เบื้องหลังรถ F1 ปี 2026: เมื่อ AI กลายเป็นนักแข่งคนที่ 4 

เบื้องหลังรถ F1 ปี 2026: เมื่อ AI กลายเป็นนักแข่งคนที่ 4 

07 July 2026

ก่อนอื่น หากคุณไม่เคยดูการแข่งขัน Formula 1 (F1) มาก่อน คุณอาจคิดว่าผลแพ้ชนะขึ้นอยู่กับความเร็วของรถและฝีมือของนักขับเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง เบื้องหลังรถแข่งแต่ละคันมีทีมวิศวกร นักวิเคราะห์ข้อมูล และระบบ AI คอยทำงานตลอดการแข่งขัน 

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมทีมแข่งถึงรู้ว่าควรเรียกรถเข้า Pit Stop หรือการนำรถเข้าช่องซ่อมบำรุงเพื่อเปลี่ยนยางและปรับกลยุทธ์ในจังหวะนั้นพอดี ทำไมบางครั้งรถที่ดูเร็วกว่าในสนามกลับแพ้ให้กับรถที่ดูช้ากว่า หรือวิศวกรที่นั่งอยู่บน Pit Wall ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการข้างสนาม กำลังมองอะไรอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา 

คำตอบของเรื่องเหล่านี้อยู่ที่ “ข้อมูล” (Data) และ “ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence: AI) ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของการแข่งขัน F1 ยุคใหม่ 

โดยเฉพาะในฤดูกาล 2026 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎทางเทคนิคครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ ทั้งด้านเครื่องยนต์ ระบบพลังงาน และหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) หรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการไหลของอากาศรอบตัวรถ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ทีมแข่งต้องพึ่งพาการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อค้นหาความได้เปรียบเพียงเศษเสี้ยววินาทีที่อาจตัดสินผลแพ้ชนะได้ 

รถ F1 คือโรงงานผลิตข้อมูลที่วิ่งด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

รถแข่ง F1 ในยุคปัจจุบันเปรียบเสมือนศูนย์กลางการผลิตข้อมูลเคลื่อนที่ ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์จำนวนมากทั่วทั้งคัน ตั้งแต่อุณหภูมิของยางแต่ละเส้น แรงกดบนปีกหน้าและปีกหลัง แรงเบรก การทำงานของเครื่องยนต์ ไปจนถึงข้อมูลทางสรีรวิทยาของนักขับ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ 

รถแข่งแต่ละคันมีเซ็นเซอร์ประมาณ 300–600 ตัว ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลและส่งข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน ปริมาณข้อมูลที่เกิดขึ้นมีมากกว่า 1.1 ล้านจุดข้อมูลต่อวินาทีจากรถเพียงคันเดียว ตลอดหนึ่งสุดสัปดาห์การแข่งขัน รถแข่งหนึ่งคันสามารถสร้างข้อมูลได้มากถึง 400 กิกะไบต์ ซึ่งมีขนาดมากกว่าภาพยนตร์ความละเอียดสูงหลายร้อยเรื่องรวมกัน 

อย่างไรก็ตาม คุณค่าของข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การจัดเก็บเพื่อวิเคราะห์ภายหลังเท่านั้น แต่เกิดจากการประมวลผลแบบเรียลไทม์ในขณะที่รถกำลังแข่งขันอยู่บนสนาม วิศวกรสนามที่ประจำอยู่บริเวณ Pit Wall สามารถติดตามสถานะของรถได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันข้อมูลยังถูกส่งกลับไปยังสำนักงานใหญ่ของทีมแข่ง ซึ่งอาจอยู่คนละทวีปกับสนามแข่งขัน เพื่อให้ทีมวิศวกรและนักวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันสนับสนุนการตัดสินใจระหว่างการแข่งขัน 

AI กับบทบาทในการตัดสินใจระหว่างการแข่งขัน 

การตัดสินใจเลือกจังหวะเข้า Pit Stop เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แม้ภายนอกอาจดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่เรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติกลับต้องพิจารณาปัจจัยจำนวนมากพร้อมกัน 

ทีมแข่งจำเป็นต้องประเมินว่ายางที่ใช้อยู่จะสามารถรองรับการแข่งขันได้อีกกี่รอบ หากนำรถเข้า Pit Stop ในขณะนั้นจะกลับออกมาอยู่ในตำแหน่งใดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง รวมถึงต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเกิด Safety Car หรือรถควบคุมการแข่งขัน ซึ่งถูกส่งลงสนามเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย และมักเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้า Pit Stop เนื่องจากรถทุกคันต้องลดความเร็วลง นอกจากนี้ ทีมแข่งยังต้องติดตามปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ สภาพการจราจรบนสนาม และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อผลการแข่งขัน 

ในทางปฏิบัติ ทีมแข่งไม่ได้รอให้สถานการณ์เกิดขึ้นแล้วจึงเริ่มวิเคราะห์ แต่มีการจำลองสถานการณ์ล่วงหน้าไว้หลายพันรูปแบบก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เพื่อประเมินว่าหากเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นควรตอบสนองอย่างไร เมื่อการแข่งขันจริงดำเนินไป AI จะเปรียบเทียบสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงที่สุด และเสนอแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการตัดสินใจภายในเวลาอันสั้น 

การคาดการณ์อายุการใช้งานของยาง: หนึ่งในโจทย์สำคัญของ AI 

การบริหารจัดการยางถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของการแข่งขัน Formula 1 และเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากการเสื่อมสภาพของยางไม่ได้เกิดขึ้นในอัตราคงที่ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลร่วมกัน ปัจจัยเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่อุณหภูมิพื้นสนาม สภาพอากาศ น้ำหนักของรถ ลักษณะของสนามแข่งขัน ไปจนถึงรูปแบบการขับขี่ของนักขับแต่ละคน 

ด้วยความซับซ้อนดังกล่าว AI และเทคโนโลยี Machine Learning (ML) หรือระบบที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลในอดีต จึงถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเสื่อมสภาพของยางและประเมินความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ระบบไม่ได้ระบุเพียงว่ายางจะหมดประสิทธิภาพในรอบใดรอบหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสามารถประเมินระดับความเชื่อมั่นของการคาดการณ์ได้ เช่น มีโอกาส 80% ที่ยางจะสามารถใช้งานได้ถึงรอบที่กำหนด และมีโอกาส 20% ที่ประสิทธิภาพจะลดลงก่อนหน้านั้น ข้อมูลลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงและการเลือกกลยุทธ์การแข่งขันที่เหมาะสม 

ข้อมูลช่วยวิเคราะห์สมรรถนะการขับขี่ได้อย่างไร 

ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไม่ได้ถูกใช้เพื่อวิเคราะห์สภาพรถแข่งเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เพื่อประเมินสมรรถนะของนักขับในแต่ละช่วงของการแข่งขันอีกด้วย 

ทีมวิศวกรสามารถตรวจสอบได้ว่านักขับเริ่มเบรกที่จุดใด เปิดคันเร่งเมื่อใด ใช้มุมพวงมาลัยมากเพียงใด และรักษาความเร็วในแต่ละโค้งได้ดีเพียงใด จากนั้นจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับรอบเวลาที่ดีที่สุดของนักขับเอง หรือเปรียบเทียบกับข้อมูลของนักขับคนอื่นในทีม นอกจากนี้ ข้อมูลยังช่วยให้ทีมวิศวกรสามารถตรวจสอบข้อสังเกตที่นักขับรายงานผ่านวิทยุได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากนักขับแจ้งว่ารถมีอาการไม่นิ่งระหว่างการเบรกในโค้งใดโค้งหนึ่ง วิศวกรสามารถย้อนกลับไปวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา แทนที่จะอาศัยการคาดเดาหรือการทดลองซ้ำเพียงอย่างเดียว 

หนึ่งในตัวอย่างที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Red Bull Racing ซึ่งนำเทคโนโลยีของ Oracle มาใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในสนามแข่งขัน สำนักงานใหญ่ และศูนย์ปฏิบัติการของทีมทั่วโลก 

บทบาทของ AI ในกรณีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มสมรรถนะของรถแข่งเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลด้านกฎระเบียบและคำตัดสินของกรรมการการแข่งขัน ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา Red Bull เริ่มใช้ AI เพื่อค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากกฎการแข่งขัน รวมถึงคำตัดสินในอดีตจำนวนหลายพันหน้า ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เพื่อช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นอุทธรณ์ภายใต้กรอบเวลาที่กฎกำหนด 

ขณะเดียวกัน Mercedes และ McLaren ได้นำ Machine Learning มาใช้จำลองผลกระทบของการปรับแต่งรถก่อนการทดสอบจริง เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนา ส่วน Racing Bulls ร่วมมือกับ Neural Concept ในการพัฒนา Digital Twin หรือแบบจำลองเสมือนของรถแข่ง เพื่อทดลองแนวทางการออกแบบนับพันรูปแบบบนระบบคอมพิวเตอร์ก่อนสร้างชิ้นส่วนจริง 

ภายในปี 2025 ทีมแข่งเกือบทุกทีมใน Formula 1 ต่างมีพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลกสนับสนุนการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, AWS, Google หรือ Oracle แม้แต่ละทีมจะเปิดเผยรายละเอียดการใช้งานแตกต่างกัน เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน 

ความได้เปรียบที่เกิดจากข้อมูลสะสม 

แม้เทคโนโลยี AI จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือคุณภาพและปริมาณของข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาโมเดล ทีมแข่งที่มีประวัติการแข่งขันยาวนานอย่าง Ferrari หรือ Mercedes มีฐานข้อมูลที่สะสมมาจากการแข่งขันหลายสิบปี ครอบคลุมทั้งสภาพอากาศ รูปแบบสนาม การตั้งค่ารถ และสถานการณ์การแข่งขันหลากหลายรูปแบบ 

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้โมเดล AI สามารถเรียนรู้จากเหตุการณ์จริงจำนวนมหาศาล ส่งผลให้การคาดการณ์และการวิเคราะห์มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน ผู้เล่นรายใหม่อย่าง Audi หรือโครงการ Red Bull Powertrains ซึ่งเพิ่งเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ของตนเอง อาจสามารถลงทุนด้านเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ แต่ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านข้อมูลและประสบการณ์ที่สะสมมาเป็นเวลานาน 

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นักขับยังสำคัญหรือไม่ 

แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทในแทบทุกด้านของการแข่งขัน แต่นักขับยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แข่งขันแทนนักขับ แต่ทำหน้าที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของทีมแข่งและนักขับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

นักขับยังคงเป็นผู้ที่สามารถรับรู้พฤติกรรมของรถได้โดยตรง และสามารถสื่อสารความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันให้ทีมวิศวกรรับทราบ ขณะที่ AI และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ช่วยแปลงความรู้สึกเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ 

ท้ายที่สุด การตัดสินใจสำคัญระหว่างการแข่งขันยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ โดยเฉพาะ Race Engineer หรือวิศวกรประจำตัวนักขับ ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานระหว่างนักขับและทีมแข่ง เพียงแต่การตัดสินใจในปัจจุบันเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีความละเอียด รวดเร็ว และแม่นยำมากกว่าที่เคยเป็นมา 

จากสนามแข่งสู่การประยุกต์ใช้ในโลกจริง 

เทคโนโลยีจำนวนมากที่ถูกพัฒนาขึ้นในสนามแข่งขัน Formula 1 มักถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น 
ในเวลาต่อมา แนวคิดด้านการจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ที่ใช้ในรถแข่ง F1 มีความใกล้เคียงกับระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า การคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ก่อนเกิดความขัดข้อง หรือที่เรียกว่า Predictive Maintenance ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษา ขณะที่การตัดสินใจจากข้อมูลจำนวนมหาศาลภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา มีลักษณะใกล้เคียงกับการทำงานในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องประเมินข้อมูลจากหลายระบบพร้อมกัน 

ในมุมมองนี้ Formula 1 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันรถยนต์ความเร็วสูง แต่ยังเป็นสนามทดสอบเทคโนโลยี ข้อมูล และ AI ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและแรงกดดันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฤดูกาล 2026 จึงไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของกฎการแข่งขันชุดใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่ามนุษย์ ข้อมูล และ AI จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดในการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งบทเรียนที่เกิดขึ้นในสนามแข่งวันนี้ อาจกลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันในอนาคตอันใกล้ 

คำถามคือ องค์กรของคุณเองพร้อมแค่ไหนสำหรับโจทย์แบบเดียวกัน? เพราะสิ่งที่ทีม F1 ใช้ชนะการแข่งขัน ไม่ใช่แค่รถที่เร็วที่สุด แต่คือความสามารถใน การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เร็วกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นโจทย์เดียวกันกับที่ธุรกิจทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ 

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พร้อมช่วยให้องค์กรของคุณเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นความได้เปรียบ ตั้งแต่บริการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ ไปจนถึงหลักสูตรฝึกอบรมด้าน Big Data และ AI ที่ช่วยยกระดับทักษะคนในองค์กรให้พร้อมรับมือกับโลกข้อมูลที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน 

ติดต่อสอบถามบริการของ BDI ได้ที่  

เบอร์ 02 480 8833 ต่อ 9552, 9581 หรือ Line OA BDI Service: https://lin.ee/X5ugXVr 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.imd.org/ibyimd/artificial-intelligence/f1s-human-ai-edge-lessons-for-every-industry

https://medium.com/@vishwatejaburra12/the-ai-behind-formula-1-f628f3f1bbab

Senior Marketing Specialist

Share This News

Suggest Topics You'd Like to Read

Let us know what topics you’d like to read!
Your suggestions will help us create more engaging and relevant articles.

PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings