Health Link แชร์มุมมองอนาคตสาธารณสุขไทย ก้าวสู่ยุคข้อมูลเชื่อมโยงเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

Health Link แชร์มุมมองอนาคตสาธารณสุขไทย ก้าวสู่ยุคข้อมูลเชื่อมโยงเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

23 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link เข้าร่วมเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์: โอกาสใหม่ของเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล” ภายในงานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ปี 2569 จัดโดย สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ณ อาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางสาวน้ำฝน แชร์มุมมองแนวโน้มของเทคโนโลยีและข้อมูลที่จะเปลี่ยนโฉมระบบสาธารณสุขในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ระบบสาธารณสุขจะไม่ใช่แค่การรักษาในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวจากการยึดโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลาง (Hospital Centric) สู่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient Centric) ดังนั้น “การเชื่อมโยงข้อมูล” เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการให้บริการแบบไร้รอยต่อ ที่จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจการรักษาได้แม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยรายบุคคลเพิ่มมากขึ้น 

นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลพันธุกรรม (Genomics) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา การแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำ (Personalized & Precision Medicine) เพราะเมื่อข้อมูลมีการเชื่อมโยงมากขึ้น AI จะยิ่งฉลาดและแม่นยำขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลพันธุกรรมมาใช้วางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลได้ และด้วยเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้เกิด Anywhere Care อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้จากทุกที่ ผ่านการส่งข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับการอยู่ในโรงพยาบาล

สำหรับ BDI ได้พัฒนาโครงการ Health Link อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ โดยใช้มาตรฐานสากล HL7 FHIR ในการเชื่อมข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) ที่หลากหลายกว่า 100 รูปแบบ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA และการกำหนดสิทธิ์บุคลากรทางการแพทย์ ในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยตามขอบเขตวิชาชีพของตัวเองเท่านั้น

ปัจจุบันระบบ Health Link แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยบริการด้านสุขภาพได้แล้วกว่า 8,000 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านยา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (กระเป๋าสุขภาพ) และแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรักษาฉุกเฉิน อย่างระบบ 5G Ambulance ทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ช่วยให้การรักษาแม่นยำและรวดเร็วทันท่วงที

“ความท้าทายสำคัญ ยังคงเป็นการลดการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลและการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต โดยโครงการ Health Link ยังคงเดินหน้าผลักดันการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นางสาวน้ำฝน กล่าวทิ้งท้าย

Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI

แบ่งปันข่าวนี้

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ BDI ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ BDI รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ BDI ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ BDI ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ BDI จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ BDI ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ BDI แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า