล และส่งเสริมความสามารถในการใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการขับเคลื่อนงานด้วยข้อมูลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าว สะท้อนบทบาทของ BDI ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุนนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนดิจิทัลของประเทศ และสนับสนุนการยกระดับหน่วยงานภาครัฐ สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างเป็นรูปธรรม
27 February 2026

บทความ

BDI หนุน อย. เสริมศักยภาพบุคลากร ขับเคลื่อนการทำงานด้วย Big Data และ AI พลิกโฉมองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
23 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ – ฝ่ายพัฒนากำลังคน สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Big Data และ AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านหลักสูตร “พลิกโฉมองค์กรสู่ยุคดิจิทัลด้วย Big Data และ AI” เพื่อเสริมความพร้อมด้านดิจิทัล การบริหารจัดการข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการขับเคลื่อนองค์กร โครงการดังกล่าวถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ สำหรับระดับผู้บริหาร มุ่งเน้นการกำหนดทิศทางองค์กรบนฐานข้อมูล ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ การใช้ Data Analytics และ Critical Thinking แก้ปัญหาตามบริบทของ อย. พร้อมการเรียนรู้เทคโนโลยี AI ตั้งแต่พื้นฐานจนถึง Agentic AI การจัดทำ Roadmap สำหรับผู้นำยุคใหม่ และแนวทางการบริหารจัดการ AI อย่างมีจริยธรรม รวมถึงการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Data-Driven Culture for Business Success” โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI และกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Big Data, AI และ Cloud Technology จากการดำเนินงานจริง ในส่วนของบุคลากรระดับปฏิบัติการ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลข้อมูล การใช้ Generative AI และเทคนิค Prompt เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการวิเคราะห์ Data Flow ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ที่คล่องตัว ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง Data-Driven Culture ภายใน อย. ซึ่งจะส่งผลให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ กระบวนการทำงานรวดเร็ว รวมถึง ความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ความร่วมมือระหว่าง BDI และ อย. ในการจัดอบรมหลักสูตรนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ อย. สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการบูรณาการทักษะตั้งแต่ระดับบริหารที่เน้นการสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และจริยธรรม AI ไปจนถึงระดับปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการใช้เครื่องมือดิจิทัลสมัยใหม่และธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่แม่นยำ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตอบสนองต่อภารกิจในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคดิจิทัล
23 February 2026

บทความ

BDI ตอกย้ำ 7 เสาหลัก โครงสร้าง Government Big Data Framework ยกระดับการตัดสินใจภาครัฐ ขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI
13 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ – ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวบรรยายหัวข้อ “Big Data Management และการประยุกต์ใช้ภาครัฐ” ในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุนที่ 9 ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยการพัฒนาและบูรณาการ Government Big Data ควบคู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการกำหนดนโยบาย การให้บริการภาครัฐ สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมเอส 31 สุขุมวิท ดร.สุนทรีย์ กล่าวถึง ผลสำรวจอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทย ปี 2568 พบว่า มูลค่าตลาดรวมสูงถึง 41,858 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้ข้อมูลและ AI ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐที่เริ่มนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Decision Making) อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชี้ให้เห็นถึงโครงสร้าง Government Big Data Framework ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาครัฐดิจิทัล ประกอบด้วย 7 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล, การพัฒนาบุคลากร, การกำกับดูแลข้อมูล, การจัดทำ Data Catalog, การแลกเปลี่ยนข้อมูล, กฎหมายและกฎระเบียบ และการมุ่งสู่ Smart & Open Government เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ BDI ยังให้ความสำคัญกับ Data Governance และความมั่นคง ความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีการกำหนดมาตรฐานการจัดชั้นข้อมูล การทำข้อมูลนิรนาม (Anonymization) และการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างปลอดภัย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ “อนาคตของภาครัฐไทยจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างเข้มข้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่เชื่อมโยง เปิดกว้าง และปลอดภัย จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ดร.สุนทรีย์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งจัดต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 9 มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร และสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป
13 February 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings