26 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา “Thailand's Digital Economy: Is X-Road of Thailand Possible?” ภายใต้การประชุม “Thailand's Digital Future: AI, Innovation and Better Government” ซึ่งจัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ณ อาคารจามจุรี 10 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมชูแนวคิดสำคัญว่า การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐไม่ควรหยุดอยู่เพียงการทำให้ระบบสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ แต่ต้องมุ่งสู่การ “เชื่อมข้อมูลให้ใช้ประโยชน์ได้จริง” เพื่อยกระดับบริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากข้อมูล
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ และสนับสนุนการพัฒนาภาครัฐให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมิน Business Ready (B-READY) ของธนาคารโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เสรี นนทสูติ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนระบบราชการเพื่ออนาคต และ ศ. ดร.วิทิต ปานสุข ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดการประชุม ก่อนเข้าสู่การนำเสนอแนวคิดด้านการขับเคลื่อนภาครัฐดิจิทัล รวมถึงบทบาทของศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula AI Centre)
ประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การพัฒนาบริการภาครัฐแบบ End-to-End Digital Services ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบ API เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องกรอกข้อมูลหรือยื่นเอกสารซ้ำ ช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และภาระในการติดต่อราชการ ขณะเดียวกัน การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานของข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม

ในช่วงเสวนา “Thailand's Digital Economy: Is X-Road of Thailand Possible?” ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านบูรณาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ BDI พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐจากภารกิจของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถนำมาใช้สร้างบริการและประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
BDI เน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงข้อมูลต้องมุ่งไปสู่การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์จริง โดยยกตัวอย่าง Health Link ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาล เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นของผู้ป่วยข้ามสถานพยาบาล รวมถึง แพลตฟอร์มดีทู (Data Integration and Intelligence Platform: D2) ที่สนับสนุนการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อเพิ่มมิติของข้อมูลและนำไปใช้สนับสนุนการให้บริการประชาชนและการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งสองแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าของการเชื่อมโยงข้อมูลไม่ได้อยู่เพียงที่การทำให้ข้อมูลจากต่างระบบสามารถเชื่อมถึงกัน แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้น “ใช้ประโยชน์ได้จริง” ภายใต้มาตรฐาน กฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัย และการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานและกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำรูปแบบ X-Road จากต่างประเทศมาปรับใช้ทั้งหมด แต่ควรนำแนวคิดและหลักการที่เหมาะสมมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับ มาตรฐานกลาง กฎและกติกาที่ชัดเจน มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล ควบคู่กับการเร่งลดข้อจำกัดจากปัญหา Data Silo เพื่อให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยง วิเคราะห์ และสร้างคุณค่าร่วมกันได้มากขึ้น นำไปสู่การใช้ข้อมูลที่ตอบโจทย์ประชาชน ภาคธุรกิจ และการบริหารภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย จากการทำงานและจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ไปสู่ระบบที่สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลและบริการระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “Digital Future” ควบคู่กับการพัฒนาภาครัฐให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
Public Relations and Communication Specialist
Big Data Institute (Public Organization), BDI
- Narisara Boonsri
- Narisara Boonsri





