ThaiLLM

ThaiLLM

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

BDI ชวนผู้ประกอบการต่อยอด ThaiLLM สู่ AI Product และ AI Service ที่ใช้งานได้จริง ในงาน Connect The Dots 2026
5 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดงาน BDI Connect the Dots 2026 ภายใต้หัวข้อ “ThaiLLM for Business: ต่อยอดธุรกิจด้วย Open-source LLM ของไทย” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักพัฒนา และผู้สนใจด้าน AI ร่วมทำความรู้จัก Open-source ThaiLLM พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ และโอกาสทางธุรกิจด้าน AI ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวแนะนำ ภารกิจและบทบาทของ BDI ในการขับเคลื่อน AI และ Data เพื่อ SMEs ไทย ก่อนเข้าสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในมิติเทคโนโลยี ธุรกิจ และการพัฒนา AI สู่การใช้งานจริง KeyNote “Open-source ThaiLLM และโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ AI” โดย ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร สมาชิกคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และ CEO บริษัท iApp Technology ชวนมองโอกาสของ Open-source ThaiLLM ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและการนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ AI Panel Discussion: “เจาะโมเดลธุรกิจ โอกาส อุปสรรค และการสนับสนุนสู่การสร้าง AI Business” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดยคุณสุทธิพงษ์ คุรุหงษา Founder and Group CEO, Digital Dialogue อุปนายกสมาคมดาต้าแมแนจเมนต์ประเทศไทย และกรรมการสมาคม ATCI ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านความต้องการของตลาด การสร้างคุณค่าจาก AI Solution ตลอดจนข้อมูล บุคลากร และความพร้อมขององค์กร, คุณกษิดิศ ทวีศรี ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Dentral บริการนัดหมายทำฟันสำหรับชาวต่างชาติครบวงจร ถ่ายทอดประสบการณ์จากการมองเห็น Pain Point ทางธุรกิจ สู่การใช้ AI และ Vibe Coding ช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นแพลตฟอร์มและ Prototype พร้อมด้วย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ BDI ร่วมเปิดมุมมองถึงวิวัฒนาการของ AI โอกาสจาก Open-source ThaiLLM ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ รวมถึงทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศ, คุณณฐนนท์ เทพตะขบ Data Scientist สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และตัวแทนผู้ร่วมพัฒนาโครงการ ThaiLLM ร่วมถ่ายทอดความพร้อมและจุดแข็งของ ThaiLLM แนวทางเริ่มต้นสำหรับผู้พัฒนาและ SMEs ตลอดจนประเด็นที่ต้องคำนึงถึงเมื่อนำโมเดลไปต่อยอดสู่ระดับ Production พร้อมชม Showcase “ไปมู” แพลตฟอร์ม Data & AI ที่ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวสายมู ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำ ThaiLLM มาต่อยอดสู่ Solution ที่จับต้องได้ ปิดท้ายด้วยช่วง Demo / Hands-on: “ThaiLLM into Actions – สร้าง AI Service Prototype ด้วย ThaiLLM” โดย ดร.ทศพร ฉายอินทร์ Head of AI and Blockchain Products, iApp Technology Co., Ltd. พาผู้เข้าร่วมเห็นแนวทางการนำ ThaiLLM ไปทดลองใช้จริง ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบบริการ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับโจทย์ทางธุรกิจ กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI กับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เห็นแนวทางการนำ ThaiLLM ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในบริบทของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
5 August 2026

บทความ

BDI ดัน 3 สุดยอดนวัตกรรม AI จากเวที BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ สู่การขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data-Driven City
27 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เวทีการแข่งขันสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับประเทศที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฟ้นหาต้นแบบนวัตกรรมที่ใช้ Big Data และ AI แก้ไขปัญหาของกรุงเทพมหานครและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุธี อุไรวิชัยกุล และ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขัน ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ฮอลล์ 3 กรุงเทพมหานคร การแข่งขันได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครจากทั่วประเทศกว่า 213 ทีม ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนเหลือ 21 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Demo Day เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในเวทีแข่งขันระดับประเทศที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของ BDI โดยการแข่งขันมุ่งพัฒนาโซลูชันจาก Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองใน 3 โจทย์สำคัญ ได้แก่ Data for Better Journeyการยกระดับการเดินทางด้วยข้อมูลแบบ Real-time, Data for Better Lifestyle การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อยกระดับบริการและคุณภาพชีวิตของประชาชน และ Data for Better Safety การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบัน Big Data และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งการยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้มีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเมือง และผลักดันต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงดีอี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้านนายสุธี อุไรวิชัยกุล รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจด้าน Big Data และ AI จากหลากหลายสาขา ได้ร่วมเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างนวัตกรรมจากข้อมูลจริงเพื่อแก้ไขปัญหาเมือง โดยผลงานของทั้ง 21 ทีมสุดท้ายสะท้อนศักยภาพในการประยุกต์ใช้ Big Data, AI และ ThaiLLM เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ องค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับจากโครงการดังกล่าว จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทุกทีมต่อยอดต้นแบบนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยข้อมูลและ AI อย่างยั่งยืน การตัดสินรอบชิงชนะเลิศได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร, บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG), บริษัท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY), บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และกลุ่มงานบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล BDI ร่วมพิจารณาผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพด้านนวัตกรรม ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง และผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเมือง ผลการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ได้เฟ้นหา 3 สุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพของการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่การเดินทาง ความปลอดภัย ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล ThaiLLM Special Award สำหรับทีมที่มีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้ ThaiLLM และ Popular Vote Award ในแต่ละโจทย์การแข่งขัน จากคะแนนโหวตของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมและสร้างกำลังใจให้ทีมผู้พัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้อัปเดตเทรนด์ Big Data และ AI จากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมบรรยายพิเศษ ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจและการพัฒนาเมือง อาทิ Technology Spotlight โดย Couchbase, AI Jumpstart for Smart City: สู่เมืองอัจฉริยะ จากไอเดียข้อมูลสู่ AI ที่น่าเชื่อถือและขยายผลได้จริง โดย KPMG Thailand, Beyond the Bank: Krungthai ต่อยอด Data สู่ Innovation Ecosystemโดย Krungthai Bank และ From Innovation to Impact โดย Open Government Products (OGP) ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่และสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดนวัตกรรมจากข้อมูลสู่การใช้งานจริง การจัดการแข่งขัน BDI Hackathon 2026: OPEN AT Bangkok ตอกย้ำบทบาทของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ในการพัฒนากำลังคนด้าน Big Data และ AI พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และคนรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันการนำข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ไปพัฒนาเมือง แก้ไขปัญหาของประเทศ และต่อยอดสู่การใช้งานจริง...
27 July 2026

บทความ

BDI เดินหน้าหารือ Thai PBS ผนึกกำลังขับเคลื่อน ThaiLLM สร้างโมเดล AI ภาษาไทยของประเทศ ด้วยข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะ
20 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI นำโดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และคณะทำงาน BDI เข้าหารือร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) นำโดย รศ. ดร.ธีรภัทร สงวนกชกร กรรมการนโยบายฯ พร้อมด้วย นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และคณะผู้บริหาร Thai PBS ณ อาคาร A Thai PBS ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในการพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะในการพัฒนาโมเดล AI ที่เข้าใจภาษาไทย วัฒนธรรม และบริบทของประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นของประเทศไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน Startup และ SME สามารถนำโมเดลไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมและบริการใหม่ได้ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านค่าลิขสิทธิ์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ “ประเทศไทยควรมี AI ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย และเข้าใจบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่มีข้อมูลคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ จะช่วยยกระดับศักยภาพของ ThaiLLM ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของการให้บริการประชาชน การวิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” ศ. ดร.ธีรณี กล่าว ในการหารือครั้งนี้ BDI ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับ Thai PBS ในการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนชุดข้อมูล (Dataset Contributors) อาทิ ข่าว บทความ วิดีโอ และข้อมูลสาธารณะที่สามารถนำมาใช้พัฒนาโมเดล AI ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) พร้อมทั้งหารือถึงการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง สำหรับงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การจัดการภัยพิบัติ การตรวจสอบข่าวปลอม การให้ข้อมูลด้านสุขภาพ และด้านกฎหมาย นอกจากนี้ BDI ยังเสนอความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรม เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ภายในองค์กร รวมถึงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลและสาระสำคัญของ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้านคณะผู้บริหาร Thai PBS ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้ข้อมูล อาทิ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ลิขสิทธิ์ของเนื้อหา คุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตลอดจนความรับผิดชอบในการนำโมเดล AI ไปใช้งานในอนาคต ซึ่ง BDI ยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาลข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองหน่วยงานจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะเริ่มต้นความร่วมมือจากข้อมูลที่มีความพร้อมและสามารถเปิดเผยได้ (Open by Nature) รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลด้านภัยพิบัติ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่การเตรียมข้อมูลและการพัฒนา AI ในสาขาอื่น ๆ ผ่านการหารือเชิงเทคนิคในลำดับถัดไป การหารือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง BDI และ Thai PBS ในการนำข้อมูลคุณภาพจากสื่อสาธารณะมาสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย เพื่อผลักดัน ThaiLLM ให้เป็นโมเดล AI ภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถต่อยอดการใช้งานเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน พร้อมยกระดับขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ สร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองได้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
20 July 2026

บทความ

BDI ชูวิสัยทัศน์สร้างระบบนิเวศ AI ของไทย เดินหน้าพัฒนา Sovereign AI ผลักดัน ThaiLLM ยกระดับขีดความสามารถประเทศด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์
16 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “AI Ecosystem Strategies: Building and Scaling National AI Ecosystems – Lessons from Global Leaders and Implications for Thailand” ภายในงาน CU x NVAITC Joint Symposium: AI for Industry and Government ณ อาคารสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการขับเคลื่อนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI Ecosystem) ของประเทศไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยควรมุ่งสร้าง Sovereign AI หรืออธิปไตยด้านปัญญาประดิษฐ์บนพื้นฐานของข้อมูลและโมเดล AI ของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันด้านการผลิตโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ เช่น GPU ได้ในระดับโลก จึงควรสร้างความได้เปรียบผ่านการพัฒนาโมเดล AI ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยด้านเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดคุณค่าสูงสุด หนึ่งในกลไกสำคัญคือ โครงการ Thai Large Language Model (ThaiLLM) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) และภาคีเครือข่าย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของประเทศไทยในรูปแบบ Open-weight/Open-license เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป นักพัฒนา และผู้ประกอบการไทย สามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรม AI ได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ BDI ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดทำ ยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้าน AI วางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI สำหรับภาครัฐ รวมถึงผลักดันการพัฒนา AI ในรูปแบบ Demand-led AI ที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคเศรษฐกิจจริง เพื่อให้การลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืน ในด้านการสร้างระบบนิเวศ AI ศ. ดร.ธีรณี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานใน 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว การผลิต สาธารณสุข การเกษตร การเงิน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางและผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ พร้อมสนับสนุนการจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้าน AI Governance, Data Governance ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการพัฒนา AI ที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า การนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะภาครัฐที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ BDI จึงสนับสนุนแนวทางการจัดตั้ง Innovation Team เพื่อศึกษา Workflow วิเคราะห์โอกาสในการประยุกต์ใช้ AI และร่วมออกแบบการปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิม ช่วยลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการให้บริการประชาชน ศ. ดร.ธีรณี ยังกล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI คือ “Empathy” หรือความเห็นอกเห็นใจของผู้นำองค์กร ที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่แรงงาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยี ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ การเข้าร่วมเสวนาของ BDI ในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทในฐานะหน่วยงานหลักด้าน Big Data และ AI ของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล สร้างระบบนิเวศ AI ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
16 July 2026

บทความ

BDI ผนึกเครือข่ายเดินหน้า “Thailand’s LLM Direction” ขับเคลื่อนทิศทาง LLM ไทย สู่การพัฒนา Sovereign AI อย่างยั่งยืน
18 มิถุนายน 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ จัดงานสัมมนา “Thailand’s LLM Direction: ทิศทาง LLM ไทย เพื่ออธิปไตยทาง AI อย่างยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด Realizing Sovereign AI เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวโน้มเทคโนโลยี และทิศทางการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ของประเทศไทย โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งด้าน AI ที่ตอบโจทย์บริบทไทย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัล ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนา AI ของประเทศ ทั้งนี้ ภายในงานมีการนำเสนอหัวข้อสำคัญ อาทิ “บทบาท BDI กับการพัฒนา Sovereign AI” โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนบทบาทของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศ AI ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “LLM Trends and Thailand’s Direction” โดย ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และนายปฏิภาณ ประเสริฐสม ผู้จัดการโครงการ ThaiLLM ได้นำเสนอแนวโน้มเทคโนโลยี LLM ในระดับโลกและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย รวมถึงหัวข้อ “Leveraging Sovereign AI for Business” โดย ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การนำเสนอ “AI Thailand Benchmark: The Pillar of the Sovereign AI Ecosystem” โดย ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ NECTEC ได้สะท้อนความสำคัญของมาตรฐานและกลไกการประเมินศักยภาพ AI ไทย เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของโมเดล AI ที่พัฒนาภายในประเทศ ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “Research Capability as the Foundation of Sovereign AI” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของงานวิจัย บุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนา AI ของประเทศไทย การจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับพันธกิจของ BDI ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล สร้างองค์ความรู้ พัฒนากำลังคนดิจิทัล และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างนวัตกรรม AI ที่มีอธิปไตยทางเทคโนโลยี (Sovereign AI) รองรับความต้องการของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง BDI เชื่อมั่นว่า การพัฒนา LLM และ Sovereign AI ที่อาศัยข้อมูลคุณภาพสูง งานวิจัยที่เข้มแข็ง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับบริการภาครัฐ และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนไทยในอนาคต
18 June 2026

บทความ

ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “ThaiLLM” วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ
5 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Infrastructure) อย่างเป็นรูปธรรม เปิดตัว “ThaiLLM” โมเดล AI ภาษาไทย ยกระดับการใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย นำร่องด้านสุขภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจภาษาและบริบทเชิงลึก มุ่งสร้าง ecosystem AI ภาษาไทย สู่อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของประเทศ ภายในงานได้รับเกียรติจากนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) เข้าร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สําหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้าน AI ของประเทศ ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รวมถึงการสร้างขีดความสามารถที่ประเทศเป็นเจ้าของ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียง “ผู้รับเทคโนโลยี” จากภายนอก เทคโนโลยีประเภท Large Language Model หรือ LLM มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเข้าถึงเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของ “ความเข้าใจ” ความเข้าใจในภาษาที่ใช้จริงในบริบทเฉพาะของสังคมไทย และในวิธีที่คนไทยสื่อสารกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลจากต่างประเทศยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ เป้าหมายของ ThaiLLM จึงไม่ใช่การสร้าง “โมเดลทางภาษาอีกโมเดลหนึ่ง” เพื่อแข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” โดยการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง โมเดลที่เข้าใจบริบทสังคมไทย ไปจนถึงแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่เปิดให้ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐาน “อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI”  (AI Sovereignty) ของประเทศไทย ไม่ใช่การทดแทนเทคโนโลยีจากภายนอก แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ประเทศมีทางเลือก มีความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขของตนเอง และมีรากฐานให้การพัฒนาด้าน AI เป็นไปได้อย่างยั่งยืน ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการ ThaiLLM เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีเครือข่ายระดับประเทศ นำโดยกระทรวงดีอี โดย BDI, กระทรวง อว. โดย สวทช.,  AIEAT, VISTEC, AIAT รวมถึงจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศ AI ของประเทศ ทั้งนี้ในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการขยายผลสู่การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการวางกรอบธรรมาภิบาลและการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนา ThaiLLM ที่เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวงในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของไทย “จากผู้ใช้งาน  สู่การเป็นผู้สร้าง และผู้กำหนดทิศทางระบบนิเวศ AI”  เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ โดยกระทรวง อว. ในฐานะเสาหลักด้านการวิจัยพัฒนา  ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวใน 3 ด้านหลัก ได้แก่  1) การพัฒนา Foundation LLM สำหรับภาษาไทย ที่ได้ระดมองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการ มาร่วมพัฒนาออกแบบสถาปัตยกรรมโมเดล พัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทย ไปจนถึงการประเมินและพัฒนาคุณภาพโมเดลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ThaiLLM มีความสามารถเข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง  2) สนับสนุนเครื่อง LANTA ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ เนคเทค สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ใช้ในการฝึกโมเดล ThaiLLM ภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการใช้บริการคลาวด์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาควาปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลสำคัญของชาติถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอกประเทศ และ 3) การพัฒนากำลังคน AI ซึ่งถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน AI ในระยะยาว ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดอบรม 4 หลักสูตร ที่ออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ AI Beginner สำหรับนักพัฒนาระดับเริ่มต้น, AI Engineer สำหรับการปรับแต่งโมเดล LLM และระบบ RAG, AI Professional และ AI Researcher สำหรับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 700 คน ที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม AI ของประเทศไทยให้มีศักยภาพทัดเทียม สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคต ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM มีการพัฒนา Foundation Model ThaiLLM ขนาด 8B และ ขนาด 30B ในลักษณะ open license และ open-weight ที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้พัฒนาต่อยอดเป็น Fine-tuned Model เฉพาะทาง โดยใช้ข้อมูลสาธารณะ และจากความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อมูลวิจัย และข้อมูลข่าวสารในบริบทไทย ทั้งนี้ทางโครงการยังได้มีการทดลองต่อยอดโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นในบริบทการแพทย์ ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชทบอทช่วยคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น นอกจากนี้ ทางโครงการได้มีการสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนใน ecosystem นักพัฒนาไทย เช่น  PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT)...
5 May 2026

บทความ

BDI ผนึก อีวาย ประเทศไทย จัดงาน “AI Sovereignty & the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative” เดินหน้าขับเคลื่อนอธิปไตยด้าน AI ของประเทศไทย
29 เมษายน 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) ร่วมกับ อีวาย ประเทศไทย เดินหน้าจัดงาน “AI Sovereignty & the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative” ขับเคลื่อน “Sovereign AI” ในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน มุ่งส่งเสริมอธิปไตยทางดิจิทัล ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว พร้อมผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและสร้างระบบนิเวศ AI ไทยที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศอย่างแท้จริง ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “การพัฒนา Sovereign AI เป็นวาระสำคัญของประเทศไทย โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถในการพัฒนา และกำกับดูแลเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บนพื้นฐานของข้อมูลคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อให้การใช้ AI เกิดประโยชน์อย่างมั่นคง ปลอดภัย และสอดคล้องกับบริบทของประเทศ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบนิเวศด้านข้อมูลและ AI อย่างยั่งยืน กระทรวงดีอีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการวางรากฐานของประเทศในยุค AI หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ThaiLLM ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง BDI, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อสร้างกลไกในการพัฒนา Large Language Model สำหรับภาษาไทย โดยคนไทย และเพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม บริบท และความต้องการของสังคมไทยอย่างแท้จริง” นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภค โดยประเทศที่สามารถพัฒนาและควบคุม AI ได้ จะเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเร่งสร้างขีดความสามารถของตนเอง เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางการใช้ AI และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการสร้าง “AI Sovereignty” ของประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญอย่างแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพสูง คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง การพัฒนาและกำกับดูแลข้อมูลภายในประเทศ การสร้างโมเดล AI ของไทยที่เข้าใจภาษาและบริบทของสังคมไทย ไปจนถึงการนำ AI ประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศได้จริง อาทิ ด้านการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนด้าน AI ในทุกระดับ เพื่อให้คนไทยสามารถเป็นผู้พัฒนา ผู้ใช้ และผู้กำกับดูแลเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง” ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)  กล่าวว่า ปัจจุบัน AI กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ AI ใช้ฝึกฝนนั้นมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากสถิติแล้วมีข้อมูลภาษาอังกฤษจำนวนมหาศาล คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของข้อมูลทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลภาษาไทยมีสัดส่วนเพียง 0.4% เท่านั้น  ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมาก การนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานจึงอาจทำให้ไม่สามารถสะท้อนบริบทของไทยได้อย่างครบถ้วน ทำให้ประเทศไทยขาดโมเดลภาษาที่ “เข้าใจบริบท” ของคนไทยอย่างแท้จริง การพัฒนา ThaiLLM ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโมเดลภาษา แต่เป็นภารกิจของประเทศในการวาง “โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ด้านภาษา” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและใช้งาน AI ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของตนเอง โดย BDI ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางบูรณาการความร่วมมือ และร่วมวางมาตรฐานการพัฒนา AI ภาษาไทย ผอ.BDI กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ ThaiLLM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว “ThaiLLM Playground” พื้นที่กลางบนเว็บสำหรับทดลองใช้งานโมเดลภาษาไทย ที่ช่วยให้ทั้งนักพัฒนา นักวิจัย และผู้ที่สนใจ สามารถเข้ามาทดสอบ เปรียบเทียบผลลัพธ์ และต่อยอดแนวคิดการใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบคำนวณด้วยตนเองในระยะเริ่มต้น ภายใน ThaiLLM Playground ได้รวบรวมโมเดลภาษาไทยที่พัฒนาต่อยอดจาก ThaiLLM foundation model โดยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนใน ecosystem อาทิ PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT) ซึ่งสะท้อนแนวคิดและแนวทางการพัฒนา AI ภาษาไทยที่หลากหลาย ทำให้แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ทดลองเทคโนโลยี แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ ecosystem ของ AI ภาษาไทยได้เรียนรู้ร่วมกัน และเร่งการพัฒนาให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม Mr. Gaurav Modi, EY Asean and Singapore Consulting Leader กล่าวว่า “ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อสร้างเทคโนโลยี AI ที่ดีที่สุด แต่ควรเป็นผู้ควบคุมและเป็นเจ้าของ AI ของตนเอง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. Classify before you build – จำแนกข้อมูลก่อนพัฒนาด้วยการพัฒนา AI ต้องเริ่มจากการเข้าใจและจัดประเภทข้อมูลอย่างเป็นระบบ 2. Deploy a sovereign inference layer – สร้างชั้นการใช้งาน AI ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศ โดยแทนที่จะพึ่งพา AI จากต่างประเทศทั้งหมด ประเทศไทยควรมี “inference layer” หรือชั้นการประมวลผลและนำ AI ไปใช้งานที่สามารถควบคุมได้เอง และ 3. Build the data boundary now – สร้างขอบเขตข้อมูลของประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อกำหนดขอบเขตการไหลของข้อมูล (data boundary) และการกำกับดูแลข้อมูลอย่างชัดเจน เป็นรากฐานสำคัญของอธิปไตย AI“ นางสาวรัตนา จาละ Country Managing Partner, อีวาย ประเทศไทย กล่าวว่า “AI Sovereignty กำลังเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ โดยจากการแลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนจากบริบทโลก ต้นทุนเทคโนโลยี หรือการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ โดยอีวายมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้าน AI...
29 April 2026

บทความ

BDI แชร์ประสบการณ์การพัฒนา Data และ AI สู่เวทีนักวิจัย ในหลักสูตร “Creating AI Researchers”
13 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นายชยสิน แซ่เตีย วิศวกรข้อมูลอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ ร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างนักวิจัย AI (Creating AI Researchers)” ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) ซึ่งจัดโดยเนคเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “Foundation of Data and AI: Data, AI and Everything Between” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้าน Data Engineering และ Data Science จากการใช้งานจริงให้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา กว่า 40 คน การอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทดลองลงมือพัฒนา และเรียนรู้ผ่านการสาธิต Live Coding พร้อมนำเสนอผลงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน Data และ AI ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานของข้อมูลและบทบาทของข้อมูลต่อการพัฒนา AI, Machine Learning และ Data Analytics โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจแหล่งที่มาของข้อมูล (Data Sources) และกระบวนการจัดการข้อมูล ไปจนถึงการเตรียมข้อมูลสำหรับการพัฒนาโมเดล เช่น กระบวนการ ETL การสร้าง Feature Engineering และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปย่อยให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการพัฒนาโมเดล Machine Learning ผ่านการ Live Coding อาทิ Linear Regression, K-means, Decision Tree และ Random Forest รวมถึงการอธิบายพัฒนาการของโมเดล AI ตั้งแต่ RNN และ LSTM ไปจนถึงสถาปัตยกรรม Transformer และโมเดล GPT เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมของเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน พร้อมทั้งแนะนำเครื่องมือที่ใช้จริงในการพัฒนางานด้าน Data และ AI เช่น Python, Jupyter Notebook, Pandas, Scikit-learn, Streamlit และ Docker ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองพัฒนาโปรเจกต์และนำเสนอผลงาน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคนิคและการประยุกต์ใช้ Data และ AI ในการทำงานจริง หลักสูตร “Creating AI Researchers” เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ ThaiLLM ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้าน AI ของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน Data และ AI ไปจนถึงหัวข้อขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโมเดลภาษา (LLM) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทยในระยะยาว หลักสูตรนี้ถือเป็นหลักสูตรลำดับที่ 4 และเป็นระดับสูงสุดในชุดการพัฒนาบุคลากร AI ภายใต้โครงการ ThaiLLM ต่อเนื่องจากหลักสูตร AI Beginner, AI Engineer และ Continued Pretraining & Fine-tuning โดยตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้หัวข้อสำคัญ เช่น LLM Architectures, Data Engineering for LLMs, Pretraining & Infrastructure, Advanced Finetuning Strategy เช่น RLHF และ DPO รวมถึง Optimization & Evaluation เพื่อการปรับแต่งและประเมินประสิทธิภาพโมเดล การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF), สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนานักวิจัยและนักพัฒนา Data และ AI ของไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ และวางรากฐานสู่อธิปไตยด้าน AI ของประเทศไทย ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/aithailandcommu #BDI#BigData#AI#BigDataThailand#ThaiLLM#NECTEC#NSTDA#AIThailand#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม#DE
13 March 2026

บทความ

BDI ผนึก เนชั่น กรุ๊ป หนุน ThaiLLM สร้างโมเดล AI ของชาติ สร้างรากฐานสู่อธิปไตยทางดิจิทัลอย่างมั่นคง
21 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วย นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ NATION GROUP ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) โดยมี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และ นางวรางคณา กัลยาณประดิษฐ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองหน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคาร เนชั่น ทาวเวอร์ ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย แต่กลับพบว่า AI ส่วนใหญ่ถูกฝึกจากข้อมูลภาษาอังกฤษจำนวนมหาศาล โดยมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของข้อมูลทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลภาษาไทยมีสัดส่วนเพียง 0.4% เท่านั้น  ซึ่งถือว่ามีพื้นที่น้อยมาก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยขาด “โมเดลภาษา” ที่เข้าใจบริบทของคนไทยอย่างแท้จริง การพัฒนา ThaiLLM ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโมเดลภาษา แต่เป็นภารกิจของประเทศในการวาง “โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ด้านภาษา” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและใช้งาน AI ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของตนเอง โดย BDI ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางบูรณาการความร่วมมือ และร่วมวางมาตรฐานการพัฒนา AI ภาษาไทย BDI ได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยในรูปแบบ Open Source/Open License เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้อย่างกว้างขวาง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสนับสนุนการพัฒนา AI ภาษาไทยในหลากหลายบริบท ความร่วมมือกับเครือเนชั่นในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ BDI ได้ร่วมมือกับภาคสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) โดย BDI จะได้รับการสนับสนุนข้อมูลภาษาไทยจากภาคสื่อมวลชน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาข่าว บทวิเคราะห์ และข้อมูลเชิงบริบทที่สะท้อนเหตุการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายสาธารณะของประเทศอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพให้ ThaiLLM สามารถเรียนรู้ภาษาไทยจากสถานการณ์จริง และเข้าใจบริบทของสังคมไทยได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านภาษาและอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาคลังข้อมูลกลางเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (National Data Bank for AI) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการรวบรวม บูรณาการ และบริหารจัดการข้อมูลจากหลากหลายภาคส่วน นำไปสู่การสร้างและขับเคลื่อนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถือเป็นความท้าทายที่สื่อทั่วโลกต้องเผชิญ เครือเนชั่นเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI ในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยนำ AI มาเป็นเครื่องมือในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร การบริหารจัดการต้นทุน และเพิ่มศักยภาพการผลิตเนื้อหาเพื่อนำเสนอข่าวสารที่เป็นสาระประโยชน์สู่สาธารณะ ภายใต้กรอบจริยธรรมวิชาชีพสื่อ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในฐานะสถาบันสื่อที่สังคมไทยไว้วางใจมากว่า 55 ปี ความร่วมมือกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ BDI ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนโครงการ ThaiLLM ผ่านการส่งต่อองค์ความรู้ด้านข่าวสาร นโยบาย และประเด็นสาธารณะ ที่ผ่านการตรวจสอบและเรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการมืออาชีพเครือเนชั่น ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อสร้างโมเดล AI ภาษาไทย ที่ถูกต้อง เข้าใจบริบททางสังคม และวัฒนธรรมของไทยอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การต่อยอดนวัตกรรมในด้านการสื่อสาร และบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อคนไทยทุกคน สำหรับความคืบหน้าของโครงการThaiLLM ขณะนี้ได้ขยายผลสู่การใช้งานจริงในเครือข่ายผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทยจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ Pathumma LLM โดย NECTEC, OpenThaiGPT โดย AIEAT, Typhoon โดย SCB 10X  และ THaLLE โดย KBTG ต่างแสดงความสนใจในการนำไปทดลองพัฒนาต่อยอดผ่านแพลตฟอร์ม Hugging Face ที่ https://huggingface.co/ThaiLLM โดยได้เผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B พารามิเตอร์ และโมเดลขนาด 30B พารามิเตอร์ไปแล้ว และผู้ที่สนใจ หรือประชาชนทั่วไปสามารถทดลองใช้ ThaiLLM Playground ได้ภายในเดือนมกราคมนี้
21 January 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings