BDI เผยผลสำรวจตลาด Big Data & AI ไทยปี 2568 มูลค่าทะลุ 4.1 หมื่นล้าน ชี้ “คน” คือกุญแจสำคัญ พร้อมเดินหน้า ThaiLLM และ D2 ขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค Data Economy

BDI เผยผลสำรวจตลาด Big Data & AI ไทยปี 2568 มูลค่าทะลุ 4.1 หมื่นล้าน ชี้ “คน” คือกุญแจสำคัญ พร้อมเดินหน้า ThaiLLM และ D2 ขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค Data Economy

13 มกราคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการสำรวจตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทย ประจำปี 2568 พบ มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 41,858 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า 18% ขณะที่ ปัญหาขาดแคลนบุคลากรยังเป็น “วิกฤตเงียบ” ที่ต้องเร่งแก้ไข ด้าน BDI ประกาศเดินหน้าแพลตฟอร์ม D2 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2569 พร้อมเปิดตัว ThaiLLM โมเดลใหญ่สุดภายในเดือนนี้

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 400 แห่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและน่าเชื่อถือ ซึ่งการประเมินครั้งนี้ใช้วิธี Ratio-based Market Sizing พบว่า มูลค่าตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 41,858 ล้านบาท จากข้อมูลปฐมภูมิกว่า 367 องค์กร ในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ผู้ประกอบการใน Value Chain 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม, ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชัน และผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล สะท้อนมูลค่าตลาดจากฝั่งผู้ให้บริการ (Supply Side) และสำรวจความต้องการในฝั่งผู้รับบริการ (Demand Side) รวมถึงการยืนยันผลการสำรวจผ่านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

การสำรวจในครั้งนี้ยังได้คาดการณ์มูลค่าตลาด Big Data และ AI ของไทยในอนาคต 2 ปีนับจากนี้ (พ.ศ.2569–2570) โดยคาดการณ์ภายใต้ 3 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์ที่ 1 (Baseline) จากผลการสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการลงทุนจริงของภาคธุรกิจ มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 18.74% ต่อปี สถานการณ์ที่ 2 อ้างอิงแนวโน้มตลาดโลก (CAGR 13%) และสถานการณ์ที่ 3 อ้างอิงการขยายตัวของตลาดดิจิทัลไทย ซึ่งแสดงศักยภาพการเติบโตสูงสุด

•ปัญหาขาดแคลนบุคลากร: “วิกฤตเงียบ” ที่จำกัดการเติบโต•

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวอีกว่า จากการสำรวจพบอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรม โดยอันดับ 1 คือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรระบุเป็นปัญหาสำคัญที่สุดผลการสำรวจความต้องการบุคลากรในปี 2568 พบว่า ทุกกลุ่ม ผู้ประกอบการต้องการแรงงานที่มีทักษะ ทางด้าน Business Analysis และ Data Science ในระดับสูง โดยผู้ประกอบการกลุ่มที่ปรึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลต้องการทักษะ Business Analysis สูงถึง 55.05% ขณะที่กลุ่มซอฟต์แวร์และโซลูชันต้องการทักษะ Data Science 48.65% และ Data Engineering 45.95% สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมต้องการบุคลากรที่มีทั้งทักษะเชิงเทคนิค และความเข้าใจธุรกิจควบคู่กัน

นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคด้านต้นทุนการลงทุนที่สูงโดยเฉพาะสำหรับ SMEs ความซับซ้อนในการบูรณาการกับระบบเดิม (Legacy System) และความกังวลในการตีความและปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

•BDI เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่าน 4 ภารกิจหลัก•

ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI เดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านข้อมูลและ AI ผ่านภารกิจสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในการพัฒนานโยบายแบบมุ่งเป้า การบริหารจัดการ แพลตฟอร์มนี้ยังสนับสนุนให้เกิดการใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นระบบมีมาตรฐาน พร้อมยกระดับความสามารถด้านการวิเคราะห์และการตัดสินใจของภาครัฐ โดยมีแผนดำเนินงานตามลำดับ ได้แก่ การออกแบบมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานในปี 2568 การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569 และการต่อขยายบริการด้านปัญญาประดิษฐ์ในปี 2570

นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลระดับชาติ เพื่อเสริมขีดความสามารถของไทยในการรับมือสถานการณ์วิกฤต สนับสนุนการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ การเตรียมพร้อมรับมือ และการบริหารจัดการภาวะวิกฤตภายใต้หลักธรรมาภิบาลข้อมูลที่เคร่งครัด ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้องค์ความรู้ด้านข้อมูลเป็นฐานสำคัญในการคาดการณ์ ติดตาม และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

ในมิติของปัญญาประดิษฐ์ BDI ได้ร่วมกับพันธมิตรผลักดันโครงการ ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยแบบ Open Source / Open License โดยล่าสุดได้เผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B พารามิเตอร์ และโมเดลขนาด 30B พารามิเตอร์ ไปแล้ว ส่วนโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดจะเปิดให้สาธารณะเข้าถึงภายในเดือนมกราคม 2569 พร้อมทั้งร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในการพัฒนาโมเดลเฉพาะทางด้านการแพทย์สำหรับการคัดกรองอาการเบื้องต้น โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้งานระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระบุคลากรและเพิ่มโอกาสเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ โดย BDI ได้จัดทำหลักสูตรออนไลน์และกิจกรรมเสริมทักษะด้านข้อมูลและ AI เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน บุคลากรภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างทั่วถึง สนับสนุนการสร้างแรงงานที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และวางพื้นฐานเชิงโครงสร้างด้านทรัพยากรมนุษย์ให้กับประเทศไทยในระยะยาว

•ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย•

ดร.สุนทรีย์ ได้เสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น (1-3 ปี) ควรปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อการแบ่งปันข้อมูล เร่งรัดพัฒนาบุคลากรกลุ่ม Missing Middle และสร้างมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย AI ระดับประเทศ ส่วน ระยะกลาง (4-5 ปี) ควรส่งเสริม Sovereign AI โดยให้ภาครัฐเป็นลูกค้ากลุ่มแรก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืน และยกระดับกรอบกฎหมายให้รับผิดชอบต่ออัลกอริทึมอนาคตของ Big Data และ AI ไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เราซื้อ แต่ขึ้นอยู่กับ “คน”

ที่เราสร้าง หากเราสามารถพัฒนาคน สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง และมีนโยบายที่ชัดเจน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลาง Big Data และ AI ของภูมิภาคอาเซียน

Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI

แบ่งปันข่าวนี้

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ BDI ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ BDI รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ BDI ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ BDI ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ BDI จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ BDI ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ BDI แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า