Page 3

AI

ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

Related news and articles

PostType Filter En

บทความ

เจาะลึก NotebookLM: เปลี่ยนกองเอกสารเป็นขุมทรัพย์ความรู้ที่ “ตรวจสอบได้”  
พร้อมเทคนิคเลือกแพ็กเกจให้คุ้มค่า (อัปเดต มีนาคม 2026)  ในยุคที่มีข้อมูลมหาศาล ปัญหาของนักวิจัย นักวิเคราะห์ หรือแม้แต่นักศึกษา ไม่ใช่การหาข้อมูลไม่เจอ แต่คือการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะปริมาณเอกสารที่มากจนจัดการไม่ไหว ทำให้ insight สำคัญมักถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย   วันนี้เราจะพามารู้จักกับ NotebookLM เครื่องมือ AI อัจฉริยะจาก Google ที่จะมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีจุดเด่นคือการทำงานภายใต้ขอบเขตข้อมูลที่เรากำหนดเอง (Grounded AI) ซึ่งช่วยปิดจุดอ่อนเรื่อง Hallucination หรือ AI มโนข้อมูลให้หมดไป  NotebookLM คืออะไร?  หากนิยามสั้น ๆ NotebookLM คือ “Personalized Knowledge Model” หรือ โมเดลความรู้ส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อช่วย “จัดระเบียบและต่อยอดความคิด” จากคลังเอกสารของตัวเอง โดยทำงานบนแนวคิด “Bring Your Own Data” โดยระบบจะสร้างดัชนีความรู้ (Knowledge Index) จากแหล่งข้อมูล (Sources) ที่เราป้อนให้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น PDF, เว็บไซต์, YouTube, ไฟล์เสียง, Google Docs และ Google Slides ใน Workspace ของเรา  ทำไมต้อง NotebookLM?  สิ่งที่ทำให้ NotebookLM แตกต่างจาก AI ทั่วไปอย่างชัดเจน คือกลไกการทำงานที่ถูกจำกัดให้อยู่ภายใต้ขอบเขตของแหล่งข้อมูลที่ถูกเลือกไว้เท่านั้น (Bounded by Sources) โดยทุกคำตอบที่ระบบสร้างขึ้นจะมีตัวเลขการอ้างอิงกำกับไว้เสมอ ซึ่งผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังเอกสารต้นฉบับได้ทันที ระบบจะไฮไลท์ข้อความในบรรทัดที่นำมาอ้างอิงเพื่อให้เห็นที่มาที่ไปอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ AI จะสรุปเนื้อหาผิดพลาดหรือ “มโน” ข้อมูลขึ้นมาเอง และหากคำถามที่ถามนั้นไม่มีคำตอบอยู่ในชุดข้อมูลที่เราป้อนให้ NotebookLM จะแจ้งให้ทราบอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่พบข้อมูลดังกล่าว แทนการพยายามสุ่มคำตอบที่ไม่มีแหล่งที่มา กระบวนการนี้จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานว่าทุก Insight ที่ได้รับนั้นมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้จริง 100%  โครงสร้างหลักของ NotebookLM (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569)  Figure1: โครงสร้างของ NotebookLM   NotebookLM ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้   อัปเดตฟีเจอร์ล่าสุด (มีนาคม 2026): มีอะไรใหม่บ้าง?  ล่าสุด NotebookLM ได้ยกระดับการสรุปเนื้อหาไปสู่ Cinematic Video Overviews ซึ่งพัฒนาต่อจาก Video Overviews เดิมที่เป็นเพียงการนำภาพสไลด์มาประกอบเสียงสรุป ไปสู่วิดีโอสรุปเนื้อหาที่เน้นความสมจริงและมีภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลระดับภาพยนต์ โดยใช้การผสานพลังของ 3 โมเดล AI ได้แก่ โมเดล Gemini 3 ทำหน้าที่วิเคราะห์เนื้อหาและวางโครงเรื่องโมเดล Nano Banana Pro ทำหน้าที่สร้างภาพประกอบและกราฟิกที่สอดคล้องกับเนื้อหา และ โมเดล Veo 3 ทำหน้าที่เปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวสมจริง (ปัจจุบันฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิกแพ็กเกจ Google AI Ultra ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยเน้นการประมวลผลแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก)    การเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับการใช้งาน   เมื่อประสิทธิภาพของ NotebookLM แปรผันตรงกับโควตาประมวลผล การเลือกแพ็กเกจที่ “พอดี” กับปริมาณงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดย Google ได้แบ่งระดับการใช้งานผ่าน Google AI Plans ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานส่วนบุคคลไปจนถึงระดับองค์กร ดังนี้  1. ราคาและสิทธิประโยชน์ (Google AI Plans) (ข้อมูล ณ 10 มีนาคม 2569)  สำหรับการสมัครสมาชิกรายบุคคล ราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง ซึ่งราคาหรือสิทธิประโยชน์อาจต่างตามประเทศและโปรโมชัน   Figure 2: ตัวอย่างราคา Google AI Plans  2. ตารางสรุปโควตาการใช้งานใน NotebookLM  เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างในการใช้งาน NotebookLM ของแต่ละระดับ ได้มีการสรุปขีดจำกัดและฟีเจอร์สำคัญที่ได้รับผ่านแพ็กเกจ Google AI Plans ไว้ในตารางดังนี้  ขีดจำกัดการใช้งาน  Standard (ฟรี)  Plus  Pro  Ultra   จำนวน Notebooks  (โน้ตบุ๊ก/ผู้ใช้งาน)  100   200   500   500   Sources (ไฟล์/โน้ตบุ๊ก)  50   100   300   600   จำนวนแชต (ครั้ง/วัน)   50   200   500   5000   Audio Overviews (ครั้ง/วัน)  3   6   20   200   Video Overviews (ครั้ง/วัน)  3   6   20   200  Cinematic video overviews: 20   Reports  (ครั้ง/วัน)  10   20   100   1000   Flashcards (ครั้ง/วัน)  10   20   100   1000   Quizzes (ครั้ง/วัน)  10   20   100   1000   Mind Maps   ไม่จำกัด  ไม่จำกัด  ไม่จำกัด  ไม่จำกัด  Deep Research   10 ครั้ง/เดือน  3 ครั้ง/วัน  20 ครั้ง/วัน  200 ครั้ง/วัน  Data Tables  ใช้งานได้จำกัด  ใช้งานได้มากขึ้น  ใช้งานได้สูง  ใช้งานได้สูงสุด  Infographics   ใช้งานได้จำกัด  ใช้งานได้มากขึ้น  ใช้งานได้สูง  ใช้งานได้สูงสุด  Slide Decks and Revisions  ใช้งานได้จำกัด  ใช้งานได้มากขึ้น  ใช้งานได้สูง  ใช้งานได้สูงสุด  แนวทางการเลือกใช้งานเพื่อความคุ้มค่า  ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว  NotebookLM มีกลไกการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจน โดยข้อมูลที่อัปโหลด คำถาม และคำตอบที่ได้รับ จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล AI (ยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้เลือกส่ง Feedback เพื่อปรับปรุงระบบด้วยตนเอง) โดยเฉพาะการใช้งานผ่านบัญชีองค์กรหรือการศึกษาที่จะได้รับความคุ้มครองระดับ Enterprise-grade ซึ่งจะไม่มีการรีวิวโดยมนุษย์และข้อมูลจะถูกจำกัดอยู่ภายใต้ขอบเขตความปลอดภัยขององค์กรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามหลักการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการนำเข้าข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการทำงาน  ต่อยอดทักษะการใช้ AI ให้ก้าวล่วงขีดจำกัดไปกับ BDI  โลกไม่ได้เปลี่ยนเพราะ AI เก่งขึ้นอย่างเดียว แต่เปลี่ยนเพราะ “คนที่ใช้ AI เป็น” สามารถทำงานได้เร็วขึ้น คิดได้ลึกขึ้น และสร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าเดิม แม้ฟีเจอร์ของ NotebookLM จะมีการอัปเดตใหม่อยู่เสมอ แต่เทคนิคการวางโครงสร้างแหล่งข้อมูล (Sources) และการตั้งคำถามเพื่อให้ได้ Insight ที่แม่นยำยังคงเป็นทักษะพื้นฐานที่ทิ้งไม่ได้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) จึงร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จัดทำหลักสูตรออนไลน์ฟรี เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นระบบ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย  ปูพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการใช้ AI ช่วยจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลจากกองเอกสารให้เป็นระบบ  https://dcc.bde.go.th/user/digitalskill/coursedetail/1391 เจาะลึกการใช้ AI สกัดความรู้จากสื่อมัลติมีเดีย เปลี่ยนวิดีโอยาวๆ ให้เป็นบทสรุปที่ใช้งานได้จริงในไม่กี่นาที  https://dcc.bde.go.th/user/digitalskill/coursedetail/1394 บทสรุป  NotebookLM ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสรุปข้อมูล แต่คือ “ผู้ช่วยวิเคราะห์” ที่เน้นความโปร่งใสผ่านระบบ Citations ที่อ้างอิงแหล่งที่มาได้จริง ช่วยเปลี่ยนกองเอกสารมหาศาลให้กลายเป็น Output หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Chat, Audio/Video หรือ Data Tables ที่พร้อมใช้งานทันที การเลือกแพ็กเกจให้เหมาะสมกับโควตางาน คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ยึดหลักตรวจสอบกับต้นฉบับเสมอ” เพื่อให้ทุก Insight ที่ได้รับมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือสูงสุด เพราะในยุค AI ข้อมูลที่เร็วอาจไม่สำคัญเท่าข้อมูลที่ “ถูกต้องและตรวจสอบได้”  อ้างอิง (References)  
17 March 2026

บทความ

BDI แชร์ประสบการณ์การพัฒนา Data และ AI สู่เวทีนักวิจัย ในหลักสูตร “Creating AI Researchers”
13 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นายชยสิน แซ่เตีย วิศวกรข้อมูลอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีข้อมูลและสารสนเทศ ร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างนักวิจัย AI (Creating AI Researchers)” ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) ซึ่งจัดโดยเนคเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “Foundation of Data and AI: Data, AI and Everything Between” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้าน Data Engineering และ Data Science จากการใช้งานจริงให้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา กว่า 40 คน การอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทดลองลงมือพัฒนา และเรียนรู้ผ่านการสาธิต Live Coding พร้อมนำเสนอผลงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน Data และ AI ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานของข้อมูลและบทบาทของข้อมูลต่อการพัฒนา AI, Machine Learning และ Data Analytics โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจแหล่งที่มาของข้อมูล (Data Sources) และกระบวนการจัดการข้อมูล ไปจนถึงการเตรียมข้อมูลสำหรับการพัฒนาโมเดล เช่น กระบวนการ ETL การสร้าง Feature Engineering และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปย่อยให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการพัฒนาโมเดล Machine Learning ผ่านการ Live Coding อาทิ Linear Regression, K-means, Decision Tree และ Random Forest รวมถึงการอธิบายพัฒนาการของโมเดล AI ตั้งแต่ RNN และ LSTM ไปจนถึงสถาปัตยกรรม Transformer และโมเดล GPT เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมของเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน พร้อมทั้งแนะนำเครื่องมือที่ใช้จริงในการพัฒนางานด้าน Data และ AI เช่น Python, Jupyter Notebook, Pandas, Scikit-learn, Streamlit และ Docker ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองพัฒนาโปรเจกต์และนำเสนอผลงาน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคนิคและการประยุกต์ใช้ Data และ AI ในการทำงานจริง หลักสูตร “Creating AI Researchers” เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ ThaiLLM ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้าน AI ของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน Data และ AI ไปจนถึงหัวข้อขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโมเดลภาษา (LLM) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทยในระยะยาว หลักสูตรนี้ถือเป็นหลักสูตรลำดับที่ 4 และเป็นระดับสูงสุดในชุดการพัฒนาบุคลากร AI ภายใต้โครงการ ThaiLLM ต่อเนื่องจากหลักสูตร AI Beginner, AI Engineer และ Continued Pretraining & Fine-tuning โดยตลอดระยะเวลา 5 วัน ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้หัวข้อสำคัญ เช่น LLM Architectures, Data Engineering for LLMs, Pretraining & Infrastructure, Advanced Finetuning Strategy เช่น RLHF และ DPO รวมถึง Optimization & Evaluation เพื่อการปรับแต่งและประเมินประสิทธิภาพโมเดล การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF), สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนานักวิจัยและนักพัฒนา Data และ AI ของไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ และวางรากฐานสู่อธิปไตยด้าน AI ของประเทศไทย ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/aithailandcommu #BDI#BigData#AI#BigDataThailand#ThaiLLM#NECTEC#NSTDA#AIThailand#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม#DE
13 March 2026

บทความ

BDI เปิดรับ “โจทย์ปัญหาการท่องเที่ยวภูเก็ต” นำไปพัฒนาโซลูชัน AI ในเวที BDI Tourism AI Hackathon 2026
10 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต ร่วมเสนอ “โจทย์ปัญหาการท่องเที่ยว” (Call for Problem Proposals: CFP) เพื่อนำไปพัฒนาเป็นโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านกิจกรรม BDI Tourism AI Hackathon 2026 โดยเปิดรับประเด็นปัญหาการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว การให้บริการ การจัดการข้อมูล หรือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนำไปเป็นโจทย์การแข่งขันภายใต้กิจกรรม BDI Tourism AI Hackathon 2026 เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันและทีมนักพัฒนาร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไข พร้อมสร้างต้นแบบนวัตกรรมสำหรับทดลองใช้งานจริงในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ ผู้ที่สนใจสามารถส่งแบบฟอร์มเสนอโจทย์ปัญหาได้ตั้งแต่วันนี้ – 27 มีนาคม 2569 และประกาศผล 5 โจทย์ที่ได้รับการคัดเลือก ในวันที่ 22 เมษายน 2569 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสาร และส่งแบบฟอร์มเสนอโจทย์ได้ที่ https://bdi.or.th/tourism-ai-hackathon และสามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ได้ทาง Facebook: BDI – Big Data Institute
10 March 2026

บทความ

BDI ผนึก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และภาคีเครือข่าย ส่งเสริมการเรียนรู้ AI ผ่านหลักสูตร Micro-credential “เปิดโลกปัญญาประดิษฐ์”
6 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “แนวทางการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการในวิถียุคปัญญาประดิษฐ์” ณ โรงเรียนรุ่งอรุณ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านการศึกษา ผู้แทนโรงเรียน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) โดยมี ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงใจ จิตคงชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากำลังคน และผู้แทนจากฝ่ายพัฒนากำลังคน เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนในหลักสูตรปกติได้อย่างเหมาะสม โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนรู้ด้าน AI สำหรับเยาวชนผ่านรูปแบบ Micro-credential ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะเฉพาะด้านได้อย่างยืดหยุ่น และสามารถปรับเนื้อหาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ BDI ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีภารกิจในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก Big Data และ AI รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและ AI ของประเทศ โดยได้พัฒนาหลักสูตร Micro-credential ด้าน Data Analytics และ AI เพื่อยกระดับการเรียนรู้จากการ “ใช้เครื่องมือ” ไปสู่การ “เข้าใจกลไกและการประยุกต์ใช้” อย่างมีวิจารณญาณ และสามารถเชื่อมโยงผลการเรียนรู้เข้าสู่ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualifications Framework: NQF) และระบบ Credit Bank ได้อย่างเป็นรูปธรรม หลักสูตรดังกล่าว เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ ระยะเวลารวมประมาณ 20 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการเรียนผ่านวิดีโอและการลงมือปฏิบัติจริง เนื้อหาเริ่มตั้งแต่พื้นฐานของ AI และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การสอนให้ AI จำแนกและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การแยกประเภทข้อมูลภาพและการตรวจจับวัตถุ ไปจนถึงการใช้ Generative AI อย่างมีตรรกะ ควบคู่กับการปลูกฝังความรับผิดชอบด้านข้อมูลและจริยธรรมของ AI โดยออกแบบให้เหมาะกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายวิทยาศาสตร์และสายศิลปศาสตร์ สำหรับผู้เรียน หลักสูตร Micro-credential จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงบทเรียนและทบทวนความรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะที่ผู้สอนจะได้รับการสนับสนุนทั้ง คู่มือการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอน เครื่องมือ AI ที่ใช้ในหลักสูตร รวมถึงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดสอน ตลอดจนการสนับสนุนด้านวิชาการระหว่างการจัดการเรียนรู้ ซึ่งช่วยลดภาระในการพัฒนาเนื้อหาและยกระดับศักยภาพการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ในการประชุมครั้งนี้ โรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นสถานศึกษานำร่องในการนำหลักสูตร Micro-credential “เปิดโลกปัญญาประดิษฐ์ (The Next Tech)” ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้หลักสูตรให้กับผู้แทนจากโรงเรียนต่าง ๆ โดยโรงเรียนรุ่งอรุณได้นำองค์ความรู้และเนื้อหาหลักสูตรจาก BDI มาปรับให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียน ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจหลักการของ AI และนำเครื่องมือดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการสร้างผลงานและแก้ปัญหาได้จริง ถือเป็นต้นแบบของการนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา ขณะเดียวกัน BDI ได้เริ่มนำร่องการดำเนินหลักสูตร Micro-credential “เปิดโลกปัญญาประดิษฐ์” ในจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับโรงเรียนใน โครงการกองทุนการศึกษาและโรงเรียนเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการทั้งหมด 10 โรงเรียน เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้แทนจากโรงเรียนในโครงการได้เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และรับฟังแนวทางการนำหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับเยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากโรงเรียนใน จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เข้าร่วมการประชุมเพื่อศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้จากโรงเรียนต้นแบบ เพื่อนำไปปรับใช้ในสถานศึกษาของตนเองในปีการศึกษาถัดไป โดยความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการศึกษาใน โครงการกองทุนการศึกษา ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เพื่อพัฒนาการศึกษาและสร้างคนดีคืนสู่สังคม โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีความประพฤติดีให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัลในอนาคต
6 March 2026

บทความ

BDI เสริมสร้างองค์ความรู้เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ มุ่งพัฒนาทักษะบุคลากรให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุด
4 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.พีรดล สามะศิริ ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโส ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมบรรยายหัวข้อ “เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)” ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้หลักสูตรการเสริมสร้างสมรรถนะนักวิชาการคอมพิวเตอร์ของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ การบรรยายครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบข้อมูล ที่จะสนับสนุนการใช้งานเพื่อการวิเคราะห์และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่แนวคิดของการออกแบบและพัฒนา Database, Data Warehouse จนถึง Data Lake รวมไปถึงปัญหาของการจัดการข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่ความจำเป็นของการกำหนดเมทาดาตา (Metadata) ให้เพียงพอตามหลักการธรรมาภิบาลข้อมูล พร้อมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมข้อมูลแบบ Data Lakehouse อันเป็นแนวทางที่จะช่วยดึงข้อดีของแต่ละเทคโนโลยีการจัดเก็บและจัดการข้อมูลให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวคิดแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และการพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการอบรมครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐด้านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Nation)” และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
4 March 2026

บทความ

BDI ถ่ายทอดองค์ความรู้ “การจัดการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ” แก่ผู้บริหารระดับกลาง กระทรวงคมนาคม รุ่นที่ 21
4 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย ดร.ประภาพรรณ วิภาตวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูล ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารระดับกลาง กระทรวงคมนาคม (นบก.คค.) รุ่นที่ 21” ในหัวข้อ “การจัดการข้อมูลและการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ (Data Management and Data-Driven Decision Making)” โดยถ่ายทอดแนวคิดและกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารงานภาครัฐในยุคข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารระดับกลางให้มีความรู้และสมรรถนะด้านการบริหาร สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร เนื้อหาการบรรยายครอบคลุมแนวโน้มการจัดการข้อมูลในปัจจุบัน โดยเฉพาะบทบาทของ Cloud Technology ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการจัดการข้อมูลในปัจจุบัน เนื่องจากปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนไม่สามารถประมวลผลได้ด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว การใช้โครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง หลักการจำแนกประเภทข้อมูล (Data Classification) ของประเทศไทย ซึ่งกำหนดระดับความสำคัญของข้อมูลไว้ 5 ระดับ ได้แก่ ชั้นเปิดเผยสู่สาธารณะ (Open) ชั้นเผยแพร่ภายในองค์กร (Private) ชั้นลับ (Confidential) ชั้นลับมาก (Secret) และ ชั้นลับที่สุด (Top Secret) โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและข้อมูลลับที่สูง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดเก็บภายในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐและข้อมูลของประชาชน ในส่วนของการทำความเข้าใจข้อมูลขนาดใหญ่ ได้อธิบายคุณลักษณะสำคัญของ Big Data ในมิติ 5V ได้แก่ ปริมาณข้อมูล (Volume) ความเร็วของข้อมูล (Velocity) ความหลากหลายของข้อมูล (Variety) ความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูล (Veracity) และคุณค่าของข้อมูล (Value) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปสร้างประโยชน์เชิงนโยบายและการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการนำ Big Data มาใช้สนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐ ทั้งการกำหนดนโยบายอย่างแม่นยำ การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่มเป้าหมาย และการเฝ้าระวังความเสี่ยงหรือภัยพิบัติล่วงหน้า โดย ดร.ประภาพรรณ ได้อธิบายแนวคิด “Data to Decision Making” ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นสารสนเทศและความเข้าใจเชิงลึก เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างการใช้ข้อมูลแบบ Real-time ในการเลือกเส้นทางเดินทางเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง สำหรับการบรรยายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรมถึงบทบาทของข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารภาครัฐ พร้อมทั้งเปิดมุมมองใหม่ในการนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารองค์กร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชนในอนาคต
4 March 2026

บทความ

BDI x สนง.เลขาธิการวุฒิสภา จัดอบรม Data Scientist และ AI ยกระดับบุคลากรสู่การทำงานแบบ Data-Driven
27 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จัดอบรมหลักสูตรนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมี ดร.ขวัญศิริ ศิริมังคลา และ ดร.อังคณา พรหมราช นักการศึกษาด้านนวัตกรรมข้อมูลอาวุโส ฝ่ายพัฒนากำลังคน พร้อมด้วยนายอมร โชคชัยสิริภักดี ผู้จัดการโครงการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และ ดร.วิวรรธภ์ ทองโชติฉัตร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโส ฝ่ายบริการวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Big Data และ AI ทั้งนี้ การอบรมได้รับเกียรติจาก นายต้นพงศ์ ตั้งเติมทอง รองเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับกรม (DCIO) นำคณะบุคลากรเข้าร่วม “โครงการพัฒนานักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา” เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กร ระหว่างวันที่ 25 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) (depa) หลักสูตรดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Practitioner) โดยวางรากฐานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในบริบทการทำงานภาครัฐ ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติการใช้ภาษา Python ร่วมกับเครื่องมือ AI Coding Assistant เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล เนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเตรียมและจัดระเบียบข้อมูล (Data Wrangling) การสร้างแบบจำลองวิเคราะห์และพยากรณ์พื้นฐาน (Machine Learning) ไปจนถึงการสื่อสารผลการวิเคราะห์ผ่านเทคนิคการนำเสนอข้อมูลด้วยภาพและการเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data Storytelling) เพื่อเชื่อมโยงผลลัพธ์เชิงวิเคราะห์สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง การอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน Data Science และ AI สำหรับการปฏิบัติงานในองค์กรภาครัฐ พัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการข้อมูล และส่งเสริมความสามารถในการใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการขับเคลื่อนงานด้วยข้อมูลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าว สะท้อนบทบาทของ BDI ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุนนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนดิจิทัลของประเทศ และสนับสนุนการยกระดับหน่วยงานภาครัฐ สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างเป็นรูปธรรม
27 February 2026

บทความ

Health Link อัปเดตความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับ สปสช. เขต 6 ระยอง
26 กุมภาพันธ์ 2569, จังหวัดระยอง – โครงการ Health Link ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เข้าร่วมประชุมอัปเดตความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 6 ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง โดยมี นางพิทยา สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนและกำกับติดตามระบบหลักประกันสุขภาพ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ นพเก้า นักบริหารงานหลักประกันสุขภาพ น.ส.พิมพา บุญโพธิ์ทอง นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ นายธเนศ ศิวพรเสถียร นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ และ นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link และผู้แทนโครงการ Health Link เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงาน พร้อมหารือแนวทางการขยายผลการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการในพื้นที่ ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง อาคารสตาร์พลาซ่า ชั้น 2 จังหวัดระยอง ในการประชุมดังกล่าว ผู้อำนวยการโครงการ Health Link ได้นำเสนอภาพรวมความคืบหน้าการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 6 พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงบริการของประชาชนผ่านการสมัครใช้งาน Health Link บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลประวัติสุขภาพย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม Health Link เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และโปร่งใส ภายหลังการประชุม คณะทำงานโครงการ Health Link ได้ลงพื้นที่ ณ คลินิกบ้านกายภาพบำบัดระยอง จังหวัดระยอง เพื่อสาธิตการใช้งานระบบ Health Link ในบริบทการให้บริการจริง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อนำไปพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานและการให้บริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น การดำเนินงานครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับนโยบายและหน่วยบริการในพื้นที่ ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพดิจิทัลของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล สนับสนุนการตรวจสอบสิทธิด้านสุขภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 6 อย่างเป็นรูปธรรม
26 February 2026

บทความ

BDI คว้ารางวัล “Tech Ecosystem Enabler” จาก DCT ตอกย้ำบทบาทองค์กร ขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและข้อมูลของประเทศ
26 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นางวิชุดา วิริยะอุตสาหกุล รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วย นพ.ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ร่วมรับรางวัลประกาศเกียรติคุณ DCT Digital Ecosystem Partner Awards 2026 ด้าน Tech Ecosystem Enabler ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทโดดเด่นในการสนับสนุนและเสริมสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยี (Technology Ecosystem) ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายในงาน DCT Digital Policy Conference ซึ่งจัดโดยสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย หรือ DCT ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค รางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงพันธกิจของ BDI ในการเป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผ่านการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและองค์ความรู้ด้านข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินงานขององค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ BDI ยังคงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยเชื่อว่าการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน คือ หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูล รางวัลนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจขององค์กร แต่ยังเป็นกำลังใจให้องค์กรพัฒนางานต่อไป เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศไทยก้าวสู่เวทีดิจิทัลระดับโลก ในอนาคต BDI พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี Big Data และ AI รวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-driven Policy) อันจะนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับงาน DCT Digital Policy Conference จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีรวมพลังภาคธุรกิจดิจิทัล นำเสนอข้อเสนอนโยบายจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยแก่ภาครัฐ สู่การปลดล็อกข้อจำกัดและยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด กลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน
26 February 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize your browsing experience and improve our website’s performance. Learn more at our Privacy Policy and adjust your cookie settings at Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by turning on/off each type of cookie as needed, except for necessary cookies.

Accept all
Manage Consent Preferences
  • Strictly Necessary Cookies
    Always Active

    This type of cookie is essential for providing services on the website of the Personal Data Protection Committee Office, allowing you to access various parts of the site. It also helps remember information you have previously provided through the website. Disabling this type of cookie will result in your inability to use key services of the Personal Data Protection Committee Office that require cookies to function.
    Cookies Details

  • Performance Cookies

    This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

  • Functional Cookies

    This type of cookie enables the Big Data Institute (Public Organization)’s website to remember the choices you have made and deliver enhanced features and content tailored to your usage. For example, it can remember your username or changes you have made to font sizes or other customizable settings on the page. Disabling these cookies may result in the website not functioning properly.

  • Targeting Cookies

    "This type of cookie helps the Big Data Institute (Public Organization) understand user interactions with its website services, including which pages or areas of the site are most popular, as well as analyze other related data. The Big Data Institute (Public Organization) also uses this information to improve website performance and gain a better understanding of user behavior. Although the data collected by these cookies is non-identifiable and used solely for statistical analysis, disabling them will prevent the Big Data Institute (Public Organization) from knowing the number of website visitors and from evaluating the quality of its services.

Save settings