13 ตุลาคม 2569, กรุงเทพฯ – ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม Knowledge Café ภายใต้หัวข้อ “Data Centers: From Reform to Investment” ซึ่งจัดโดย World Bank Group ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนา Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลการประกอบกิจการ Data Center ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยมี 3 ประการ ได้แก่ การกระจายอำนาจอนุญาตอยู่ในหลายหน่วยงาน (Fragmented Authority) ทำให้การขออนุญาตจัดตั้ง Data Center ต้องผ่านกระบวนการของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง การขาดข้อมูลภาพรวม Data Center ของประเทศที่เป็นระบบเดียวกัน (Limited Visibility) ทั้งจำนวน ประเภท และที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล และ การขาดกรอบหลักเกณฑ์ร่วมในการพิจารณาโครงการ (Unclear Decision Framework) เพื่อกำหนดความเหมาะสมของการลงทุนและพื้นที่ตั้งโครงการ

เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว ภาครัฐได้จัดตั้งกลไกคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาแนวทางกำกับดูแล และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างพิจารณาการพัฒนากรอบหลักเกณฑ์สำหรับการอนุมัติโครงการลงทุนผ่านแนวทาง Decision Tree ซึ่งครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1. ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ พิจารณาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) และประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Usage Effectiveness: WUE) เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
2. การก่อสร้างและผังเมือง พิจารณาขนาดโครงการ ความต้องการใช้ไฟฟ้า ระบบเชื้อเพลิงสำรอง ระยะถอยร่นของอาคาร และความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง ทั้งเขตที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งมีข้อจำกัดและเงื่อนไขแตกต่างกัน
3. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการ ทั้งด้านเสียง กลิ่น และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ โดยอาศัยการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ศ. ดร.ธีรณี ยังสะท้อนมุมมองว่า การพิจารณาโครงการลงทุน Data Center ไม่ควรมุ่งเพียงการผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ต้องประเมินถึง ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากรไทย การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจดิจิทัลในประเทศ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการ Cloud และ AI ตลอดจนการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ โดยแนวทางกำกับดูแลที่กำลังพัฒนาจะต้องรองรับผู้ประกอบการอย่างหลากหลาย ทั้ง Data Center ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน Mr. Mahesh Uttamchandani, Regional Practice Director for Digital & AI in East Asia and Pacific and South Asia Regions, World Bank Group ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน Data Center โดยระบุว่า แต่ละประเทศมีระดับความพร้อม ศักยภาพ และความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยตรง การใช้ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กร่วมกับบริการ Cloud ระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในระดับท้องถิ่น

World Bank ยังเน้นย้ำบทบาทของภาครัฐในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์ด้าน Data Governance ที่ชัดเจน การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ การปรับปรุงกระบวนการอนุมัติการลงทุนให้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการไฟฟ้า น้ำ และที่ดินอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมการใช้บริการ Cloud ของภาครัฐเพื่อสร้างความต้องการใช้งานที่ชัดเจนและสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว

การแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนานโยบาย Data Center ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการใช้ทรัพยากร ผลกระทบต่อชุมชน และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับ พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ AI ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณภาพจาก: World Bank Group
Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI
- Narisara Boonsri
- Narisara Boonsri






