TRAVEL LINK ถ่ายทอดแนวคิด “Breaking Data Silos” ยกระดับการท่องเที่ยวไทย เชื่อมข้อมูลสู่การตัดสินใจด้วย Big Data และ AI ในงาน Travel & Tech Asia 2026

TRAVEL LINK ถ่ายทอดแนวคิด “Breaking Data Silos” ยกระดับการท่องเที่ยวไทย เชื่อมข้อมูลสู่การตัดสินใจด้วย Big Data และ AI ในงาน Travel & Tech Asia 2026

2 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในงาน Travel & Tech Asia 2026 ภายใต้หัวข้อ “Breaking Data Silos: Creating a Unified Travel Intelligence Platform” โดย ดร.ภิรมย์มาส เตชิตณัฏฐ์ศรุต ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล โครงการ TRAVEL LINK นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ Big Data และ AI เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศ ยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสนับสนุนการตัดสินใจของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนบนพื้นฐานของข้อมูล ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.ภิรมย์มาส กล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย คือ การที่ข้อมูลถูกจัดเก็บแบบแยกส่วน (Data Silos) ในหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้การวิเคราะห์ภาพรวมของประเทศเป็นไปได้ยาก และไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว BDI จึงพัฒนาโครงการ TRAVEL LINK แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายภาคส่วน พร้อมนำเสนอข้อมูลผ่าน Dashboard และ Infographic ที่เข้าใจง่ายและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเชิงนโยบาย การบริหารจัดการ และการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในแพลตฟอร์ม TRAVEL LINK ยังมีการวิเคราะห์ Tourist Journey หรือเส้นทางการเดินทางของผู้โดยสารชาวต่างชาติ ตั้งแต่การเดินทางเข้าประเทศ การเข้าพัก การเคลื่อนที่ข้ามจังหวัด ไปจนถึงข้อมูลการใช้จ่าย เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม พบว่า ตลาดผู้โดยสารชาวอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y เดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ต ก่อนกระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น จังหวัดชลบุรี ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว จะช่วยให้ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการสามารถออกแบบมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย

แพลตฟอร์ม TRAVEL LINK ยังนำ Mobility Data จากข้อมูลการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์มือถือมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบการเดินทางของผู้โดยสาร ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อศึกษาการกระจายตัวของผู้โดยสารในระยะเวลาการพำนัก และรูปแบบการเดินทาง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การกระจายรายได้ และการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในอนาคต

ดร.ภิรมย์มาส กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างระบบนิเวศการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing Ecosystem) ระหว่างทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล เพราะเมื่อข้อมูลสามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้ จะช่วยเปลี่ยนการตัดสินใจจากการอาศัยประสบการณ์หรือความรู้สึก ไปสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทีมโครงการ TRAVEL LINK ยังได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงาน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ พร้อมสาธิตการใช้งาน Dashboard และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่สนับสนุนการวางแผนเชิงธุรกิจและการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ BDI ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ ส่งเสริมการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและเชิงธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และขับเคลื่อนประเทศสู่ Data-Driven Nation อย่างเป็นรูปธรรม

แบ่งปันข่าวนี้

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ BDI ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ BDI รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ BDI ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ BDI ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ BDI จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ BDI ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ BDI แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า